
เชื่อว่าร้อยทั้งร้อยส่วนใหญ่ต้องเคยไปเที่ยว ส่วนจะเที่ยวใกล้เที่ยวไกล หรือเที่ยวที่ไหน เที่ยวกับใครนั้น ก็เป็นเรื่องสุดแต่ใจจะไขว่คว้าของแต่ละคน
แต่วันนี้ขอชวนคุณๆ มาสำรวจตัวเองว่า คุณเคยไปเที่ยวแบบนี้ไหม?!?
ซื้อของใส่ท้ายรถไว้เตรียมไปถวายสังฆทานโดยไม่เลือกวัด ขับผ่านวัดเล็กๆ เก่าๆ โทรมๆ ก็เข้าไปถวายสังฆทานและปัจจัยเลย
ขับรถผ่านโรงเรียนไม้เก่าๆ ตามต่างจังหวัด ก็เลี้ยวรถเข้าไปในโรงเรียน ไปหาครูใหญ่บอกว่าอยากเจอเด็กนักเรียนที่ยากจนมากที่สุดในโรงเรียน 5 คน ช่วยพามาหาหน่อย พอครูใหญ่พามาก็มอบทุนการศึกษาให้นักเรียนทั้ง 5 คน คนละ 500 บาท
ซื้อขนมปัง ทอฟฟี่ นมกล่อง ขนมหวาน ใส่ท้ายรถ ขับผ่านโรงเรียนเล็กๆ ก็เลี้ยวเข้าไปขออนุญาตคุณครูแจกขนมเด็กนักเรียนทั้งห้อง
ขับรถผ่านโรงพยาบาลเล็กๆ ในต่างจังหวัด แล้วแวะเข้าไปที่แผนกการเงิน เอาเงินให้เจ้าหน้าที่ไว้ 1,000 บาท แล้วบอกเจ้าหน้าที่ว่า ถ้ามีคุณป้า คุณลุง แก่ๆ ยากจนมาหาหมอ แล้วมารับยา ต้องจ่ายค่ายา ให้เอาเงินนี้จ่ายค่ายาแทนคุณลุง คุณป้า จนกว่าเงินจะหมด หรือถ้าคุณลุง คุณป้าได้ยาฟรีก็ให้เงินค่ารถกลับบ้านคนละร้อยบาท จนกว่าเงินจะหมด
เดินเที่ยวตลาดนัด หรืองานวัด มีเด็กนักเรียนมาร้องเพลงเล่นกีตาร์ เปิดหมวกหาเงิน คุณเดินไปบอกน้องให้เล่นกีตาร์ แล้วคุณเป็นคนร้องเพลง พอร้องจบคุณก็ให้เงินน้อง 100 บาท
ไปเที่ยวแล้วขับรถติดไฟแดง มีคนมาขายมะม่วง สับปะรด หรือโดนัทถุงละ 20 แล้วเราช่วยซื้อถุงหรือ 2 ถุง ไม่ได้อยากกินหรอก แต่ช่วยซื้อให้เขามีรายได้บ้าง มีกำลังใจในการทำมาหากินบ้าง
ไปเที่ยวตามวัดหรือเข้าที่พักที่โรงแรม จะมีเจ้าหน้าที่มาช่วยจัดการจราจรในที่จอดรถท่ามกลางแดดที่ร้อนๆ พอเราจะกลับไปขึ้นรถก็ซื้อน้ำดื่มหรือน้ำแข็งใส่โค้กไปให้เจ้าหน้าที่ดื่มคลายร้อย
ไปเที่ยวน้ำตกหรือภูเขาตามอุทยานแห่งชาติ ที่ไม่ค่อยมีคนมาเที่ยวกันบ่อยนัก โดยเฉพาะไปวันธรรมดาที่มีคนน้อย จอดรถแล้วพอตอนเราจะกลับ ก็ช่วยซื้อของแม่ค้าที่เป็นลูกเมียของเจ้าหน้าที่อุทยานบ้าง อาจจะเป็นน้ำอัดลมสักขวด กาแฟโบราณสักแก้ว หรือถ้าเป็นช่วงใกล้เที่ยงก็ซื้อไก่ย่างสักตัว ส้มตำสักถุง เอาไปให้เจ้าหน้าที่ที่ด่านเก็บเงิน ถือว่าช่วยๆ กันซื้อเพราะทั้งวันเขาอาจยังขายอะไรไม่ได้เลย
จอดรถเข้าห้องน้ำที่ปั๊มน้ำมัน เห็นพนักงาน ทำความสะอาดห้องน้ำนั่งกินข้าวที่ห่อมาจากบ้านอยู่ข้างห้องน้ำ ดูแล้วครอบครัวน่าจะลำบาก เราก็เดินไปให้เงินเขา 50 บาท หรือ 100 บาท พร้อมกับบอกว่า วันนี้วันเกิดผม ผมเลยมาแจกเงิน
นั่งกินอาหารเย็นในร้านอาหารหรูชื่อดังของอำเภอ แล้วมีนักเรียนตัวเล็กๆ มาขายพวงมาลัยเหี่ยวๆ คุณถามน้องเขาว่า ลายมือสวยไหม ลองคัดลายมือมาให้ดูหน่อย เดี๋ยวจะมีรางวัลให้ แล้วขอกระดาษกับปากกาจากทางร้านให้น้องเขาไปคัดลายมือมา 10 จบ ด้วยข้อความง่ายๆ พอน้องคัดลายมือเสร็จแล้วเอามาส่ง คุณก็ให้สตางค์น้องไป 100 บาท แล้วบอกให้เอากระดาษคัดลายมือนี้ไปเล่าให้พ่อแม่ฟังว่า ได้สตางค์ 100 บาทมาอย่างไร
ถ้าคุณเคยทำแม้แต่ข้อเดียวล่ะก็ เชื่อว่าคุณเป็นคนที่มีความสุขทุกครั้งในการออกเที่ยวแน่นอนค่ะ.
'ป้าเอง'
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สังคมเร่งรีบทำให้คนเห็นแก่ตัว!?!
นานๆ ที..ที่จะเดินเข้าห้างกลางใจเมืองย่านสยามสแควร์ ตื่นตาตื่นใจกับความแปลกใหม่ของสถานที่ ถือเป็นเรื่องปกติวิสัยของคนวัยเกษียณ แต่ที่รู้สึกมากกว่า คือ แปลกใจที่คนรุ่นใหม่ ทำไมไม่ใส่ใจที่จะแสดงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับคนที่่อ่อนแอ หรือมีปัญหาด้านสุขภาพ ช่วยตัวเองได้ค่อนข้างลำบาก
มีแต่ "สุขภาพ" เท่านั้นที่เป็นของเรา
ข้อคิดจากมหาเศรษฐีของจีน "แจ็ก หม่า" ที่น่าคิดที่สุด นั่นคือ • หากชีวิตเรา ถือเงินทองเป็นจุดมุ่งหมาย ชีวิตนั้นมีแต่ความยากลำบาก
เรื่องนี้...ต้องขยาย
เป็นเรื่องราวจากเฟซบุ๊กที่ถอดความโดย Ramet Tanawangsre ซึ่งระบุว่า กรณีหายากในโลกทุกวันนี้!? ..เริ่มกันเลย
ฉลองวันเด็กได้…แม้ว่าจะป่วย
วันเด็กปีนี้ เด็กหลายคนอาจไม่ได้ออกไปเที่ยวสวนสนุก ไม่ได้ขึ้นรถไฟฟ้าเล่น หรือเดินถือของขวัญด้วยรอยยิ้มกว้างท่ามกลางผู้คน แต่สำหรับเด็กบางคนที่ต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล วันเด็กก็ยังคงเกิดขึ้นได้…ในแบบของเขาเอง
'Still On My Mind'
มีโอกาสได้ไปเดินทอดน่องในบรรยากาศยามเย็น @ สวนเปรมประชาวนารักษ์ เมื่อวันใกล้สิ้นปีที่ผ่านมา เพราะเห็น E-poster ของ ปตท.ที่เชิญชวนให้ไปดูละครเพลงแสงสีเสียง “Still On My Mind” เพื่อร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ฉลอง..อย่างมีสติ
ในวันคริสต์มาส มีกัลยาณมิตรส่งคำสอนของ หลวงพ่อชา สุภัทโท ที่เกี่ยวกับวันคริสต์มาสมาให้อ่านค่ะ

