ว่าด้วยการปรับตัวของพรรคประชาธิปัตย์

เท่าที่ดูจากภาพข่าว หรือภาพถ่าย แม้แต่ครั้งหลังสุด...ที่ได้มาปรากฏตัวในงานก้าวเข้าสู่ 30 ปีของ ไทยโพสต์ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี อดีตหัวหน้าประชาธิปัตย์และหัวพรรคประชาธิปัตย์คนปัจจุบัน อย่าง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ไม่น่าจะถึงกับ หล่อน้อย ลงไปมากมายซักเท่าไหร่ โดยเฉพาะการที่ท่านไม่ถึงกับโชคร้าย ไม่ได้มี เซลล์หัวล้าน ซุกซ่อน สอดแทรก อยู่ในดีเอ็นเอ ผมบนหัวยังแน่น ยังสละสลวยสวยงาม แม้จะ หงอก ไปมั่ง แต่ก็น่าจะหนักไปทาง หล่อไปอีกแบบ อะไรประมาณนั้น...

และภายใต้ ความหล่อ ที่อาจลดน้อยถอยลงไปบ้างเล็กๆ น้อยๆ หรือ หล่อไปอีกแบบ การหวนกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อีกรอบ ชนิดไม่มี คู่แข่ง ใดๆ เอาเลยแม้แต่คนเดียว อันสะท้อนถึงความรู้สึกความเป็นเอกภาพ เอกฉันท์ ของบรรดาสมาชิกชาวประชาธิปัตย์ทั้งหลาย แต่ก็ยังคงมี คำถาม ที่ออกจะน่าคิด น่าสะกิดใจ อยู่ไม่น้อย นั่นก็คือ...ไม่ว่าจะด้วยความหล่อมาก หล่อน้อย หรือหล่อไปอีกแบบ ของอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่กลายมาเป็นหัวหน้าพรรคคนปัจจุบันจนได้ มันจะก่อให้เกิดความ เข้าตากรรมการ หรือก่อให้เกิดความรัก ชื่นชอบ ชื่นชม ความประทับใจต่อบรรดา ปวงชนชาวไทย หรือบรรดาผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งในอนาคตข้างหน้ามาก-น้อยเพียงใด???

เพราะคงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้เลยว่า...บรรดา ปวงชน หรือประชาชนคนไทยโดยส่วนใหญ่นั้น ท่านได้ เปลี่ยนไปแล้ว!!! ไม่ว่าจะในแง่ รสนิยม หรือในแง่ความคิด ความอ่าน ความรู้สึก ตลอดไปจนถึง วิถีชีวิต โดยเฉพาะภายใต้บทบาท อิทธิพล ของสิ่งที่เรียกว่า เทคโนโลยี ทั้งหลาย ที่ทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อย หรืออาจเรียกว่า ส่วนใหญ่ ก็คงพอได้ กลายเป็นคนประเภทรักง่าย เกลียดง่าย หงุดหงิดง่าย ขี้โมโห ก้าวร้าว รุนแรง ฯลฯ บทจะรักก็สามารถแหกทวารดม สูดกลิ่นมาดามหอมชื่นใจได้อย่างชนิดไม่น่าเชื่อแต่ก็คงต้องเชื่อ แต่บทจะเกลียดก็เป็นอะไรที่น่าสยดสยอง น่าขนลุกขนพอง พร้อมจะเหยียบซ้ำ กระทืบซ้ำ ใครต่อใครได้ทุกเมื่อ หรือต่างก็ถูกพอกพูนไปด้วย อัตตา ที่นับวันมีแต่จะหนาแน่นยิ่งเข้าไปทุกที...

ภายใต้รสนิยมเช่นนี้ วิธีคิดและวิถีชีวิตเช่นนี้...มันจะก่อให้เกิดความขัดแย้ง แปลกแยก หรือพอจะหาทางทำให้เกิดความสอดคล้อง กลมกลืน ไปกับ ความหล่อ ของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนปัจจุบัน ไม่ว่าจะยังอยู่ยงคงที่หรือลดน้อยถอยลงไปบ้างหรือไม่? เพียงใด? ก็ตามที ได้มากหรือน้อยขนาดไหน??? มากกว่า 20 ขึ้นไปถึง 50-60 หรือไปได้ถึงระดับเป็นร้อยๆ หรือสุดท้าย...อาจเหลืออยู่แค่ประมาณ ต่ำสิบ อะไรทำนองนั้น อันนี้นี่แหละ...ที่ทำให้ใครต่อใครออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ออกมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ ชี้แนะ ชี้นำ ไปทางโน้น ทางนี้ เป็นจำนวนไม่น้อย...

และดูเหมือนว่า...ตัวหัวหน้าพรรคหรืออดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ เอง ท่านดูจะคิดๆ ถึงสิ่งเหล่านี้อยู่พอสมควรเหมือนกัน ถึงได้เกิดการแสดงออกถึงการปรับตัว ปรับสภาพ เกิดการนำเอาผู้ที่มี รสนิยม แตกต่างออกไป หรือบรรดาพวก คนรุ่นใหม่ ทั้งหลาย เข้ามาอยู่ในฝ่ายบริหาร ฝ่ายที่มีหน้าที่ตัดสินใจภายในพรรค อยู่พอประมาณ ซึ่งถ้าหากมองกันในแง่ การตลาด แล้ว ก็คงถือเป็นเรื่องถูกต้องและพอเข้าใจได้ แต่ก็นั่นแหละ... การปรับตัว เพื่อให้เกิดความสอดคล้อง กลมกลืน ไปกับความรักง่าย เกลียดง่าย ขี้โมโห ขี้หงุดหงิด ฉุนเฉียว ก้าวร้าว รุนแรง ฯลฯ ไปๆ-มาๆ มันอาจทำให้ ความหล่อ ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ไม่น้อย ของอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ อาจหมดหล่อ หรือหายหล่อ ไปด้วยเอาเลยก็ไม่แน่!!!

คือคงต้องยอมรับเอาจริงๆ นั่นแหละว่า...ท่ามกลาง ความเสื่อม แห่ง ยุคเสื่อม นั้น การปรับตัว ปรับสภาพ เพื่อให้เกิด ความอยู่รอด คงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อยู่แล้วแน่ๆ ไม่ว่าจะมีความช่ำชอง เชี่ยวชาญ หรือมี ศิลปะแห่งการตลาด เพียงใด? ก็แล้วแต่ หรืออาจไม่ต่างไปจากความพยายามของ ไดโนเสาร์ ในยุคหลังอุกกาบาตพุ่งชนโลกไปเรียบร้อยแล้ว อะไรทำนองนั้น เรียกว่า...ปรับไป-ปรับมา หันมามองตัวเองอีกที อาจเห็นแต่ จิ้งจก หรือ วรนุส ผงกหัวหงึกๆ ไม่เหลือความสง่างามของไดโนซอรัส สไปโนซอรัส ไทแรนโนซอรัสเร็กซ์ ฯลฯ ให้พอนึกภาพออกได้เลยแม้แต่น้อย หรือต้องหมดหล่อ หายหล่อ ไปตามสภาพอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้...

ด้วยเหตุนี้...เลยคงต้องขออนุญาตเตือนด้วยความปรารถนาดี ตามประสา ชายรักชาย (ยืมสำนวนมาจากป๋าเปลว สีเงิน) อะไรทำนองนั้น ว่า ไม่ว่ากำไร เสมอตัว ขาดทุน ได้ สส.เกินกว่า 20 ไปถึง 50-60-100 หรืออาจต้อง ต่ำสิบ ในการเลือกตั้งครั้งหน้าก็แล้วแต่ ยังไงๆ...คงต้องพยายามคง ความหล่อ เอาไว้ให้คงที่ อย่าให้ต้องลดน้อยถอยลงมากมายเกินไปกว่านี้ และขอให้โชคดี...นะฮะ ตัวเอง!!! ล่วงหน้าเอาไว้ ณ ที่นี้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คิดจะฟ้องไทย...ไงกลายเป็นหมาหัวเน่า

สันดานโจร สันดานคนโกหก กล่าวหาไทยด้วยข้อความเป็นเท็จ พูดจาด้วยท่าทีที่รุนแรง หวังที่จะฟ้องประชาคมโลกให้ช่วยรุมประณามไทย ดรามาว่าข้อพิพาทระหว่างเขากับเราในเวลานี้ ไทยเราเป็นคนเริ่มต้น ไทยเราเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กอย่างไร้มนุษยธรรม ดรามาทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำที่น่าสงสาร ใช้คนแก่

ความรู้-คู่-คุณธรรม

คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้...ว่าด้วยความ ก้าวหน้า-ก้าวไกล ของเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านการสื่อสารมันเลยทำให้บรรดา กูรู-กูรู้ ไม่ว่าในบ้านเราหรือในระดับโลกก็ตามที

'แคนดิเดต ผบ.' หวิดงานเข้า

จู่ๆ ก็เกือบงานเข้า บิ๊กไมค์-พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หนึ่งในแคนดิเดตชิงเก้าอี้ "ผู้นำสีกากี" ต่อจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์

แสนคนด่า...แต่ว่าล้านคนรัก

เมื่อนักการเมืองคนหนึ่งทำตัวชั่วร้ายแบบมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนจนกลายเป็นคดีความและผ่านการไต่สวนของศาล จนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องติดคุกติดตาราง แต่เขาก็ใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินเอาชนะกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คำตัดสินของศาลไร้ความหมาย ประชาชนผู้รักความยุติธรรม

ป้อมปราการที่มิมีผู้ใดจะตีแตก!!!

อย่างที่เคยพูดๆ เอาไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันรู้ผล เลือกตั้ง ครั้งสุดท้ายของบ้านเรานั่นแหละว่า...ไม่ว่าใคร? พรรคใด? ได้เสียงข้างมาก ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล แต่ย่อมหนีไม่พ้นต้อง ซวยฉิบหาย-ซวยตายห่า

โละ 'บัญชีผี' กอ.รมน.

เอ๊ะ!!! ไม่รู้มีอะไรในกอไผ่มากกว่าหน่อไม้หรือไม่ เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมา "4 แคนดิเดต" ชิงเก้าอี้ "ผบ.ตร." หรือ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" คนที่ 16 ต่อคิวจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์