
วิกฤตราคาน้ำมันในรอบนี้อาจกินระยะเวลายาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ วันนี้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีบทบาทในการอุดหนุนราคาน้ำมันขายปลีกดีเซลมาตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม 2564 จนถึงปัจจุบัน
กระทรวงพลังงาน และหน่วยงานกำกับดูแลกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงโดยตรง อย่างสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ยังให้ความเชื่อมั่นว่า กองทุนน้ำมันฯ ยังมีสภาพคล่องเหลือพอที่จะช่วยพยุงราคาน้ำมันดีเซลให้อยู่ระดับไม่เกิน 30 บาทต่อลิตรได้ แม้ว่าขณะนี้การกู้เงินของกองทุนน้ำมันฯ ที่ได้ไฟเขียวจากคณะรัฐมนตรีแล้วจะยังไม่มีเงินเติมเข้ามาในระบบก็ตาม
และปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีรายจ่ายเดือนละประมาณ 7,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายจ่ายน้ำมันเดือนละ 5,000 ล้านบาท และรายจ่ายก๊าซหุ้งต้มหรือ LPG เดือนละ 2,000 ล้านบาท
ในขณะที่สถานการณ์ความตึงเครียดและเอฟเฟ็กต์ที่เกิดจากการสู้รบระหว่างรัสเซียและยูเครน จะยังคงส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันในตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งราคาน้ำมันดิบพุ่งทะยานเกิน 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลไปแล้ว และถ้าสถานการณ์ยังยืดเยื้อก็มีแนวโน้มที่ราคาน้ำมันดิบจะยังขยับขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แล้วประไทยตั้งรับต่อเรื่องนี้อย่างไร?...
เริ่มตั้งแต่ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติกรอบวงเงินกู้ตามกฎหมาย 20,000 ล้านบาท และขยายวงเงินเพิ่มอีก 10,000 ล้านบาท เพื่อให้กองทุนน้ำมันฯ กู้เงินเพิ่มเติมเพื่อเสริมสภาพคล่อง
ปัจจุบันสภาพคล่องกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง มีรายจ่ายประมาณ 7,000 ล้านบาท/เดือน เป็นรายจ่ายน้ำมัน 5,000 ล้านบาท/เดือน และรายจ่ายก๊าซ LPG 2,000 ล้านบาท/เดือน โดยประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตอนนี้ติดลบกว่า 20,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือด้านภาษี ที่รัฐลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลงเพื่อช่วยลดภาระของกองทุนน้ำมันฯ โดยจากเดิมเก็บ 5.99 บาท/ลิตร ปรับเป็น 3.20 บาท/ลิตร หรือลดลง 2.79 บาท/ลิตร ซึ่งภาษีที่ลดนี้นำไปช่วยลดภาระค่าน้ำมันดีเซลให้ประชาชนทันที 2 บาท/ลิตร
ในด้านการบริหารจัดการ มีการกำหนดสัดส่วนการผสมไบโอดีเซล (B100) ในน้ำมันดีเซลทุกชนิด เริ่มต้นที่ 5% หรือ B5 เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคา B100 ที่มีราคาสูง ตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2565 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2565
แม้ว่าภาครัฐจะมีมาตรการต่างๆ เหล่านี้ออกมาแล้วก็ตาม แต่คงต้านทานกระแสราคาน้ำมันขาขึ้นนี้ไว้ได้ไม่นาน ต้องคิดมุกใหม่ หรือขยายความช่วยเหลือต่อไป เช่น อาจพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลงอีก หลังจากที่กรมสรรพสามิตยอมเฉือนรายได้จากการเก็บภาษีน้ำมันดีเซลลงเกือบ 3 บาท/ลิตรมาแล้ว หรือต้องให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงกู้เพิ่มอีกเพื่อเสริมสภาพคล่อง นี่ยังไม่นับรวมว่าจะต้องมีมาตรการเพื่อช่วยเหลือผู้ใช้น้ำมันเบนซินเพิ่มเติมอีก เพราะเริ่มมีกระแสกลุ่มผู้ใช้น้ำมันเบนซินเรียกร้องให้ลดราคาให้พวกเขาด้วยเพื่อความเป็นธรรม
นอกจากนี้ยังมีแรงกดดันจากหลายภาคส่วนที่ออกมาเคลื่อนไหว อาทิ กลุ่มรถบรรทุก รถแท็กซี่ รวมถึงภาคเอกชนที่คาดว่าจะตรึงราคาต้นทุนสินค้าและบริการต่างๆ ได้ช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น ซึ่งแรงกดดันเหล่านี้จะเป็นตัวเร่งให้รัฐบาลรีบคลอดแพ็กเกจความช่วยเหลือแบบครบวงจรออกมา
แต่เชื่อแน่ว่าหากวิกฤตราคาน้ำมันยังกู่ไม่กลับ ภาระอันหนักอึ้งก็หลีกไม่พ้นต้องไปตกอยู่กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เป็นกลไกหลักในการดูแลเสถียรภาพราคาพลังงาน ที่ต้องขวนขวายหามาตรการในการบริหารจัดการเพื่อช่วยเหลือประชาชนต่อไป
ดังนั้น ในด้านของมิติด้านประชาชนที่ภาครัฐไม่ควรมองข้าม เพราะประชาชนจะเข้ามามีส่วนช่วยกอบกู้สถานการณ์วิกฤตราคาน้ำมันให้ผ่านไปได้เร็วขึ้น ด้วยการรณรงค์ให้ประชาชน รวมถึงภาคธุรกิจ เอกชน ร่วมกันปรับโหมดเข้าสู่การประหยัดพลังงาน เพื่อใช้พลังงานน้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ถึงเวลาปรับโหมดคนไทย ลดใช้น้ำมัน.
บุญช่วย ค้ายาดี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฝากการบ้านรัฐบาล
โฉมหน้าของรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีมีผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุน พร้อมกันนี้อยากเห็นการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อให้การบริหารประเทศและการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง
เปิดเทรนด์และนิยาม‘การท่องเที่ยว’ปี69
การเดินทางเป็นเรื่องเฉพาะตัวมาโดยตลอด ทว่าในปี 2569 การเดินทางจะเปลี่ยนไปจากแผนการเดินทางเดียวที่เข้ากับผู้ร่วมทริปทุกคนให้เป็นแผนการเดินทางที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น
ถึงเวลาพลิกฟื้น‘เอสเอ็มอี’
ท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจที่เปราะบาง เศรษฐกิจไทยในปี 2569 ถูกประเมินว่าจะเติบโตเพียง 1.8% สะท้อนการชะลอตัวที่ชัดเจนและต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม ASEAN-6 โดยเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่อัตราการเติบโตอาจต่ำกว่า 2%
ญี่ปุ่นไม่ถอยชูไทยฐานหลักในอาเซียน
ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังผันผวน ทั้งจากสงครามการค้า นโยบายประเทศมหาอำนาจ และความไม่แน่นอนรอบด้าน การตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนต่างชาติถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า “ประเทศไหนยังน่าเชื่อถือ”
‘LISA Effect’บูมท่องเที่ยวไทย
ปัจจุบัน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญ ท่ามกลางพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ควบคู่กับแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์
ปี69อุตฯยานยนต์ยังเหนื่อย
ในช่วง 2-3 ปีนี้ อุตสาหกรรมรถยนต์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี จากเครื่องยนต์สันดาปไปสู่ไฟฟ้ามากขึ้นและเป็นไปอย่างรวดเร็ว ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่มีความผันผวนจากปัจจัยท้าทายรอบด้าน

