ตระกูล 'ต.' เคลียร์ใจ

แม้จะไม่มีภาพ ไม่มีรูปการยกมือไหว้ การตบไหล่ การจับมือกันระหว่าง ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แม่ทัพใหญ่สีกากี กับ บิ๊กเต่า-พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ภายหลังการประชุมคณะกรรมาธิการการตำรวจ (กมธ.ตำรวจ) สภาผู้แทนราษฎร ที่รัฐสภาเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน ออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความสัมพันธ์อันดี ไม่มีอะไรขุ่นเคืองต่อกัน จากปัญหา "โผนายพล" ที่ บิ๊กเต่า ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมในการแต่งตั้งระดับ ผบช. ที่ ผบ.ต่าย จัดทำบัญชี จนวงประชุม ก.ตร.ครั้งแรกต้องล่ม ก่อนจะมีการประชุม 

ก.ตร.พิจารณาบัญชีแต่งตั้งนายพลอีกครั้ง มีการแก้ไขโผนายพลบางตำแหน่ง ลูกน้องคนสนิท ผบ.ต่าย มีอันต้องชื่อหลุดออกไปจากบัญชีบอร์ดกลั่นกรอง แต่เมื่อ "สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ" สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะประธาน กมธ.ตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ที่เชิญ "ตำรวจ" ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อร้องเรียน หลักเกณฑ์การแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นและโยกย้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียน ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อนที่ "ประธาน กมธ.ตำรวจ" จะออกมาเล่า "หลังการประชุมทั้งสองท่านได้ถ่ายภาพร่วมกัน  รอง ผบช.ก.ได้ไหว้ ผบ.ตร. มีการตบไหล่ จับมือกัน ถือว่าจบลงด้วยดี และมีการโปรดเกล้าฯ กันไปแล้ว” เรียกว่าจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งเหมือนละครหลังข่าวตอนค่ำๆ ๐

ข้อขัดข้องหมองใจระหว่าง "ผบ.ต่าย" กับ "บิ๊กเต่า" น่าจะคลี่คลาย น่าจะแฮปปี้แล้ว แต่ที่ยังต้องเคลียร์ ที่ยังต้องทำให้กระจ่าง อันเป็นผลพวงจาก "โผนายพล" ที่ "บิ๊กเต่า" ออกมาดับเครื่องชน เรียกร้องขอความเป็นธรรมให้คนทำงานนั้น ช่วงหนึ่ง บิ๊กเต่า ออกมาย้อนอดีตการแต่งตั้งนายพลปีที่แล้วให้ฟัง "เคยถูกเสนอให้ย้ายไปอยู่กองบัญชาการตำรวจนครบาลโดยไม่มีเหตุผล ซึ่งก็รู้สึกงงกับตัวเองเหมือนกันว่าทำผิดอะไร หรือไปเหยียบตาปลาใครหรือไม่ จนคำสั่งออกมาให้ไปอยู่ บช.น. จึงได้ถามกับผู้บังคับบัญชาว่าเป็นเพราะเหตุใด ก็ได้รับคำตอบว่าเป็นคำสั่งนโยบาย ผมจึงเริ่มย้อนดูว่าเกิดจากปัญหาอะไร จนได้รับคำตอบจากผู้การ ปปป.ว่า มีตำรวจชั้นผู้ใหญ่ได้เรียกให้เข้าไปพบเกี่ยวกับเรื่องไร่ภูนับดาว จ.สระบุรี เพื่อให้อธิบายเกี่ยวกับคดี ซึ่งตำรวจชั้นผู้ใหญ่เข้าใจดีไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่ติดที่ว่าคนที่เรียกผู้การ ปปป.ไปเป็นรอง ผบช.ก. และเป็นคนที่มีความใกล้ชิดกับตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งเขาก็กำชับผู้การ ปปป.ว่าอย่าเอาเรื่องนี้มาบอกผม ทำให้ผมเข้าใจว่าเรื่องดังกล่าวเป็นสาเหตุในการถูกย้าย แต่ต่อมา ก.ตร.ก็ได้พิจารณาไม่ให้ผมย้าย เพราะทำงานที่นี่ดีอยู่แล้ว ไม่มีเหตุผลให้ย้าย" ไม่รู้เรื่องนี้ได้ความกระจ่างหรือยัง ไม่รู้ บิ๊กต่อ-พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ว่าที่ ผบช.ก. สนใจบ้างหรือเปล่า ๐

ยังไม่รู้จะออกหมู่หรือจ่า ผลสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง 2 หมอโรงพยาบาลตำรวจ ทั้ง พล.ต.ท. นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และพล.ต.ท. นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ แพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ กรณีแพทยสภามีความเห็นผิดจริยธรรมในการรักษา นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ และพักใช้ใบอนุญาตทั้ง 2 ท่าน เนื่องจากให้ข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริง และขาดหลักฐานเชิงประจักษ์ว่ามีภาวะวิกฤตออกมาอย่างไร หลัง ผบ.ต่ายมอบหมายให้ บิ๊กเสือ-พล.ต.ท.ธนพล ศรีโสภา รองจเรตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานสอบข้อเท็จจริง เพราะตอนนี้ผลการสอบสวนก็ยังไม่ปรากฏออกมา แถมเริ่มมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เหตุใดถึงตั้ง "รองจเรตำรวจแห่งชาติ" ตำแหน่งเทียบเท่า "ผู้ช่วย ผบ.ตร." มาสอบ "หมอโสภณรัชต์" ที่ก็เป็นตำรวจระดับ "ผู้ช่วย ผบ.ตร." เช่นเดียวกัน เหตุใดไม่ตั้ง บิ๊กหวาน-พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ตำแหน่งเทียบเท่า รอง ผบ.ตร. ซึ่งสูงกว่าทั้ง 2 หมอสอบสวนเพื่อให้เกิดความเหมาะสม เห็นที ผบ.ต่ายคงต้องมีคำตอบ ๐

เกือบไปแล้ว สำหรับ “บิ๊กกุ้ง” พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ถ่ายภาพร่วมกับเอกชนที่ “บิ๊กเยิ้ม” พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 นายเก่าเอามา “ดีล” โครงการโดรนเกษตรแสนล้าน ใช้เครดิตจากแม่ทัพกุ้งและเหตุการณ์ชายแดนไปใช้ระดมทุน ดูจากคำขายฝันแล้วคงเดาได้ไม่ยาก ยิ่งที่มาที่ไปของโปรเจกต์ก็ถูกมองว่าติดลบร้อยเปอร์เซ็นต์ต่อทั้ง “แม่ทัพกุ้ง" และกองทัพ งานนี้จึงควรต้องรีบถอยฉาก ตีกรรเชียงหนี ไม่อย่างนั้นสิ่งที่ทำมาเป็นต้นทุน ให้ทหารได้กลับมาเป็นที่นิยมรักใคร่ของประชาชนจะเสียเปล่า และถึงอย่างไรคนยังเชื่อมั่น ศรัทธาในตัวแม่ทัพ ว่าไม่มีเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัว ไม่มักใหญ่ใฝ่สูง ไม่ตกอยู่ในกิเลสและวังวนของลาภ ยศ ชื่อเสียง ถ้า "ตัดจบ-เคลียร์คัต" ได้เร็ว ซึ่งอาจจะใช้ตัวช่วยอื่นเพื่อป้องกันไม่ให้เสียน้ำใจพี่ๆ ก็ให้ระดับกองทัพบกเข้ามาจัดการ ๐

อีกครึ่งเดือน “แม่ทัพกุ้ง” พล.ท.บุญสิน ก็จะเกษียณอายุราชการ ช่วงท้ายเริ่มเดินสายพบปะเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเตรียมจะขึ้นเหนือไปบรรยายที่ จ.เชียงใหม่ และคงได้พบกับอีกหนึ่ง "แม่ทัพกุ้ง" พล.ต.วรเทพ บุญญะ รองแม่ทัพภาคที่ 3 เพื่อนเตรียมทหารรุ่น 26 (ตท.26) ที่ชื่อกุ้งเหมือนกัน และในเดือนตุลาคมนี้ก็จะขึ้นมาเป็นแม่ทัพภาคที่ 3 คุมชายแดนภาคเหนือและตะวันตกตอนบน สำหรับว่าที่แม่ทัพภาคที่ 3 คนใหม่ ต้องเร่งสปีดขึ้นมาพอสมควร เพราะในกองทัพภาคที่ 3 ขาดแคลน ตท.26 จากศึกระหว่างรุ่นในช่วงหนึ่งที่ ตท.26 ถูกเตะออกข้าง-ติดเบรกหลายคน ทำให้มีแค่ “รองกุ้ง” ที่เข้าไลน์มาแบบรีบๆ จาก ผบ.มทบ.38 จ.น่าน ขึ้นเป็นรองแม่ทัพเมื่อ เม.ย.ปีนี้ นอกจากนั้นก็มีชื่อของ พ.อ.สาธิต ไวยนนท์ รอง ผบ.พล.ม.1 เพื่อน ตท.26 อีกคน ขึ้นมาเป็น ผบ.พล.ม.1 ด้วย ๐

ถูกมองว่า "ผบ.เต้" พล.ท.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผบ.นสศ.ได้รับการปูนบำเหน็จในผลงานสู้รบไทย-กัมพูชา เนื่องจากเป็น “หน่วยลุย” ที่ภูมะเขือและปราสาทตาควาย จึงขึ้นเป็น 5 เสือ ทบ.ในรอบนี้ แต่ในลายแทงรุ่นจากปีที่เกษียณ และเส้นทางรับราชการ ผบ.เต้ก็น่าจะเป็น “ไพ่ลับ” ของรุ่นในการดันขึ้นเป็น ผบ.ทบ.ในปี 2570 มาตั้งแต่ต้น แต่เมื่อจังหวะก้าวของ พล.ท.อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 ต้องเข้าไลน์ในปีนี้ จึงมีความจำเป็นต้องดัน ผบ.เต้มานั่งแช่ที่กองทัพบกพร้อมกัน ทำให้ "รองเอ" หรือเพื่อนๆ เรียก "เซ็ง" พล.ต.อดุลย์ จันทร์มา (ตท.26) รอง ผบ.นสศ. ซึ่งเดิมวางตัวไปเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 ต้องปรับเปลี่ยนใหม่ ให้ขยับขึ้นมาเป็น ผบ.นสศ.แทน และให้ "ผบ.เอิร์ธ" พล.ต.อินทนนท์ รัตนกาฬ ผบ.กองพลรบพิเศษที่ 1 มาเป็น รอง ผบ.นสศ. พร้อมกับส่ง "รองยูร" พล.ท.นรธิป โพยนอก รองแม่ทัพภาคที่ 2 เพื่อน ตท.26 อีกคน ไปนั่งแม่ทัพภาคที่ 4 แทน ตามแนวคิดของ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ที่ต้องการคนนอกพื้นที่เข้าไปสังคายนา กอ.รมน.ภาค 4 สน.ใหม่ เพราะหากเป็นคนในที่ยังไม่พร้อมและผูกพันกับ “อำนาจเดิม" การขยับปรับเปลี่ยนเพื่อแก้ไขปัญหาก็ทำได้ยาก  และการ “ดับไฟใต้” ก็จะเจอปัญหาเดิมๆ ที่เป็นหลุมดำมาต่อเนื่อง กลายเป็นวัฏจักรไม่มีที่สิ้นสุด.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คิดจะฟ้องไทย...ไงกลายเป็นหมาหัวเน่า

สันดานโจร สันดานคนโกหก กล่าวหาไทยด้วยข้อความเป็นเท็จ พูดจาด้วยท่าทีที่รุนแรง หวังที่จะฟ้องประชาคมโลกให้ช่วยรุมประณามไทย ดรามาว่าข้อพิพาทระหว่างเขากับเราในเวลานี้ ไทยเราเป็นคนเริ่มต้น ไทยเราเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กอย่างไร้มนุษยธรรม ดรามาทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำที่น่าสงสาร ใช้คนแก่

ความรู้-คู่-คุณธรรม

คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้...ว่าด้วยความ ก้าวหน้า-ก้าวไกล ของเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านการสื่อสารมันเลยทำให้บรรดา กูรู-กูรู้ ไม่ว่าในบ้านเราหรือในระดับโลกก็ตามที

'แคนดิเดต ผบ.' หวิดงานเข้า

จู่ๆ ก็เกือบงานเข้า บิ๊กไมค์-พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หนึ่งในแคนดิเดตชิงเก้าอี้ "ผู้นำสีกากี" ต่อจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์

แสนคนด่า...แต่ว่าล้านคนรัก

เมื่อนักการเมืองคนหนึ่งทำตัวชั่วร้ายแบบมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนจนกลายเป็นคดีความและผ่านการไต่สวนของศาล จนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องติดคุกติดตาราง แต่เขาก็ใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินเอาชนะกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คำตัดสินของศาลไร้ความหมาย ประชาชนผู้รักความยุติธรรม

ป้อมปราการที่มิมีผู้ใดจะตีแตก!!!

อย่างที่เคยพูดๆ เอาไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันรู้ผล เลือกตั้ง ครั้งสุดท้ายของบ้านเรานั่นแหละว่า...ไม่ว่าใคร? พรรคใด? ได้เสียงข้างมาก ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล แต่ย่อมหนีไม่พ้นต้อง ซวยฉิบหาย-ซวยตายห่า

โละ 'บัญชีผี' กอ.รมน.

เอ๊ะ!!! ไม่รู้มีอะไรในกอไผ่มากกว่าหน่อไม้หรือไม่ เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมา "4 แคนดิเดต" ชิงเก้าอี้ "ผบ.ตร." หรือ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" คนที่ 16 ต่อคิวจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์