วันมาฆบูชากับวันวาเลนตีน

พุธที่ผ่านมา...วันที่ 12 กุมภา. ตรงกับวัน มาฆบูชา ส่วนอีก 2 วันถัดมา คือ 14 กุมภา. ถือเป็นวัน วาเลนตีน หรือ Valentine’s day ดังที่ทราบๆ กันไปแล้ว โดยคงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้ว่า แรงกระตุ้น แรงจูงใจ ที่ใครต่อใครคิดออกไปจุดธูป จุดเทียน บูชาพระรัตนตรัย รำลึกถึงคุณูปการขององค์พระศาสดา พระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือพระอรหันต์ทั้งหลายเนื่องในวันมาฆบูชา ยังไงๆ...มันน่าจะอ่อนล้า อ่อนแรง เทียบไม่ได้กับแรงกระตุ้น แรงจูงใจ ที่ทำให้ใครต่อใครหันไปคว้า ถุงยาง เนื่องในวันวาเลนตีน ไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า...

ด้วยเหตุเพราะความสนุกสนาน เพลิดเพลิน ความเมามันซ์ซ์ซ์ทั้งหลายนั่นแหละเป็นตัวกำหนด วันวาเลนตีนมันเลยก่อให้เกิดความกระเหี้ยนกระหือรือ ความกระตือรือร้น ความสดใสซาบซ่าน ฯลฯ โดยเฉพาะต่อคนหนุ่ม-คนสาว หรือบรรดาลูกหลานเยาวชนของหมู่เฮาโดยทั่วไป ที่ไม่อยากง่วงเหงา หาวนอน ไม่อยากหลับๆ ตื่นๆ เวลาฟังพระสวด หรือไม่มีเรี่ยวแรงที่จะพนมมือ อะไรที่เป็นแก่น เป็นสาระ เป็นความสำคัญของวันมาฆบูชา เลยมีแต่ค่อยๆ เหี่ยวปลาย ลงไปทุกที เมื่อเทียบกับเปลือก กับกระพี้ กับความคลุมๆ เครือๆ ของวันวาเลนตีน ที่ส่งผลให้ดอกกุหลาบแต่ละดอก แต่ละช่อ ราคาพุ่งขึ้นเป็นสิบ เป็นร้อย บานสะพรั่งรองรับความรักของใครต่อใครกันไปทั่วทั้งบ้าน ทั้งเมือง...

ไม่ต่างไปจากแรงกระตุ้น แรงจูงใจ ที่ทำให้ผู้คนอยากเล่นหวย อยากเข้าบ่อนกาสิโน อยากพนันออนไลน์ หรืออยากกินเหล้ายาปลาปิ้ง ฯลฯ ไม่ว่าจะในวันพระ หรือวันสำคัญใดๆ ก็เถอะ ที่เคยถูกกำหนดไว้เป็นข้อห้าม ด้วยเหตุผลกลใดก็ตามที อันเนื่องจากบรรดาสิ่งเหล่านี้ย่อมก่อให้เกิดความมันซ์ซ์ซ์ ความเพลิดเพลินเจริญใจกว่ากันเยอะ เมื่อเทียบกับการฟังเทศน์ ฟังธรรม หรือความเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดีทั้งหลาย ด้วยเหตุนี้...ถ้าไม่คิดจะถ่วง จะรั้ง เอาไว้บ้างเลย ปล่อยให้แรงกระตุ้น แรงจูงใจ ในลักษณะดังกล่าว สามารถพรูควั่งถั่งนรกและสวรรค์ ได้อย่างอิสระและเสรี โอกาสที่จะนำมาซึ่งความฉิบหายกับฉิบหาย ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ...

ยิ่งอะไรก็ตาม...ที่มันเคยซุกๆ เอาไว้ ใต้ดิน ถ้าลองไปขุด ไปลากมันขึ้นมาไว้ บนดิน ซะหมด ก็ยิ่งเท่ากับเพิ่มโอกาสแห่งความฉิบหายยิ่งขึ้นไปใหญ่ เพราะการที่มันยังคงถูกซุกๆ เอาไว้ใต้ดิน ก็อาจถือเป็นการสร้างแรงถ่วง แรงเหนี่ยวรั้ง ไม่ให้ถึงกับเตลิดเปิดเปิงมากมายเกินไปกว่านี้ หรือยังพอทำให้ สังคมพุทธแบบไทยๆ ยังพอมีหัวเป็นมังกุ แม้ท้ายจะกลายสภาพเป็นมังกือ หรือมังกร ก็ตามที แต่ก็ยังพอ อยู่ๆ กันไปได้ ตื่นเช้าขึ้นมาใส่บาตร สายๆ บ่ายๆ ออกไปตีไก่ ค่ำๆ แอบไปเข้าซ่อง หรือไปกินเหล้า กินยา ไปเฮฮาปาร์ตี้ ตามรสนิยมของใครก็ของมัน แต่เมื่อไหร่ที่พอได้สร่างขึ้นมาบ้างนิดๆ โอกาสที่จะหันมาฟังเทศน์ ฟังธรรม ก็ใช่ว่าจะไม่มีเอาเสียเลย...

อันนี้นี่แหละ...ที่มันพอช่วยให้เกิด สมดุลแบบไทยๆ ขึ้นมาได้มั่ง แม้แต่เล็กๆ น้อยๆ ก็ยังดี คือยังไม่ถึงกับฉิบหาย-วายวอดแบบไม่เหลือเศษ เหลือซาก เนื่องจากมันยังพอมีอะไรต่อมิอะไรถ่วงๆ รั้งๆ เอาไว้บ้าง ไม่ว่าโดยค่านิยม ทัศนคติ วัฒนธรรม ประเพณี หรือศาสนา ที่แทรกซึม แผ่ซ่าน เข้าไปสู่โครงสร้างของสังคม ในช่วงไหน จังหวะไหน ก็ตามที ความสงบ ร่มเย็น ความมีสันติภาพ สันติธรรม อันเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ มีคุณค่า ยิ่งกว่าทรัพย์สมบัติใดๆ จึงยังพอปรากฏให้เห็นรางๆ แม้ว่าบางครั้ง บางครา อาจเกิดการ สวิง ไปในทางที่ไม่ถูก-ไม่ต้องไปบ้างก็แล้วแต่ แต่ถ้าดันไปคิดจะขุดเอาแต่ละสิ่ง แต่ละอย่าง จากใต้ดิน มาไว้บนดิน เพียงเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินๆ-ทองๆ ไม่ว่าจะกี่ร้อย กี่พันล้าน แต่โอกาสที่โครงสร้างของสังคมทั้งสังคม อาจต้องถูกทำลายจนป่นปี้ จนเละเป็นขี้ เละเป็นโจ๊ก ย่อมต้องมีความเป็นไปได้ยิ่งขึ้นไปเท่านั้น...

ด้วยเหตุนี้...อะไรก็ตามที่มันพอช่วยถ่วง ช่วยรั้ง ไม่ให้แรงกระตุ้น แรงจูงใจ ในทางที่ไม่ถูก-ไม่ต้อง มันสามารถโลดเถลิงสเริงระบำดำรูมากมายเกินไปกว่านี้ ก็ควรให้ความสำคัญกับมันเอาไว้มั่ง อย่าได้คิดไปรื้อ ไปถอน ไปขุดอะไรต่อมิอะไรจากใต้ดินเอามาไว้บนดินกันไปเป็นแผงๆ แค่ต้องเห็นวันมาฆบูชาถูกวันวาเลนตีนแซงหน้า แซงโค้ง จนลูกๆ หลานๆ หันไปคว้า ถุงยาง แทนที่จะ สวดมนต์-ไหว้พระ ก็ออกจะเป็นอะไรที่เจ็บปวด รวดร้าว อยู่พอสมควรแล้ว แต่ถ้าถึงขั้นก่อให้เกิดการบั่นทอน ทำลาย โครงสร้างของสังคมทั้งสังคม อันนี้...แม้แต่ผู้ที่เพียรพยายามยึด อุเบกขาธรรม ไม่ว่าในแบบ เฉยมอง หรือ เฉยเมย ยังไงๆ...คงมิอาจอยู่นิ่งเฉย หรือปล่อยเลยตามเลย ได้อยู่แล้วแน่ๆ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิกฤตในคราวนี้...สามัคคีคือพลัง

ด้วยความรักและความห่วงใยบ้านเมือง เมื่อเราติดตามสถานการณ์ของบ้านเมืองเรา ก็จะเห็นว่าบ้านเมืองเรากำลังเผชิญกับวิกฤตทั้งศึกนอกและศึกในที่พวกเราต้องสามัคคีและร่วมมือกันในการฝ่าวิกฤตครั้งนี้

สงคราม...ที่กำลัง'เปลี่ยนโลก'

ตั้งแต่ สงครามรัสเซีย-ยูเครน กำลังอุตลุด ชุลมุน พระสันตะปาปาองค์ก่อน คือ พระสันตะปาปาฟรานซิส ท่านก็เคยสรุปเอาไว้แล้วตั้งแต่นั้นว่า...สิ่งที่เรียกว่า สงครามโลกครั้งที่ 3

ทีม 'วปอ.61' ของ 'หนู'

ศึกชิงเก้าอี้ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." คนที่ 16 แตะไม้ต่อมือจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 กันยายน 2569

คำตอบ...อยู่ที่'พระสยามเทวาธิราช'!!!

พวก กูรู-กูรู้ หรือบรรดาผู้เชี่ยวชาญบางราย...เขาถึงกับมองความเป็นไปของโลก ที่กำลังทรหวลปั่นป่วนคลั่ง หรือกำลังเต็มไปด้วยข้อขัดแย้งต่างๆ นานา จนก่อให้เกิด สงคราม อยู่ในทุกวันนี้ ว่าอาจนำมาซึ่งฉากสถานการณ์ที่เลวร้ายเสียยิ่งกว่าครั้งที่เคยเกิด อภิมหาวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ หรือที่เรียกๆ

แคนดิเดต 'ผบ.ตร.'

ควันหลงช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา "สีกากี" ได้รับเสียงชื่นชมจากผู้ที่มาเล่นสงกรานต์ร่วมประเพณีปีใหม่ไทย ตามสถานที่ทั่วไป และผู้คนที่พบเห็นภาพ "ตำรวจ" ใช้ปืนฉีดน้ำร่วมเล่นสงกรานต์กับประชาชน