
เผอิญว่าตอน แผ่นดินไหว ดันหลับอยู่พอดิบพอดี...เลยไม่ได้รับรู้ รับทราบ ถึงอาการโคลงๆ เคลงๆ หรืออาการใดๆ เอาเลยแม้แต่นิด แต่พอเห็นภาพ เห็นข่าว เห็นคลิปวิดีโอ ไม่ว่าในบ้านเราหรือที่เมียนมา ก็อดที่จะต้องตกตะลึงพรึงเพริด เศร้าใจ เสียใจ ขึ้นมาไม่ได้ เพราะแผ่นดินไหวคราวนี้...ต้องเรียกว่า เอาเรื่อง อยู่พอสมควรทีเดียว...
แต่ก็นั่นแหละ...ตามประสาคนแก่ คนชรา คงไม่ถึงกับตื่นเต้น ตื่นตระหนกตกใจ อะไรมากมาย เพราะนอกจากจะเป็นเรื่องราว เป็นลักษณะความเป็นไปทางธรรมชาติ ก่อนหน้านั้นเมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว อันตัวข้าพเจ้าเอง ก็ยังเคย
พยายามรวบรวมและเรียบเรียงเรื่องราวทำนองนี้ เอาไว้เป็นพ็อกเกตบุ๊กเล่มหนาๆ กว่า 300 หน้า โดยให้ชื่อไว้ว่า ธรณีพิโรธ-อุบัติการณ์ที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของประวัติศาสตร์อารยธรรมแห่งมวลมนุษยชาติ ทั้งนั้น ทั้งนี้ โดยมี สำนักพิมพ์กรีน-ปัญญาญาณ ของคุณน้อง ต้อย-สนธิญาณ เขานำไปจัดพิมพ์ เผยแพร่ มาตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม ปี พ.ศ.2559 โน่นเลย...
คือเรียกว่า...ไปลากเอาเหตุการณ์แผ่นดินไหวตั้งแต่ในเมืองจีน รอบๆ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ในกรีก ในโปรตุเกส ในแถบตะวันออกกลาง ฯลฯ นับแต่ช่วงร้อยๆ พันๆ ปีจนถึงยุคปัจจุบัน มาสำรวจ ตรวจสอบ สังเคราะห์และวิเคราะห์ จนแทบจะจำแลงแปลงกาย กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหวไปแล้วก็ว่าได้ หรือพอจะได้รับรู้ รับทราบ ถึงลักษณะอาการของ ภัยพิบัติ ชนิดนี้ ว่าไม่เพียงแต่สามารถสังหาร พร่าผลาญผู้คน ในแต่ละครั้งละครา ชนิดเป็นหมื่นๆ แสนๆ ล้านๆ แต่ยังมีความเชื่อมโยง เกี่ยวโยง กับความเป็นไปของอารยธรรมแห่งมวลมนุษยชาติ อย่างชนิดลึกซึ้ง ถึงกึ๋น เอาเลยก็ว่าได้...
ไม่ว่า แผ่นดินไหวไห่หยวน (Haiyuan Earthquake) ปี ค.ศ.1920 ในเมืองจีน ที่ถือเป็นตัวเปิดฉาก มังกรแดง หรือเป็นตัวกระตุ้นให้พรรคคอมมิวนิสต์จีน ภายใต้การนำของท่านประธาน เหมา เจ๋อตง สามารถผงาดขึ้นมามีอำนาจครอบครองจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่ เกรียงไกร แห่งนี้ จนแทบไม่ต่างอะไรไปจาก จักรพรรดิแห่งบัลลังก์มังกร แต่สุดท้าย...ก็จำต้องปิดฉากหลังจากเกิด แผ่นดินไหวถังชาน (Tangshan Earthquake) เมื่อช่วงปี ค.ศ.1976 และนำไปสู่การปฏิรูปประเทศจีน ให้กลายเป็น สังคมนิยมที่มีลักษณะเฉพาะ หรือเป็น ทุนนิยมเผด็จการ ภายใต้แนวคิด 4 ทันสมัย ของท่าน เติ้ง เสี่ยวผิง เขานั่นแหละ...
หรือ แผ่นดินไหวลิสบอน (Lisbon Earthquake) ในโปรตุเกส ปี ค.ศ.1775 ที่กลายเป็นตัวกระตุ้นให้สิ่งที่เรียกว่า การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ กลายเป็นสิ่งที่กู่ไม่กลับ-หลับไม่ตื่น-ฟื้นไม่มี หรือส่งผลให้โลกทั้งโลก ต้องกลายเป็นโลกแห่งเหตุและผล โลกที่สามารถอธิบายด้วยกรรมวิธีทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่โลกแห่งความเชื่อ-ความศรัทธา ตามแนวคิดของบรรดาพวก นักการศาสนา ทั้งหลายต่อไปอีกแล้ว หรือทำให้ แสงสว่างทางปัญญา ของมวลมนุษย์ ถูกนำเข้ามาแทนที่ แสงสว่างแห่งพระเจ้า จนอะไรต่อมิอะไรออกอาการ ฟื้นไม่มี-หนีไม่พ้น จนตราบเท่าทุกวันนี้..
ใครที่อยากรับรู้รายละเอียด...อาจลองไปควานหาตามแผงหนังสือเก่าๆ น่าจะพอเหลือๆ อยู่มั่ง แต่โดยสรุปรวมความแล้ว ถ้าว่ากันตามตัวเลข สถิติ ที่ผู้เชี่ยวชาญแผ่นดินไหวฉบับของจริง-ของแท้ อย่างนาย Tom Parson และ Eric Geist แห่งสถาบันวิจัยทางธรณีวิทยา USGS (US. Geological Survey) ท่านสรุปไว้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปี ค.ศ.2014 โน่นเลย แนวโน้มที่น่าตกใจและน่าตกตะลึงพรึงเพริดยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ข้อสรุปที่ว่า...อุบัติการณ์แผ่นดินไหวระดับใหญ่ๆ ของโลกนั้น นับวัน...มีแต่จะถี่ขึ้น แรงขึ้นและไหวในระดับ ตื้น ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ หรือนับจากปี ค.ศ.1979 เป็นต้นมา จำนวนแผ่นดินไหวที่มีระดับความแรง 7.0 แมกนิจูดขึ้นไป ได้เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยถึง 65 เปอร์เซ็นต์ เอาเลยถึงขั้นนั้น!!!
นี่...อันนี้นี่แหละที่น่าขนหัวลุก ขนคอตั้ง อยู่พอสมควร หรืออาจถือเป็นเครื่องบ่งชี้ว่า ธรรมชาติ ท่านชักจะเริ่มเข้ามายุ่งเกี่ยวกับ ความเปลี่ยนแปลงแห่งอารยธรรมของมวลมนุษยชาติ มากขึ้นและถี่ขึ้นยิ่งเข้าไปทุกที จะด้วยเหตุเพราะสิ่งที่เรียกว่า อารยธรรม ทั้งหลาย มันมักจะเป็นไปในลักษณะที่ ขัดแย้ง หรือ สวนทาง กับความเป็นไปทางธรรมชาติ หรือไม่ได้เป็นไปตาม ครรลอง-คลองธรรม หรือไม่? อย่างไร? อันนั้น...บรรดาผู้ที่ยังคงมีชีวิตอยู่ทั้งหลาย คงต้องไปควานหา คำตอบ กันเอาเอง!!!.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วิกฤตในคราวนี้...สามัคคีคือพลัง
ด้วยความรักและความห่วงใยบ้านเมือง เมื่อเราติดตามสถานการณ์ของบ้านเมืองเรา ก็จะเห็นว่าบ้านเมืองเรากำลังเผชิญกับวิกฤตทั้งศึกนอกและศึกในที่พวกเราต้องสามัคคีและร่วมมือกันในการฝ่าวิกฤตครั้งนี้
สงคราม...ที่กำลัง'เปลี่ยนโลก'
ตั้งแต่ สงครามรัสเซีย-ยูเครน กำลังอุตลุด ชุลมุน พระสันตะปาปาองค์ก่อน คือ พระสันตะปาปาฟรานซิส ท่านก็เคยสรุปเอาไว้แล้วตั้งแต่นั้นว่า...สิ่งที่เรียกว่า สงครามโลกครั้งที่ 3
ทีม 'วปอ.61' ของ 'หนู'
ศึกชิงเก้าอี้ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." คนที่ 16 แตะไม้ต่อมือจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 กันยายน 2569
คำตอบ...อยู่ที่'พระสยามเทวาธิราช'!!!
พวก กูรู-กูรู้ หรือบรรดาผู้เชี่ยวชาญบางราย...เขาถึงกับมองความเป็นไปของโลก ที่กำลังทรหวลปั่นป่วนคลั่ง หรือกำลังเต็มไปด้วยข้อขัดแย้งต่างๆ นานา จนก่อให้เกิด สงคราม อยู่ในทุกวันนี้ ว่าอาจนำมาซึ่งฉากสถานการณ์ที่เลวร้ายเสียยิ่งกว่าครั้งที่เคยเกิด อภิมหาวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ หรือที่เรียกๆ
แคนดิเดต 'ผบ.ตร.'
ควันหลงช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา "สีกากี" ได้รับเสียงชื่นชมจากผู้ที่มาเล่นสงกรานต์ร่วมประเพณีปีใหม่ไทย ตามสถานที่ทั่วไป และผู้คนที่พบเห็นภาพ "ตำรวจ" ใช้ปืนฉีดน้ำร่วมเล่นสงกรานต์กับประชาชน

