
ไม่ได้มีแค่ “ทัพทหาร” เท่านั้นที่ตื่นตัว เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา “ทัพตำรวจ” ก็เตรียมตัว 1 เช่นเดียวกัน บิ๊กต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ลงพื้นที่ประชุมติดตามสถานการณ์และตรวจเยี่ยมความพร้อมกำลังพลในพื้นที่ ณ ห้องประชุมสุขวิมล กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 22 กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ 4 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมกำชับตำรวจ
พื้นที่ ตำรวจทางหลวง ตำรวจน้ำ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัด และตำรวจสันติบาล จะต้องติดตามสถานการณ์ด้านการข่าวอย่างใกล้ชิด กำชับการป้องกันสถานที่ราชการ สถานีตำรวจต่างๆ การตั้งรับและรั้งหน่วง แผนการถอยร่นและช่วยเหลือประชาชน, แผนการอพยพ หลุมหลบภัย บังเกอร์ และเส้นทางในพื้นที่ โรงพยาบาลทางการแพทย์ และแผนการปฏิบัติส่วนหลังของแต่ละจังหวัด โดยให้ทุกหน่วยซักซ้อมแผนการปฏิบัติ ทั้งการซักซ้อมในการควบคุมสั่งการ และการปฏิบัติเสมือนจริงในพื้นที่
พอ ผบ.ต่าย ขยับกำชับให้ตำรวจพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา สืบสวนหาข่าวในพื้นที่ จัดเตรียมความพร้อมแผนปฏิบัติการ แผนเผชิญเหตุ สนับสนุนการปฏิบัติเมื่อได้รับการสั่งการ พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ ก็รับปฏิบัติ นำคณะเดินทางไปตรวจเยี่ยมและบำรุงขวัญเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ ณ ฐานปฏิบัติการช่องโอบก อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อแนวชายแดนไทย-กัมพูชา มอบสิ่งของเครื่องอุปโภค-บริโภค เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งไปตรวจเยี่ยมสถานการณ์การค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ที่จุดผ่อนปรนการค้าช่องสายตะกู อำเภอบ้านกรวด ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับช่องจุ๊บโกกี อำเภอบันเตียอัมปึล จังหวัดอุดรมีชัย ของกัมพูชา เน้นย้ำกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ปฏิบัติตามมาตรการตรวจคนเข้าเมืองอย่างเคร่งครัด และป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายทุกประเภท ๐
ต้องแบบนี้ซิ “นครบาล” ภายใต้ บิ๊กหยาม-พล.ต.ท.สยาม บุญสม กุมบังเหียน ผบช.น. มี บิ๊กนพ-พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น.ดูแลงานสืบสวน บิ๊กเก่ง-พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พร้อม ผบก.น.1-9 เปิดปฏิบัติการ “กรุงเทพปลอดภัย” ลุยกวาดล้างอาชญากรรม ตั้งแต่วันที่ 23-30 พ.ค.ที่ผ่านมา จับกุมผู้กระทําความผิด 129 ราย ยึดอาวุธปืน 47 กระบอก มีทะเบียน 12 กระบอก ไม่มีทะเบียน 35 กระบอก สิ่งเทียมอาวุธปืน 3 ชิ้น กระสุน 482 นัด รถยนต์ 4 คัน รถจักรยานยนต์ 49 คัน ยาบ้า 1,420,000 เม็ด ถือเป็นมาตรการเชิงรุกที่ต้องสนับสนุน เพราะปัจจุบันมีการรวมตัวตั้งเป็นกลุ่มแก๊ง แต่ละครั้งคนร้ายจะใช้อาวุธปืนข่มขู่หรือทําร้ายร่างกายเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์ สร้างความเดือดร้อน รวมถึงมีการก่อเหตุโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ การเปิดปฏิบัติการ "กรุงเทพปลอดภัย" ก็เหมือนเป็นการป้องปรามการก่อเหตุ ดีกว่าให้เหตุเกิดแล้วให้ฝ่ายสืบสวนตามจับอย่างเดียว ถึงแม้จะจับคนร้ายได้ แต่ผู้เสียหายก็เกิดการบาดเจ็บหรือเสียชีวิต มาตรการป้องปรามจึงเป็นสิ่งที่ “ตำรวจ” ควรระดมทำอย่างต่อเนื่อง ๐
เป็นไปตามมาตรการตอบโต้กัมพูชาต่อการรุกล้ำเขตแดนพื้นที่ช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ตามขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก เมื่อพูดคุยกันแล้วไม่ยอมรับในข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ การที่ฝ่ายกัมพูชา “ตีกัน” ไม่ให้หยิบยกประเด็น 4 พื้นที่ไปคุยในที่ประชุมคณะกรรมการร่วมเขตแดน หรือ JBC จึงมีเจตนาในการนำเหตุการณ์นี้ไปสู่เป้าหมายอื่น ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของทหารต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญในการปกป้องอธิปไตย เริ่มจากการที่ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ออกคำสั่งมอบอำนาจให้ 2 ผู้บัญชาการกองกำลังชายแดนด้านตะวันออกเป็นผู้พิจารณาควบคุม จำกัดการเข้าออกชายแดนไทย-กัมพูชา ๐
โดยด้านบนมอบให้ “ผบ.ภพ” พล.ต.สมภพ ภาระเวช ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 6 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ซึ่งเคยมีคลิปเมื่อครั้งเจรจากับ พลจัตวา เนี้ยะ วงษ์ ผบ.พลน้อย ร.12 ของกัมพูชา ที่นำกำลังมาป้วนเปี้ยน ทำกิจกรรมต่างๆ บรเวณปราสาทตาเมือนธม ขณะที่ด้านล่างฝั่งอรัญประเทศ สระแก้ว ก็มอบให้ "ผบ.เบญ" พล.ต. เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา ทหารเสือราชินีที่ขึ้นมาคุมชายแดนด้านนี้ เป็นผู้พิจารณาตามสถานการณ์ 4 ระดับ ไล่ตั้งแต่เบาไปหาหนัก ก่อนที่จะมีการประชุม JBC ในวันที่ 14 มิ.ย.นี้ เลื่อนจากวันที่ 9 มิ.ย.ที่ได้มีการตกลงกันไว้ ท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนที่กำลังอ่อนไหว คนทั้งสองชาติอารมณ์คุกรุ่น จึงไม่มีใครรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นตลอดแนวที่ทหารสองชาติขึงกำลังไว้แน่นเอี้ยด ๐
ระหว่างนี้ยังต้องสืบสภาพกันต่อไปว่า การเสริมกำลังเข้ามาเพิ่มอีก 3 พันนายของฝั่งกัมพูชา จากที่มีข่าวว่าก่อนหน้านี้มีการจัดแนวทหารไว้ร่วม 9,000 นาย และยุทโธปกรณ์อีกมากที่มีบางส่วนจีนขนมาซ้อมรบแต่ไม่เอากลับ นับแต่เหตุการณ์ปะทะที่แนวต้นพญาสัตบรรณ เป็นกำลังจากหน่วยไหน เพราะมีข่าวลือเรื่องทหารจีนสวมชุดกัมพูชาเพื่อพลางเข้าร่วมสังเกตการณ์ แถมสถานทูตจีนออกตัวแรง ร่อนแถลงการณ์ไม่ยุ่งเกี่ยวหรือสนับสนุนกัมพูชาในการรบกับไทย หลังจากที่ไอโอฝ่ายไทยขุดหลุมล่อให้ผู้อยู่เบื้องหลังเปิดเผยหน้าออกมา แต่ก็ขอให้เชื่อมือ "แม่ทัพกุ้ง" พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ที่คงใช้ทุกไพ่ที่มีอยู่ในมือรักษาผืนแผ่นดินไทยไว้ ในช่วงสุดท้ายของชีวิตรับราชการที่เหลือแค่ไม่กี่เดือนข้างหน้า ๐
สัปดาห์ที่ผ่านมาเรียกได้ว่าทุกหน่วยพร้อม ... พล.ท. อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 ตรวจความพร้อมรบ กองพันทหารม้าเฉพาะกิจ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ ตามแผนเผชิญเหตุของ ทบ.ที่กรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ “Home of Tanker” จังหวัดสระบุรี พร้อมมอบโอวาทและนโยบายในการปฏิบัติภารกิจแก่กำลังพล เป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้เหล่า Tanker ให้เกิดความพร้อมสูงสุดในการรักษาอธิปไตยของชาติ ขณะที่กำลังทางเรือ พล.ร.ท.ณัฐพงศ์ ปานโสภณ รองผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เดินทางตรวจความพร้อมในเรือและกำลังพล ของหน่วยขึ้นตรงกองเรือยุทธการ ประกอบด้วย ร.ล.จักรีนฤเบศร, ร.ล.เจ้าพระยา, ร.ล.สายบุรี, ร.ล.ประจวบคีรีขันธ์, ร.ล.ช้าง, ร.ล.สัตหีบ และ ร.ล.เทพา พร้อมทั้งมอบโอวาทและให้กำลังใจกำลังพลทุกนาย ที่แสดงออกถึงความพร้อมที่จะเผชิญกับสถานการณ์ และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บังคับบัญชาและประชาชน ในการป้องกันอธิปไตยของชาติ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คิดจะฟ้องไทย...ไงกลายเป็นหมาหัวเน่า
สันดานโจร สันดานคนโกหก กล่าวหาไทยด้วยข้อความเป็นเท็จ พูดจาด้วยท่าทีที่รุนแรง หวังที่จะฟ้องประชาคมโลกให้ช่วยรุมประณามไทย ดรามาว่าข้อพิพาทระหว่างเขากับเราในเวลานี้ ไทยเราเป็นคนเริ่มต้น ไทยเราเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กอย่างไร้มนุษยธรรม ดรามาทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำที่น่าสงสาร ใช้คนแก่
ความรู้-คู่-คุณธรรม
คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้...ว่าด้วยความ ก้าวหน้า-ก้าวไกล ของเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านการสื่อสารมันเลยทำให้บรรดา กูรู-กูรู้ ไม่ว่าในบ้านเราหรือในระดับโลกก็ตามที
'แคนดิเดต ผบ.' หวิดงานเข้า
จู่ๆ ก็เกือบงานเข้า บิ๊กไมค์-พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หนึ่งในแคนดิเดตชิงเก้าอี้ "ผู้นำสีกากี" ต่อจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
แสนคนด่า...แต่ว่าล้านคนรัก
เมื่อนักการเมืองคนหนึ่งทำตัวชั่วร้ายแบบมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนจนกลายเป็นคดีความและผ่านการไต่สวนของศาล จนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องติดคุกติดตาราง แต่เขาก็ใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินเอาชนะกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คำตัดสินของศาลไร้ความหมาย ประชาชนผู้รักความยุติธรรม
ป้อมปราการที่มิมีผู้ใดจะตีแตก!!!
อย่างที่เคยพูดๆ เอาไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันรู้ผล เลือกตั้ง ครั้งสุดท้ายของบ้านเรานั่นแหละว่า...ไม่ว่าใคร? พรรคใด? ได้เสียงข้างมาก ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล แต่ย่อมหนีไม่พ้นต้อง ซวยฉิบหาย-ซวยตายห่า
โละ 'บัญชีผี' กอ.รมน.
เอ๊ะ!!! ไม่รู้มีอะไรในกอไผ่มากกว่าหน่อไม้หรือไม่ เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมา "4 แคนดิเดต" ชิงเก้าอี้ "ผบ.ตร." หรือ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" คนที่ 16 ต่อคิวจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์

