‘อนุทิน’ นายกฯ ๘ เดือน

ถ้าไม่อยากมีปัญหา คุยกันให้ชัดตั้งแต่แรกนะครับ

เงื่อนไขโหวตนายกรัฐมนตรีใน MOA ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน ข้อแรกที่ระบุว่า “ยุบสภาใน ๔ เดือน หลังการแถลงนโยบาย เพื่อจัดการเลือกตั้งทั่วไปใหม่”

แต่มิได้หมายความว่ารัฐบาลอนุทินจะอยู่ในตำแหน่ง ๔ เดือน

หรือ “อนุทิน” จะอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพียง ๔ เดือน

เหตุที่พรรคประชาชนต้องบอกกับ “ด้อมส้ม” ให้ชัด เพราะ นายกฯ อนุทิน จะอยู่ในตำแหน่งนานกว่านั้น

ประมาณว่า ครม.อนุทินจะถวายสัตย์ปฏิญาณตนเสร็จสิ้นไม่เกินกลางเดือนนี้

จากนั้นสามารถแถลงนโยบายได้ทันที

กระบวนการข้างต้นนี้น่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนกันยายน

เมื่อนับเงื่อนเวลาตาม MOA การยุบสภาจะเกิดขึ้นภายในเดือนมกราคมปีหน้า

รัฐธรรมนูญกำหนดว่า การเลือกตั้งเพราะเหตุนายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภานั้น จะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ภายใน ๔๕-๖๐ วัน

ฉะนั้นการเลือกตั้งจะมีขึ้นช่วงปลายเดือนมีนาคม

แต่เนื่องจากมีความเหลื่อมเรื่องเวลาระหว่างปลายมีนาคมกับต้นเมษายน เพราะการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ ฉะนั้นอาจเป็น วันอาทิตย์ที่ ๒๙ มีนาคม หรือ ๕ เมษายน แล้วแต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะกำหนด

ถึงตอนนั้น “อนุทิน” เป็นนายกรัฐมนตรีมาครึ่งปีแล้ว

เมื่อเลือกตั้งเสร็จก็เข้าสู่กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่

หากเร็ว เดือนเดียวเสร็จ

หรืออาจจบใน ๒ เดือน

สรุปคร่าวๆ ถึงตอนนั้น “อนุทิน” จะอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว ๘ เดือน

ก็ราวๆ เดือนพฤษภาคมปีหน้า

แต่หากการตั้งรัฐบาลมีความยืดเยื้อก็บวกไปเรื่อยๆ

ประวัติการตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยค่าเฉลี่ยแล้วมักจะจบภายในเดือนเดียว แต่ลากยาวเกิน ๓ เดือนก็มีให้เห็นกันมาแล้ว

ท็อป ๕ ใช้เวลาจัดตั้งรัฐบาลนานที่สุดมีดังนี้ครับ

ลำดับที่ ๕ การเลือกตั้งครั้งที่ ๓ เมื่อวันที่ ๑๒  พฤศจิกายน ๒๔๘๑

ใช้เวลา ๓๔ วันหลังการเลือกตั้ง จึงจะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี คือในวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๔๘๑

ใช้เวลา ๓๘ วันหลังการเลือกตั้ง จึงจะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ในวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๔๘๑

ลำดับที่ ๔ การเลือกตั้งครั้งที่ ๒๐ ซึ่งมีขึ้นเมื่อวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๔๔

ใช้เวลาทั้งสิ้น ๓๔ วันหลังการเลือกตั้ง จึงจะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ในวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๔

และใช้เวลาทั้งสิ้น ๔๒ วันหลังการเลือกตั้ง จึงจะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ในวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๔

ลำดับที่ ๓ การเลือกตั้งครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๔๘๐

ใช้เวลาทั้งสิ้น ๔๔ วันหลังการเลือกตั้ง จึงจะได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งทั้งคณะรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี ในวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๔๘๐

ลำดับที่ ๒ การเลือกตั้งครั้งที่ ๒๓ เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐

ใช้เวลาทั้งสิ้น ๓๗ วันหลังการเลือกตั้ง จึงจะได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ในวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๑

และใช้เวลาทั้งสิ้น ๔๕ วันหลังการเลือกตั้ง จึงจะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ในวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

และลำดับที่ ๑ การเลือกตั้งครั้งที่ ๒๖ เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ ที่ผ่านมานี่เอง 

ใช้เวลาทั้งสิ้น ๑๐๗ วันหลังการเลือกตั้ง จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ในวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๒

และใช้เวลา ๑๐๘ วันหลังการเลือกตั้ง จึงจะได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ในวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๒ นี่เอง

ซึ่งก็คือรัฐบาลลุงตู่!

นี่ยังไม่นับเหตุการณ์แทรกซ้อนต่างๆ...ถ้ามี ก็อาจลากยาวไปอีกระยะหนึ่ง

ทำไมต้องชัดเจนเรื่อง “อนุทิน” อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีทั้งสิ้นกี่เดือน

ก็เพราะเริ่มมีการโหมสร้างประเด็นทางการเมืองขึ้นมาแล้วว่า “อนุทิน” บิดพลิ้วจะอยู่ในตำแหน่งนายกฯ มากกว่า ๔ เดือน

เหตุมาจากข้อเสนอสุดท้ายของพรรคเพื่อไทย เลือก “ชัยเกษม” เป็นนายกฯ ยุบสภาทันทีไม่ต้องรอ ๔ เดือน

ฉะนั้นจึงเริ่มมีการปูพื้นข้อมูลกันแล้วว่า “อนุทิน” ต้องอยู่ในตำแหน่งนายกฯ ถึงสิ้นปีนี้เท่านั้น

ห้ามเกิน!

ถ้าเกินถือว่าบิดพลิ้ว

สำหรับคนที่ติดตามการเมืองประเด็นนี้ไม่ใช่ปัญหา เพราะสามารถเข้าใจได้ แต่ละช่วงจะมีเงื่อนเวลาชัดเจน

แต่สำหรับคนที่ผายลมก็คิดว่าเป็นลมแห่งประชาธิปไตย พวกนี้น่าห่วง

เชื่อโดยไม่ต้องมีข้อมูล!

ลืมตาขึ้นมาพร้อมเชื่อทุกอย่างตามที่ศาสดาบอก

ครับ...มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง "อนุทิน ชาญวีรกูล" เป็นนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้จะเป็นการตั้งคณะรัฐมนตรี

ดูโผแล้วน่าหวาดเสียวไม่น้อย

เกรงรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๐ จะทำงานอีกครั้ง

โดยเฉพาะ...

(๔) มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์

(๕) ไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

เพราะหลายคนที่ปรากฏชื่อ คือคนที่รัฐบาลระบอบทักษิณไม่กล้าตั้ง เพราะกลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย “พิชิต  ชื่นบาน” และทำให้นายกรัฐมนตรีต้องถูกถอดถอนไปด้วย

ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีคนไปร้องศาลรัฐธรรมนูญครับ

จ้องกันตาถลนทีเดียว

ยามนี้พรรคเพื่อไทยเทหมดหน้าตักอยู่แล้ว

ครับ...นี่เป็นข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ขออวยพรให้รัฐบาลอนุทินอยู่ครบ ๘ เดือนแล้วยุบสภาตาม MOA

MOA ตั้งรัฐบาลของพรรคการเมืองไม่มีสภาพบังคับทางกฎหมาย และไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ในทางตรงกันข้ามกลับช่วยส่งเสริมความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชนซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐธรรมนูญต้องการ”

รองศาสตราจารย์ ดร.มุนินทร์ พงศาปาน อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ความเห็นไว้ครับ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คนละฝั่งกำแพง

ช่วงนี้ดุกันจริงครับ ยิงกันเป็นว่าเล่น ราวกับว่าติดคุกวันสองวันก็ออกมาดูโลกภายนอก ต่างคนต่างจิตต่างใจต่างเหตุผล แต่การเอาชีวิตผู้อื่นไม่ใช่เรื่องน่ายกย่อง ไม่ใช่ฮีโร่

ไม่เอาอะไรสักอย่าง

เราจะอยู่ในโลกที่ภูมิรัฐศาสตร์เปลี่ยนแปลงขนานใหญ่นี้ได้อย่างไร เรื่องนี้หลายรัฐบาลทั่วโลกเขาคิดกันหนักมากนะครับ เพราะต่างก็ตระหนักเหมือนๆ กันว่า กติกาโลกที่มีอยู่มันไม่ศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไปแล้ว

ขวางทางปืน

ช็อกครับ...เป็นอะไรกันไปหมด ทำไมถึงได้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้่นในประเทศไทย ทั้งๆ ที่มันควรเกิดในอเมริกาไม่ใช่หรือ การเข้าถึงอาวุธปืนของคนไทยมันช่างง่ายในทุกช่วงอายุของคน ไม่ว่าเด็กหรือผูัใหญ่ เมื่อถึงคราวต้องการใช้ มันหาได้ไม่ยาก

ดับไฟใต้มันไม่ง่าย

ไปที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กันหน่อยครับ สถานการณ์หลังกองกำลังติดอาวุธ BRN โจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ทำให้ทหารพรานเสียชีวิต ๕ นาย บรรยากาศไม่สู้ดีเลยครับ

ออเดอร์จากคุก!

ช่วงหลังไม่ค่อยมีข่าวคราวนักโทษคดี ม.๑๑๒ ที่อยู่ในคุกเลยครับ คงเพราะกระแสหดหาย ไร้คนสนใจ แม้กระทั่งคนที่อ้างว่าเคยร่วมต่อสู้มาด้วยกัน ก็หันไปสนใจเรื่องอื่นๆ มากกว่าที่จะมองกลับเข้าไปในคุก

แค่ผู้หญิงคนเดียวยังเอาไม่ลง

เขาจีบกันแล้วครับ... หลังจาก “ไหม ศิริกัญญา” ค่ายส้ม หลุดพูดเรื่องดีลแดง-เขียว ว่า “...คงต้องมาคุยกับฝั่งเราด้วยเหมือนกัน ไม่เช่นนั้นสมการทางการเมืองอาจจะไม่ครบถ้วน...” ก็ถูกตีความว่า ส้มก็รอเสียบอยู่