
ละครการเมืองฉากใหญ่ว่าด้วยการจัดตั้งรัฐบาลแพทองธาร สะท้อนอะไรมากมายเกินกว่าจะจินตนาการ แต่ก็ทำให้รู้สึกว่า สังคมไทยเรานั้นเดินมาถึง..จุดนี้ได้อย่างไร?!? ในวันนี้
จุดที่ยังไงก็ได้ ..ขอให้ได้ร่วมรัฐบาล
จุดที่แบบไหนก็เอา ..ขอให้ได้เป็นรัฐมนตรี
จุดที่ขายพี่ขายเพื่อนขายนายได้..ขอเพียงให้ได้ไปต่อ
จุดที่กลืนน้ำลายตัวเองได้ ...ขอให้ได้รับผลประโยชน์
จุดที่เผาบ้านตัวเองได้ ...ขอให้ตัวเองอยู่รอด
ทุกๆ จุด และอาจจะมีจุดอื่นๆ อีกเยอะแยะ ถูกขุดออกมาแฉโพย ออกมาประจาน จนถึงขั้นออกมาลำเลิกบุญคุณในที่แจ้งนั้น เห็นทีจะต้องยกประโยชน์ให้กับโลกโซเชียล ที่แค่พิมพ์คำ หรือประโยคที่เราเคยได้ยินจากปากใครสักคนลงไปใน "กูเกิล" มันก็จะโผล่ออกมาให้จับต้องได้ทั้งหมด ว่า ใคร หน้าไหน เคยประกาศประโยคทองอะไรไว้บ้างในอดีต แต่ปัจจุบัน กลับตาลปัตร พูดและทำตรงกันข้ามกับสิ่งที่เคยลั่นวาจาไว้
ยกตัวอย่างพิธีกรตัวแม่คนหนึ่งที่มีเอกลักษณ์เรื่องของการใช้ภาษาที่หยาบคาย วันนี้ถูกนักเลงคีย์บอร์ดจับได้ไล่ทัน ว่าเคยพูดอะไรไว้ ..เมื่อก่อน!!! ทำไมมา ณ บัดนาว ไม่เห็นทำตามที่พูด
บรรดาแฟนคลับของนาง ป่านฉะนี้คงหัวเราะทั้งน้ำตาไปแล้ว เพราะนางบอกว่า ..เลือกผลประโยชน์ตัวเองมากกว่ารักษาสัจจะวาจา ใครจะอกแตกตายก็ช่วยไม่ได้จริงๆ นางไม่สามารถไปแบกความทุกข์ของใคร ...
ตอบโต้กันแบบนี้ ทำให้มนุษย์ป้านึกถึงหนังสือนิยายเรื่อง "แฮร์รี่ พอตเตอร์" ขึ้นมาทันที เพราะ เจ. เค. โรว์ลิง (J.K. Rowling) ผู้เขียนหนังสือเล่นนี้ มีการสร้างสรรค์คาถาทรงพลัง เรียกว่า ปฏิญาณไม่คืนคำ (unbreakable vow) เรียกว่า เมื่อพ่อมดหรือแม่มดลั่นวาจาให้คำมั่นแล้ว ถือเป็นสัญญาเด็ดขาดที่ไม่อาจปฏิเสธหรือบ่ายเบี่ยงได้ หากไม่ทำตามที่พูดหรือสัญญาที่ให้ไว้ ผู้นั้นจะถึงแก่ความตายทันที
แต่โลกแห่งความเป็นจริง มันคงไปถึงจุดนั้นไม่ได้ จึงหวังแต่ว่า ..รู้จักจำกันบ้างนะจ๊ะ พูดอะไรกันออกมา เพราะคำพูดเป็นนาย ที่คนพูดควรต้องรับผิดชอบ มิใช่ลมที่ผายออกจากปากเท่านั้นนะจ๊ะ.
"ป้าเอง"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มาขยับร่างกายกันดีกว่า
โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน
มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต
เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด
กตัญญู..มองผ่านซีรีส์
ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ
น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?
ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ
โลกมันก็เป็นแบบนี้!!
เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”
เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"
“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”

