เมืองอุตสาหกรรมสีเขียว

โลกปัจจุบันกำลังมีการเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากการพัฒนาเทคโนโลยีแล้ว ยังมีเรื่องของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก (climate change) ที่เป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการพัฒนาธุรกิจด้วยหลักธรรมาภิบาล ที่ต้องดูแลผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียในทุกมิติ ทั้งในด้านการดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วยกัน ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจแห่งอนาคตที่มุ่งสู่การบริหารจัดการธุรกิจอย่างยั่งยืน หรือ Sustainability แต่อาจไม่มีความหมายอะไรเลยหากไม่ลงมือปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง และจริงจังด้วย เพราะมิติต่างๆ บนโลกใบนี้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อโลกกำลังประสบปัญหาจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ที่อาจจะส่งผลต่อการทำลายสิ่งแวดล้อม

ดังนั้น ความยั่งยืนจึงกลายเป็นแนวทางการบริหารของทุกประเทศทั่วโลก ที่ยังคงต้องมุ่งตอบสนองความต้องการของมนุษย์ในปัจจุบัน อย่าง บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชัน หรือ AMATA ดำเนินงานโดยมีหลักคิดในการคำนึงถึงผลกระทบในทุกๆ มิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ที่จะนำไปสู่ความยั่งยืนที่แท้จริง

ซึ่ง วิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด AMATA ระบุว่า การดำเนินโครงการพัฒนาชุมชนด้านการจัดการน้ำและขยะอย่างยั่งยืน เป็นอีกเป้าหมายสำคัญของการยกระดับคุณภาพชีวิต ที่ทำให้อมตะฯ ก้าวสู่ระดับเวิลด์คลาส หรือการเดินตามแผนการพัฒนาความยั่งยืนควบคู่กับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมขององค์การสหประชาชาติ (UN SDGs) โดยการดำเนินโครงการฯ เป็นความร่วมมือจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี ซึ่งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่มีความตื่นตัวในการบริหารจัดการน้ำอย่างจริงจัง และมองเห็นคุณค่าของน้ำเสียว่าสามารถนำมาบำบัดหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ทดแทนแหล่งน้ำจากธรรมชาติหรือน้ำประปา และการอยู่ร่วมกันกับชุมชนรอบนิคมฯ โดยมีแนวทางและแผนการบริหารจัดการน้ำที่มีความต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม อมตะฯ ได้ร่วมกับบริษัทในเครือและเอกชน รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมของชุมชนโดยรอบนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี ภายใต้การดำเนิน โครงการ “พัฒนาชุมชนด้านการจัดการน้ำและขยะอย่างยั่งยืน” ระยะที่ 2 โดยขยายพื้นที่การพัฒนาโครงการบริหารจัดการน้ำเสีย ขยะ คลองสาธารณะในชุมชนพื้นที่รอบนิคมฯ อมตะซิตี้ ชลบุรี เพื่อใช้เป็นต้นแบบแหล่งเรียนรู้ก่อนถ่ายทอดสู่ชุมชนอื่นๆ รอบนิคมฯ ต่อไป

อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานโครงการต่อเนื่องครั้งนี้แบ่งเป็น 3 ระยะ เพื่อขยายขอบเขตการพัฒนาให้ครอบคลุมทั้งระบบ ครบทุกพื้นที่ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ได้แก่ ระยะที่ 1 เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2561-2563 ในพื้นที่คลองรับน้ำ-คลองตำหรุ ของเทศบาลตำบลหนองไม้แดง เป็นพื้นที่กลางน้ำซึ่งเชื่อมต่อนิคมอุตสาหกรรม ปัจจุบันชุมชนสามารถบริหารจัดการน้ำและขยะในพื้นที่ได้ดีขึ้นประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพึงพอใจในช่วงที่ผ่านมา

ระยะที่ 2 อยู่ระหว่างการดำเนินงานโดยจะเริ่มตั้งแต่ปี 2565-2566 โดยได้คัดเลือกพื้นที่คลองรับน้ำ-คลองหัวทองหลางซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลคลองตำหรุ เป็นพื้นที่เชื่อมต่อกับโครงการระยะที่ 1 เป็นพื้นที่ปลายน้ำก่อนไหลลงสู่ทะเล ปัจจุบันขาดการบำรุงรักษาส่งผลให้เกิดน้ำเน่าเสียสร้างผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง และระยะที่ 3 อยู่ระหว่างการเก็บข้อมูลเพื่อการศึกษาซึ่งคาดว่าจะดำเนินการในพื้นที่ต้นน้ำ ได้แก่ พื้นที่ตำบลพานทอง-หนองกะขะ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในแผนการสร้างชุมชนต้นแบบการบริหารจัดการน้ำและขยะอย่างยั่งยืน

โครงการพัฒนาชุมชนด้านการจัดการน้ำและขยะอย่างยั่งยืน มีเป้าหมายปฏิบัติการร่วมกันเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม โดยการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยีและประสบการณ์ของอมตะฯ สู่ชุมชน โดยนำหลักการบริหารจัดการน้ำ ตามหลัก 3Rs การลดการใช้ (Reduce), การนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse), การนำมากลับมาใช้ใหม่ (Recycle) ฯลฯ มาเป็นแนวทางในดำเนินโครงการ ตามภารกิจของอมตะฯ ที่มุ่งมั่นจะรักษาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องเพื่อก้าวสู่ความยั่งยืนที่แท้จริง

อย่างไรก็ตาม ความยั่งยืนและการยกระดับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมนั้น จะประสบความสำเร็จได้ก็ต้องขึ้นกับความร่วมมือและจิตสำนึกของทุกภาคส่วนว่าจะมีมากน้อยเพียงใด ความรับผิดชอบและสามัญสำนึกของแต่ละคนว่าจะมีกันแค่ไหน จะมีกันแค่ตามกระแสแบบโลกสวย หรือจะทำกันอย่างยั่งยืน.

บุญช่วย ค้ายาดี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ถอดบทเรียนแบรนด์ดังดันยอดขายด้วยData

ในยุคที่ “ข้อมูลลูกค้า” คือหัวใจในการเอาชนะความท้าทายที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทยต้องเผชิญ ทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ต้นทุนที่สูงขึ้น และการแข่งขันที่เข้มข้น

จับตา'ส่งออกไทย’อ่วมพิษสงคราม

ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง นับเป็นปัจจัยเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลก เนื่องจากภูมิภาคดังกล่าวเป็นแหล่งผลิตพลังงานหลักและเป็นจุดเชื่อมโยงของเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ ความขัดแย้งทางการเมืองและความไม่มั่นคงด้านความปลอดภัยส่งผลให้เกิดความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ อัตราแลกเปลี่ยน และต้นทุนโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางของการค้าโลก และการเคลื่อนย้ายสินค้าในระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

แปลงเกษตรสู่ฐานชีวภาพ

ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหารและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิภูมิอากาศ “เกษตรกรรมแบบดั้งเดิม” กำลังถูกเขย่าด้วยกระแสเทคโนโลยีดิสรัปชัน ประเทศไทยในฐานะอู่ข้าวอู่น้ำของโลกจึงไม่อาจหยุดนิ่งอยู่กับเพียงการส่งออกวัตถุดิบขั้นต้น แต่กำลังเร่งสปีดสู่การเป็น “อุตสาหกรรมฐานชีวภาพ” (Bio-based Industry) ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสร้างมูลค่าเพิ่มมหาศาล

สงกรานต์ส่อแววหงอย

เมื่อเริ่มเข้าสู่เดือนเมษายนของทุกปี บรรยากาศแห่งความสุขและการรอคอยก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง กับเทศกาล “สงกรานต์” หรือ วันปีใหม่ไทย ถือเป็นช่วงเวลาของวันพักผ่อนหยุดยาวที่หลายคนเฝ้ารอ

ท่องเที่ยวกับการปรับเกมรับวิกฤต

เริ่มต้นเพียงไตรมาสแรกของปี 2569 ก็ดูเหมือนจะมีวิกฤตให้รับมือกันหลายอย่าง โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่มักจะมีผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจอยู่ตลอดจากสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น

เศรษฐกิจไทยปีม้าส่อหลุดต่ำ 2%

ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน หลังสหรัฐและอิสราเอลโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและกลุ่มผู้นำของอิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในภูมิภาค ทำให้เกิดความเสี่ยงที่ความขัดแย้งในระดับภูมิภาคจะขยายวงมากขึ้น