
ด้วยเหตุเพราะไม่คิดจะ วิ่งไล่กวดเทคโนโลยี มานานแล้ว!!!...ไม่ว่าด้วยเหตุเพราะวัยและสังขาร หรือด้วยเพราะความ แปลกแยก ต่อสิ่งเหล่านี้เป็นการส่วนตัว เลยแทบจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน ว่าเพราะเหตุใด เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) ของคุณพี่จีน ที่เรียกๆ กันว่า DeepSeek ถึงได้ปล่อยหมัดน็อก เล่นเอา AI ของอเมริกาอย่าง ChatGPT คว่ำข้าวเม่าลงไปนอนให้กรรมการนับแปด ส่งผลให้ผู้นำตลาด AI อย่าง Nvidia ของอเมริกาหุ้นตกไปถึง 17 เปอร์เซ็นต์ มูลค่าตลาดหายไปถึง 593,000 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นการสูญเสียมูลค่าตลาดภายในวันเดียวที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นวอลล์สตรีท เอาเลยถึงขั้นนั้น...
อันเนื่องมาจากโดยตัวตนของตัวเอง...แม้แต่ เทคโนโลยี ทั่วๆ ไปอย่างประเภท โทรศัพท์มือถือ ก็เถอะ ยังแทบใช้ไม่เป็น หรือ ไถ กะเขาไม่เป็น แต่ไม่ได้ถึงกับรู้สึกเป็น ปมด้อย อะไรมาก ด้วยเหตุเพราะยังน่าจะมีผู้ที่จัดอยู่ใน ไฟลัม เดียวกันกับตัวเรา ไม่น้อยไปกว่าคน-สองคน อาทิ คุณพี่ สด แดงเอียด ที่เคยเป็นถึง อดีตอธิบดีกรมการศาสนา เป็นต้น ซึ่งเป็นที่รับรู้รับทราบ ภายในแวดวงผู้ใกล้ชิดแต่ละราย ว่าแม้พี่เขาจะพกโทรศัพท์มือถือติดตัวไปด้วยเสมอๆ แต่ยังไงๆ...ย่อมหนีไม่พ้นที่ต้อง พกสมุดโทรศัพท์ ไว้โดยตลอด เพราะเวลาจะโทร.หาใครต้องหันไปคว้าสมุดโทรศัพท์ออกมาเปิดดูหมายเลข เนื่องจาก เมมไม่เป็น หรือเนื่องจากขาดขีดความสามารถในการวิ่งไล่ตามเทคโนโลยีเหมือนอย่างใครต่อใครเขานั่นแล...
เมื่อหลายสิบปีที่แล้วเคยเจอคุณพี่ในร้านตัดผม แต่ไม่กล้าทักแก เพราะตัวเราดัน หัวล้าน จนใครๆ จำหน้า-จำตาแทบไม่ได้ แต่เท่าที่ดูจากหน่วยก้าน-ลีลา ที่ปรากฏให้เห็นใน เฟซบุ๊ก ระหว่างไปประชุมอะไรซักอย่าง กับเพื่อนรัก เพื่อนเก่า อีกราย คือคุณพี่ เอนก สีหามาตย์ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา คุณพี่ สด ท่านก็น่าที่จะยังไม่ถึงกับก้าวหน้า ก้าวไกลระดับ เออง-เอไอ อะไรกับเขามากมายซักเท่าไหร่ ยิ่งการยกระดับพัฒนาของบรรดาเทคโนโลยียุคนี้ นับวันมันจะไปเร็ว ไปแรง เสียเหลือเกิน ยากที่คนแก่-คนชรา อย่าง อันตัวข้าพเจ้าเอง หรือแม้แต่คุณพี่ สด แดงเอียด จะมีขีดความสามารถพอที่จะไปวิ่งไล่กวด ไล่ตามทัน กันได้ง่ายๆ...
แต่ก็นั่นแหละ...แม้จะไม่มีโอกาสได้รับรู้ รับทราบ ได้สัมผัสกับสิ่งที่เรียกว่า AI ไม่ว่าของคุณพี่จีน หรือของคุณพ่ออเมริกาก็ตามที แต่ก็พอรับรู้ได้ว่า ด้วยความก้าวหน้า ก้าวไกล ของเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์อย่าง DeepSeek ของจีน ที่แม้จะใช้เงินทุนน้อยกว่าแค่ไม่ถึง 10 ล้านดอลลาร์เอาเลยด้วยซ้ำ แต่กลับสามารถเอาชนะผู้นำตลาด AI ในอเมริกา ที่ทุ่มเทเงินลงทุนไม่รู้จะกี่ต่อกี่ร้อยล้านดอลลาร์ และอันนี้...มันอาจไม่ได้เกี่ยวกับเรื่อง เทคโนโลยี ล้วนๆ แต่เพียงเท่านั้น แต่ยังน่าจะเกี่ยวพันไปถึงสิ่งที่เรียกว่า ศักยภาพแห่งความเป็นชาติ ของทั้งจีนและอเมริกา ที่มีระบบการเมือง-การปกครองผิดแผก แตกต่าง ไปแบบคนละเรื่อง-คนละม้วน อีกด้วยต่างหาก...
คือบางรายเขาถึงกับเอากรณี DeepSeek ของจีนไปเปรียบเทียบกับการปล่อยยานอวกาศในยุคโลกสังคมนิยมอย่างโซเวียตรัสเซีย ที่เคยแข่งขันอย่างเอาเป็นเอาตายกับผู้นำโลกทุนนิยมอย่างอเมริกา แต่สุดท้าย...ดาวเทียม Sputnik ของรัสเซีย ก็สามารถ ตัดหน้า แซงอเมริกาแถวๆ โค้งวัดเบญจะไปจนได้ และแม้โลกสังคมนิยมอย่างโซเวียตรัสเซียจะล่มสลายลงไปแล้ว แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้การเดินไปในหนทางเดียวกันกับอเมริกา หรือการเป็น ประชาธิปไตย อันมีทุนนิยมเสรีเป็นตัวขับเคลื่อน เป็นอะไรที่ต้องพยายามหันไป เดินตามก้น แต่อย่างใด เพราะโดยความเป็น ทุนนิยมเผด็จการ อันเป็นลักษณะพิเศษ ลักษณะเฉพาะ ที่ค่อนข้างสอดคล้องกับประวัติศาสตร์ความเป็นมา-เป็นไปของประเทศจีนเขามาโดยตลอด ก็น่าจะมีส่วนทำให้ DeepSeek ของจีน สามารถผงาดขึ้นมาในแวดวง AI ได้ชนิดไม่ต่างไปจากดาวเทียม Sputnik ของโซเวียตรัสเซียนั่นเอง...
กระทั่งผู้นำอเมริกาอย่าง ทรัมป์บ้า ...ยังอดไม่ได้ที่จะต้องออกมากล่าวเตือนบรรดาอเมริกันชนทั้งหลาย ด้วยคำพูดที่ระบุไว้ว่า... “การเปิดตัวของ DeepSeek เครื่องมือ AI จากบริษัทจีน ควรถือเป็นสัญญาณเตือนไปยังอุตสาหกรรมของเราว่าจำเป็นต้องมุ่งมั่นในการแข่งขันเพื่อชัยชนะ” หรือพูดง่ายๆ ว่า...มันคงไม่เกี่ยวกับความเป็นประชาธิปไตย-ไม่ประชาธิปไตยอะไรมาก แต่เกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า ศักยภาพแห่งชาติ นี่แหละเป็นสำคัญ อันเป็นสิ่งที่ถูกถักทอ บูรณาการ มาจากหลายสิ่งหลายอย่าง ไม่ว่าทัศนคติ ค่านิยม วัฒนธรรม-ประเพณี หรือแม้กระทั่ง ศาสนา ไม่ใช่แต่เฉพาะการเมือง-การปกครองเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หรือเป็นสิ่งที่ย่อมต้องมีลักษณะพิเศษ ลักษณะเฉพาะ ไปตามรากฐานความเป็นชุมชน หรือความเป็นสังคมดั้งเดิมแบบของใคร-ของมัน อย่างมิอาจละเลยหรือปฏิเสธได้...
ด้วยเหตุนี้...สิ่งที่นักคิด นักวิชาการ อย่างอาจารย์ เจษฎ์ โทณะวณิก ท่านได้พูดเอาไว้เมื่อวัน-สองวันมานี้ ประมาณว่า “ถ้าประชาธิปไตยมันชั่ว...ก็เลิกมันเถอะ” หรือ “ผมว่า...ถ้าประชาธิปไตยมันเป็นแบบนี้ ผมเสนอว่าท้ายที่สุดให้เลิกมันไปเถอะ ถ้ามันชั่วแบบนี้ ก็เลิกประชาธิปไตยแบบนี้เถอะครับ” ก็คงต้องยอมรับว่า...ไม่ได้ถือเป็นสิ่งที่น่าเกลียด น่าชิงชัง แต่อย่างใด อีกทั้งยังอาจถือเป็น มุมมอง ที่น่าคิด น่าสะกิดใจ มิใช่น้อย โดยเฉพาะถ้ามองถึงสิ่งที่เรียกว่า ศักยภาพแห่งชาติ เป็นหลัก เพราะอะไรก็ตามที่มันไม่เหมาะสม สอดคล้อง กับทัศนคติ ค่านิยม วัฒนธรรม-ประเพณี ศาสนา อันเป็นรากฐานดั้งเดิมของสังคมนั้นๆ ไม่ว่าจะดูก้าวหน้า ทันสมัย ตาม มาตรฐานฝรั่ง ขนาดไหน เพียงใด ก็แล้วแต่ แต่ถ้ามันดันกลายเป็นตัวลดทอน บั่นทอน ศักยภาพแห่งชาติลงไปด้วยแล้ว ก็ไม่ควรต้องไปยึดมั่น ถือมั่น ให้กลายเป็น ปัญหา ที่แก้ยาก แก้เย็น หรือแก้ไขแทบไม่ได้ ตลอดช่วงเกือบ ศตวรรษแห่งประชาธิปไตย จนตราบเท่าทุกวันนี้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วิกฤตในคราวนี้...สามัคคีคือพลัง
ด้วยความรักและความห่วงใยบ้านเมือง เมื่อเราติดตามสถานการณ์ของบ้านเมืองเรา ก็จะเห็นว่าบ้านเมืองเรากำลังเผชิญกับวิกฤตทั้งศึกนอกและศึกในที่พวกเราต้องสามัคคีและร่วมมือกันในการฝ่าวิกฤตครั้งนี้
สงคราม...ที่กำลัง'เปลี่ยนโลก'
ตั้งแต่ สงครามรัสเซีย-ยูเครน กำลังอุตลุด ชุลมุน พระสันตะปาปาองค์ก่อน คือ พระสันตะปาปาฟรานซิส ท่านก็เคยสรุปเอาไว้แล้วตั้งแต่นั้นว่า...สิ่งที่เรียกว่า สงครามโลกครั้งที่ 3
ทีม 'วปอ.61' ของ 'หนู'
ศึกชิงเก้าอี้ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." คนที่ 16 แตะไม้ต่อมือจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 กันยายน 2569
คำตอบ...อยู่ที่'พระสยามเทวาธิราช'!!!
พวก กูรู-กูรู้ หรือบรรดาผู้เชี่ยวชาญบางราย...เขาถึงกับมองความเป็นไปของโลก ที่กำลังทรหวลปั่นป่วนคลั่ง หรือกำลังเต็มไปด้วยข้อขัดแย้งต่างๆ นานา จนก่อให้เกิด สงคราม อยู่ในทุกวันนี้ ว่าอาจนำมาซึ่งฉากสถานการณ์ที่เลวร้ายเสียยิ่งกว่าครั้งที่เคยเกิด อภิมหาวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ หรือที่เรียกๆ
แคนดิเดต 'ผบ.ตร.'
ควันหลงช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา "สีกากี" ได้รับเสียงชื่นชมจากผู้ที่มาเล่นสงกรานต์ร่วมประเพณีปีใหม่ไทย ตามสถานที่ทั่วไป และผู้คนที่พบเห็นภาพ "ตำรวจ" ใช้ปืนฉีดน้ำร่วมเล่นสงกรานต์กับประชาชน

