
ที่คิดว่าหนัก แต่ก็หนักกว่าที่คิด
เรื่องน้ำท่วมหาดใหญ่ครับ
วันนี้หลายคนคงคิดถึงวิทยุทรานซิสเตอร์ ใส่ถ่าน ๓ ก้อน ไว้รับฟังข่าวสาร ในยามที่ไฟฟ้าถูกตัด แบตเตอรี่มือถือหมด และหาช่องทางสื่อสารอื่นๆ ไม่ได้เลย
วิทยุทรานซิสเตอร์เทคโนโลยีเก่าๆ แทบจะเลิกใช้กันไปแล้ว โดยเฉพาะคนเมือง “ลุงตู่” เคยแนะนำให้หาติดบ้าน แต่ก็ถูกเหน็บแนมว่า คร่ำครึ ล้าสมัย เป็นความคิดยุคไดโนเสาร์
วิกฤตมหาอุทกภัยครั้งนี้ มีการพูดถึงวิทยุทรานซิสเตอร์กันอีกครั้ง แต่คราวนี้มีมุมมองที่ต่างออกไป ผู้ประสบภัยหลายคนเสียดาย ไม่มีไว้ติดบ้าน ทำให้ไม่รู้ความเคลื่อนไหวจากภายนอก
หลายๆ สิ่งแม้จะเก่า แต่มีคุณค่า
อาจช่วยชีวิตในยามจำเป็น
ครับ...เสียงก่นด่ารัฐบาลตอนนี้หนาหูมาก
ก็ธรรมดาครับ เมื่อชาวบ้านเดือดร้อน คนที่ต้องรับผิดชอบเป็นลำดับแรกคือรัฐบาล
น้ำท่วมหาดใหญ่จากฝน ๓๐๐ ปี ธรรมชาติแสดงให้เห็นแล้วว่า การเอาชนะธรรมชาตินั้นมีอยู่ทางเดียวจริงๆ
อย่าไปขัดขวาง หรือรังแกธรรมชาติจนมากเกินไป
มนุษย์ควรหยุดทำลายลงเสียบ้าง!
ก็ต้องยอมรับความจริงครับว่า น้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการพัฒนาเมืองหาดใหญ่ ที่จริงก็แทบทุกเมืองในประเทศไทย มันไร้ทิศทาง
เมืองขยายรุกพื้นที่รับน้ำ
สร้างถนนขวางทางน้ำ
ก็ได้ยินกับแทบทุกที่ละครับว่า เมื่อก่อนฝนตกหนัก น้ำไม่เห็นท่วม สมัยนี้ฝนตกพอๆ กัน ทำไมท่วม
แล้วไม่ต้องถอดบทเรียนครับ เอียนกับคำนี้เต็มที
ประเทศไทยผ่านบทเรียนมากมายพอแล้ว แต่สิ่งที่เราไม่ค่อยจะทำกันนั่นคือ ลงมือปฏิบัติ
บางแห่งลงมือปฏิบัติแล้ว แต่ก็ไร้ทิศทาง
เอาละครับ นั่นเป็นเรื่องระยะยาวที่ต้องลงมือทำกัน
แต่เหตุการณ์เฉพาะหน้าวันนี้ คือการช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน
วันนี้การช่วยเหลือลงไปเยอะครับ ทั้งภาครัฐ เอกชน หรือรายบุคคล แต่ยากที่จะรวดเร็วและทั่วถึง
ประชากรที่อาศัยและทำงานอยู่ในอำเภอหาดใหญ่ มีประมาณ ๔ แสนคน
อยู่ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ประมาณ ๑.๔ แสนคน
เป็นตัวเลขปีที่แล้วครับ ปีนี้อาจเพิ่มขึ้นมานิดหน่อย
จะช่วยคนเป็นแสนติดค้างในบ้านแต่ละหลังอย่างไรให้รวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง หรือภายใน ๑ วัน
ก็พอมองเห็นภาพนะครับ
ฉะนั้นรัฐบาลอนุทินคิดอ่านประการใดก็ขอให้เร็ว เพราะสถานการณ์แบบนี้ แต่ละนาทีล้วนมีความหมายกับชีวิตผู้คน
รัฐบาลมีไว้ให้ประชาชนด่าอยู่แล้วครับ ฉะนั้นก็รับๆ ไป ก้มหน้าก้มตาทำงาน ไม่ต้องตอบโต้อะไร
ไม่ว่ารัฐบาลจะเพิ่งอยู่มากี่วันกี่เดือนก็หนีความรับผิดชอบไม่พ้น
ไม่ต้องอ้างว่าเพิ่งมาใหม่ เพิ่งทำงาน เพราะพ้นจากรัฐบาลก็หาใครรับผิดชอบไม่ได้อีกแล้ว
ไม่ว่าเรื่องทำไมปล่อยน้ำท่วม ทำไมช่วยเหลือช้า สารพัดคำถาม รัฐบาลเป็นที่ระบายอารมณ์โกรธ ความหิว ความผิดหวัง
ล้วนอยู่ในความรับผิดชอบของรัฐบาลทั้งสิ้น
สังคมไทยจะมีพวกเก่งหลังหวยออกเยอะครับ
ทำไมไม่ทำแบบนั้น ไม่ทำแบบนี้
ถ้าพรรคเราได้เป็นรัฐบาล เราจะทำ หนึ่ง สอง สาม สี่ แล้วน้ำไม่ท่วม
มันก็พูดได้หมดแหละครับ
พรรคการเมือง เขาก็มีธรรมชาติของเขา
ช่วงเวลาแบบนี้มีการช่วงชิงความนิยมอยู่แล้ว
แม้จะเนียนๆ ว่าช่วยน้ำท่วมก็ตามที
วันนี้รัฐบาลประกาศใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จังหวัดสงขลาทั้งจังหวัดแล้ว
อํานาจต่างๆ คล้ายกับในสมัยรัฐบาลลุงตู่ ดําเนินการในช่วงสถานการณ์โควิด-๑๙ ระบาด
เอาทหารลงมาช่วยชาวบ้านเต็มพิกัด
ถามว่าช้ามั้ย
ก็แล้วแต่มุมมอง
บางคนบอกว่าไม่เคยคิดมาก่อนว่าน้ำจะท่วมหนักขนาดนี้ รัฐบาลเองก็คงไม่คาดคิดเหมือนกันว่ามันจะรุนแรงกว่าทุกครั้งในอดีต แบบนี้จะว่าช้าก็ไม่เชิง
บางคนบอกว่า เตือนแล้วว่าหนักแน่ เพราะพยากรณ์อากาศชี้ชัดว่าฝนจะตกแช่
ถ้ารู้แล้ว เตือนแล้ว ก็แสดงว่าช้า
แต่ก็ต้องเดินหน้ากันต่อไป ใครมีอะไรจะเช็กบิลกับรัฐบาลก็เอาไว้ทีหลัง
สิ่งที่ต้องรับมือหลังจากนี้คือ ผู้เสียชีวิต อาจจะมีมากกว่าที่คิด
การบูรณะสภาพของบ้านเมืองให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว รัฐบาลกลาง และผู้บริหารท้องถิ่น ต้องมีแผนงานไว้หมดแล้ว
โคลนจำนวนมหาศาล จะจัดการอย่างไร
ข้าวของเครื่องใช้ ทรัพย์สิน รถยนต์ ที่เสียหาย รัฐบาลจะช่วยอะไรบ้าง
นั่นคือสิ่งที่ต้องรีบลงมือทำทันทีในอีก ๓-๔ วันหลังจากนี้
การช่วยเหลือทางเศรษฐกิจแก่ชาวบ้าน การเยียวยา การชดเชยต้องฉับไว
หากรัฐบาลทำได้ดีครบถ้วน ก็พอจะกลบเสียงด่าปล่อยให้น้ำท่วมไปได้บ้าง
ก็อย่างที่บอก น้ำท่วมครั้งนี้มีผลกระทบทางการเมืองอยู่มากโขทีเดียว
แทบทุกพรรคการเมืองจึงลงมาคลุกกับเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่
ผิดกับน้ำท่วมภาคเหนือสมัยรัฐบาลแพทองธารครับ วันนั้นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ คำเสนอแนะจากพรรคการเมือง เราแทบจะไม่ได้ยิน
มาคราวนี้พรรคส้มเปิดครัวส้ม โหมโฆษณากันอย่างหนัก
“หัวหน้าเท้ง” เสนอแนะ ๖ ข้อ ที่หลายๆ ฝ่ายกำลังทำอยู่
"พรรคเพื่อไทย" ระดมเรือ ๑๐๐ ลำ เจ็ตสกี ๑๐ ลำ อาหารวันละ ๑,๐๐๐ กล่อง ช่วยอพยพผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่เร่งด่วน
มันใกล้เลือกตั้ง ขืนไม่ทำ คะแนนหาย
น้ำท่วมจึงต้องรีบโกยคะแนน
ก็มองเป็นเรื่องคนละไม้คนละมือ ดีกว่ามือไม่พายเอาตีนราน้ำ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เฟกนิวส์ระดับโลก
เอาเข้าไป เดี๋ยวนี้สำนักข่าวระดับโลกปล่อยเฟกนิวส์กับเขาด้วย นักวิชาเกินก็ไม่สนสี่สนแปด เอาไปวิจารณ์กันน้ำลายแตกฟอง
อย่าเล่นกับปืน
ไม่ควรเป็นเรื่องก็เป็นเรื่องครับ ตอนนี้ดรามา “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ลามเป็นไฟลามทุ่ง ทัวร์ลงนายกฯ อนุทินยิ่งกว่าทัวร์จีนผสมอินเดีย
ฟรีซข้าราชการ
ข่าวใหญ่ครับ รัฐบาลจะ “ฟรีซข้าราชการ” ไม่เพิ่มตำแหน่ง มีเท่าไหร่ก็เท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ๑ เมษายน ๒๕๖๘ ประเทศไทยมีข้าราชการทั้งสิ้น ๒,๘๗๕,๑๓๙ คน จำนวนนี้ไม่รวม พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ และลูกจ้างชั่วคราว
คนละฝั่งกำแพง
ช่วงนี้ดุกันจริงครับ ยิงกันเป็นว่าเล่น ราวกับว่าติดคุกวันสองวันก็ออกมาดูโลกภายนอก ต่างคนต่างจิตต่างใจต่างเหตุผล แต่การเอาชีวิตผู้อื่นไม่ใช่เรื่องน่ายกย่อง ไม่ใช่ฮีโร่
ไม่เอาอะไรสักอย่าง
เราจะอยู่ในโลกที่ภูมิรัฐศาสตร์เปลี่ยนแปลงขนานใหญ่นี้ได้อย่างไร เรื่องนี้หลายรัฐบาลทั่วโลกเขาคิดกันหนักมากนะครับ เพราะต่างก็ตระหนักเหมือนๆ กันว่า กติกาโลกที่มีอยู่มันไม่ศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไปแล้ว
ขวางทางปืน
ช็อกครับ...เป็นอะไรกันไปหมด ทำไมถึงได้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้่นในประเทศไทย ทั้งๆ ที่มันควรเกิดในอเมริกาไม่ใช่หรือ การเข้าถึงอาวุธปืนของคนไทยมันช่างง่ายในทุกช่วงอายุของคน ไม่ว่าเด็กหรือผูัใหญ่ เมื่อถึงคราวต้องการใช้ มันหาได้ไม่ยาก

