เอาอย่างนี้..ก็เอา!

วันวาน-พุธที่ 2 เมษา. ..

กลุ่มนักวิชาการ-นักศึกษา นำโดย รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ได้ไปยื่นหนังสือ “คัดค้าน” การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กาสิโนต่อประธานสภาฯ ที่รัฐสภา!

วันนี้-พฤหัสฯ ที่ 3 เมษา. ประธานสภาฯ คุณวันมูหะมัดนอร์ มะทา จะจัดบรรจุ “ร่าง พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” เข้าสู่การพิจารณาของสภาหรือไม่..

ผมไม่ได้คาดหวังอะไร แม้ “บ่อนกาสิโน” จะขัดต่อหลักศาสนา แต่คุณวันนอร์-อิสลามจะ “กล้าขัดใจ” เขาคนนั้นที่กระสันซ่านทุกลมหายใจเข้า-ออกหรือ?

ฉะนั้น..ที่ รศ.ดร.ชิดตะวัน อุตส่าห์ขับรถไปยื่นหนังสือคัดค้านจึงเป็นการเหนื่อยเปล่า ทางเดียวที่จะหยุดยั้งพวกเปรตโหยหิวได้..

ต้อง “รวมพลัง” ของประชาชน-คนไทยที่รักชาติรักแผ่นดินเท่านั้น!

 แล้วท่านล่ะพร้อมไหม? ถ้าใจพร้อม รีบสวมรองเท้าผ้าใบแล้วออกจากบ้านไปพบกันที่หน้ารัฐสภาวันนี้เวลา 9 โมงเช้า แสดงพลังให้เขาคนนั้นได้ประจักษ์..

ดูสิ..พระเจ้าจะเข้าข้างใคร?

อ้อ..ส่วนเรื่องนี้บอกตามตรง ไม่รู้จะเอนเอียงไปฝ่ายไหน ก็เรื่องที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรผ่านร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไปเมื่อวันก่อนนั่นแหละ!

ซึ่งก็หมายความว่าจะนำไปสู่การ “ปลดล็อก” ให้สามารถประชาสัมพันธ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ ประชาชนทั่วไปหากถ่ายรูปติดเหล้า-เบียร์ จะไม่ถูกดำเนินคดีอีกต่อไป

โดยที่ประชุมลงมติเห็นด้วย 365 เสียง ไม่เห็นด้วย 0 เสียง งดออกเสียง 0 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง 3 เสียง

สดับฟังจากการอภิปรายก่อนลงมติ เอาเฉพาะคุณนันทนา นันทวโรภาส สว. ท่านว่า.. “คิดว่ากฎหมายฉบับนี้เปลี่ยนแปลงอะไรหลายอย่างในประเทศไทย

โดยเฉพาะวิธีคิดของคนไทยเกี่ยวกับความสมดุลทางสังคม ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของไทยแทบจะเป็นการผูกขาดของผู้ผลิตรายใหญ่ไม่กี่ราย

เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตรายใหม่ยากมากด้วยการห้ามโฆษณาอย่างเข้มงวด แบรนด์ที่คนรู้จักอยู่แล้วหากินได้สบาย ตลาดขยายตัว แต่รายใหม่แจ้งเกิดไม่ได้

 ถึงจะคุณภาพดีอย่างไร แต่โฆษณาไม่ได้ก็ไม่ได้เกิด รวมทั้งข้อกำหนดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทยอยู่ในระดับใกล้เคียงกับประเทศซาอุดีอาระเบีย

ระบบภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย ทำให้ชาวตะวันตกตกใจกันมาก ไม่ว่าจะเป็นไวน์ วิสกี้ หรือเบียร์ยี่ห้อที่ขายอยู่ในประเทศไทยราคาสูงกว่าที่ขายอยู่ในยุโรป 2-3 เท่า

ทั้งหมดนี้อาจจะส่งผลดีในแง่ดีสาธารณสุขหรือปัญหาความปลอดภัยบนท้องถนน แต่มีผลลบทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างมาก

อุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีมูลค่ารวม 3 แสนล้านบาท ประมาณ 1.6% ของจีดีพีในประเทศไทย แล้ววันนี้ประเทศไทยมีผู้ผลิตกี่ราย

ถ้าที่ร้อยเอ็ด ภูเก็ต เชียงราย มีคนอยากจะทำบ้าง จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ เราเป็นประเทศที่เคร่งศีลธรรมกัน แต่ของแบรนด์รวยกันสุดๆ อย่างนี้เรากำลังปกป้องผลประโยชน์ใครอยู่..”

ครับ..ก็จริงและเห็นด้วยอยู่ แต่การควบคุมไม่ให้มีการโฆษณาเหล้า-เบียร์ คุณนันทนาพูดเอง.. “ก็ส่งผลดีในแง่ดีสาธารณสุขหรือปัญหาความปลอดภัยบนท้องถนน” มิใช่รึ?

เมื่อมันส่งผลดี ผมก็จึงบอกว่าไม่รู้จะเข้าข้างใคร แต่เท่าที่ฟังๆ ส่วนใหญ่ที่เห็นชอบก็ด้วยเพื่อเปิดโอกาสให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างขวาง-มากขึ้น

ก็ไม่รู้นะ..ประเทศไทยมีบ่อนกาสิโน มีการพนันออนไลน์ถูกกฎหมาย มีเหล้า-เบียร์ให้ประชาชนได้ดื่มกินฉ่ำ ไม่เว้นวันโกน-วันพระ..

ถ้าจะเอาอย่างนี้.. ก็เอา!.

สันต์ สะตอแมน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แว่วยินหมอดูทัก!

จะว่าเกิดไม่ทันก็คงไม่ใช่.. ผมหมายถึง นางกาญจนี วัลยะเสวี หรือ “ติ๊งต่าง” เจ้าของฉายาไฮโซสปอร์ตคลับและแกนนำกลุ่มแม่ยกพรรคประชาธิปัตย์น่ะ!

สุดแท้แต่กรรมเวร!

เดี๋ยวนะ.. คิดดีๆ อีกที..เงินตั้ง 1,300 ล้านบาทเชียวนา ที่ ครม.มีมติอนุมัติให้ กสทช.ดำเนินการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 น่ะ!

นึกว่า.. ‘คนจริง’!

“ไปจำศีลมา 8 เดือน”! นี่..ตีความได้ว่า จากนี้ นายทักษิณ ชินวัตร ก็จะละศีล พร้อมที่จะออกมาลุยในยุทธจักรการเมืองอีกต่อไปสินะ และที่บอกกับนักข่าว.. “ตอนนี้จำอะไรไม่ได้แล้ว” นั้น..

แสบยิ่งกว่าซีม่า

ไม่ใช่แผนเปิดประเด็นสร้างกระแส! แต่..เป็นความจริงที่ทำให้เกิดการถกเถียง-วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง กรณี สส.พรรคประชาชน คุณไอซ์-รักชนก ศรีนอก โพสต์เมื่อวันก่อน..

ระวัง.. ‘หมาหัวเน่า’!

เนี่ย..เพิ่งจะได้เข้าใจ! ว่า.. “กองทุนสวัสดิการของอดีต สส.และ สว.” เป็นกองทุนที่สมาชิกรัฐสภาเป็นผู้พิจารณากฎหมายและออกระเบียบกันเอง

ชาวพะงัน..อย่ารำคาญ

ปัจจุบันไม่มีตำแหน่งแห่งหน.. แต่..คุณชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช..