ภาพดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์ มฤตยูจร (0)-เดินในราศีพฤษภ ระหว่าง 8 ก.ค.65-18 ก.ค.72 พฤหัสบดีจร (5)-เดินในราศีกรกฎ ระหว่าง 1 มิ.ย.-19 ต.ค.69
ระยะเวลาเจ็ดปีที่มฤตยูจร (0) ซึ่งหนึ่งในความหมายทางโหรคือการปฏิวัติใหญ่ล้มล้างสิ่งเก่าไม่เลือกหน้าเพื่อสถาปนาสิ่งใหม่ เข้าเดินในราศีพฤษภ ซึ่งเป็นดินแดนของเศรษฐกิจทำมาหาได้ของเมืองรัตนโกสินทร์ ที่ลัคนาสถิตราศีเมษระหว่างกรกฎาคม 2565-กรกฎาคม 2572 เป็นระยะเจ็ดปีนั้น คือการบีบให้เมืองปฏิวัติใหญ่เศรษฐกิจ
จึงหากเมืองเริ่มอึดอัดจะต้องกล้าปฏิวัติเศรษฐกิจของชาติ ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงแบบกิ๊กก๊อก หรือทำอะไรเดิมๆ เหมือนที่ทำมาก่อนกรกฎาคม 2565 เพราะมฤตยูไม่ชอบของเก่า
แต่ดาวดวงนี้จะสะสมพลังของการเปลี่ยนแปลง พอได้ที่แล้วจะระเบิดใส่หน้า กวาดสิ่งเก่าราบเรียบ เพื่อสถาปนาสิ่งใหม่ทางเศรษฐกิจ ซึ่งสำนวนแนวนี้โหรยอดธง ทับทิวไม้ ผู้ล่วงลับเคยพรรณนาไว้ในหนังสือชื่อ “โหราศาสตร์ เศรษฐกิจและการเมือง”
มฤตยูจรเดินในราศีพฤษภรอบนี้ โลกของเราที่ลัคนาสถิตราศีเมษที่เดียวกับเมืองรัตนโกสินทร์ยังถูกเขย่าเรื่องเศรษฐกิจชวนตาค้าง
ขนาดโอเปกว่าแน่ มั่นคง คุมทิศทางและกำหนดราคาพลังงานโลกมานานกว่าหกสิบปี ยังแตกดังโพละ เมื่อยูเออีถอนตัวจากกลุ่ม
พอกรกฎาคม 2572 เรายืนอยู่บนโลก ผู้เขียนเชื่อว่าอันดับเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ในโลกคงเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งหลักใหญ่ไม่รู้ว่าจีนจะแซงสหรัฐหรือไม่ เพราะดวงเมืองจีนที่ลัคนาสถิตมังกรกำลังแกร่งมาก
ส่วนเมืองของพวกเราที่เป้าหมายรวมเศรษฐกิจรอบนี้ต้องปฏิวัติกันใหญ่ เพราะอะไรๆ มันเปลี่ยนไปหมดแล้ว ในระดับรัฐมนตรีต้องไลฟ์สดขายทุเรียน หวังเป้าหมายคือเมืองจะหลุดจากประเทศรายได้ปานกลางที่ติดมาแล้วกว่าสามสิบปีไปสูงนั้น
เมืองจำเป็นจะต้องมีตัวเปลี่ยนเกมที่สำคัญคือ โครงการลงทุนทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของประเทศที่ผู้เขียนเคยทำนายไว้ว่าน่าจะได้เห็น (เค้าลางรูปร่างหน้าตา) ระหว่างมิถุนายน-19 ตุลาคม 2569 เป็นจังหวะแรก
ประกอบกับดวงชะตาอีกเกณฑ์หนึ่งแทรกเข้ามาคือ เมืองมีเกณฑ์เปลี่ยนใหญ่ในแผ่นดินที่จะเริ่มตั้งแต่ปลายพฤศจิกายน 2569 ไปอีกสิบแปดเดือนถึงมิถุนายน 2571 ผู้เขียนเคยคิดว่าโครงการช่วยเปลี่ยนเกมทางเศรษฐกิจเมืองน่าจะเป็นโครงการเมืองหลวงแห่งที่สอง
หรือไม่ก็อาจจะมีการนำก๊าซธรรมชาติในทะเลแบ่งกับกัมพูชาขึ้นมาใช้
แต่พอเกิดสงครามอิสราเอลร่วมกับสหรัฐอเมริการบกับอิหร่าน ช่องแคบฮอร์มุซมีปัญหา จนกระทบราคาพลังงานไปทั่ว แถมอินโดนีเซียอยากจะให้เก็บค่าผ่านทางเรือที่ผ่านช่องแคบมะละกา พลันโครงการแลนด์บริดจ์และระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ก็โผล่ขึ้นมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง
จับตาดูว่าระหว่างรอบแรกมิถุนายน-19 ตุลาคม 2569 ที่ดวงชะตาเมืองเอื้อต่อการเกิดของโครงการลงทุนขนาดมหึมาดังที่บอก (พฤหัสบดีจร 5 เดินในราศีกรกฎทับพระจันทร์ดวงเดิม ๒ และถึงพระพุธ ๔-พระศุกร์ ๖ และพระราหู ๘ ดวงเดิมที่สถิตราศีมีน) อะไรจะเกิดกับโครงการนี้
เพราะในอดีตดวงดาวของเมืองเอื้อ (มฤตยูจร 0 เดินในราศีพฤษภ) แต่โครงการเคยพับฐานไปในสมัยรัชกาลที่สี่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่อังกฤษจะมาขุดคลองกระ หรือคอคอดกระ หรือกิ่วกระ ส่วนที่แคบที่สุดของคาบสมุทรมลายู อยู่ในเขตบ้านทับหลี ตำบลมะมุ อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง กับอำเภอสวี จังหวัดชุมพร แบบเดียวกับขุดคลองสุเอซแต่ระดมทุนไม่ได้
ดูสิว่าโครงการนี้-พ.ศ.นี้-มฤตยูมารอบนี้ถึงกลางกรกฎาคม 2572 จะตีฝ่ากระแสคัดค้านเกิดได้หรือไม่ โดยรอบแรกคือระหว่าง 1 มิถุนายน-19 ตุลาคม 2569
เนื่องจากการจะทำอะไรใหม่ๆ ในเมืองรัตนโกสินทร์ไม่ใช่ง่ายๆ เพราะผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญเต็มไปหมด และสมัยนี้ทุกคนก็มีโทรศัพท์มือถือในมือแสดงทัศนะได้ด้วยกันทั้งหมด
อีกทั้งประเทศเพื่อนบ้านนั่นเล่าหากได้รับผลกระทบคงจะไม่ยอมให้โครงการเกิดได้ง่ายๆ ด้วยวิธีการสารพัด
ผู้เขียนจำได้ดีขณะเริ่มทำข่าวใหม่ๆ ตั้งแต่ประมาณปี 2521 เคยร่วมคัดค้านโครงการก่อสร้างสนามบินหนองงูเห่าด้วยเหตุผลสารพัดด้านสิ่งแวดล้อมและความเหมาะสม
ครั้นเมื่อเวลาผ่านไปในที่สุดประเทศก็ต้องสร้างสนามบินแห่งที่สอง หรือหนองงูเห่า เพิ่มจากสนามบินแห่งที่หนึ่งคือดอนเมือง
แต่เป็นการก่อสร้างที่ล่าช้า เสียโอกาส แถมค่าก่อสร้างก็เพิ่มมหึมา
และคิดไปคิดมาก็ตาสว่างโร่ว่า ผู้เขียนเองได้ร่วมเสียค่าโง่ด้วย เพราะเพื่อนบ้านบางประเทศไม่ต้องการให้สนามบินหนองงูเห่าเกิดแข่งกับสนามบินของเขา เพียงแต่ไม่มีหลักฐานไปโจมตีว่าทำอะไรไปบ้างเพื่อไม่ให้โครงการเกิด หรือเกิดก็ล่าช้า
จึงโครงการแลนด์บริดจ์และระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้นี้ ก็รอดูว่าจะเกิดได้หรือไม่
และถ้าไม่เกิดจะมีโครงการอะไรจะช่วยเปลี่ยนเกมทางเศรษฐกิจให้เมืองกลางปี 2572.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แสนคนด่า...แต่ว่าล้านคนรัก
เมื่อนักการเมืองคนหนึ่งทำตัวชั่วร้ายแบบมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนจนกลายเป็นคดีความและผ่านการไต่สวนของศาล จนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องติดคุกติดตาราง แต่เขาก็ใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินเอาชนะกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คำตัดสินของศาลไร้ความหมาย ประชาชนผู้รักความยุติธรรม
ป้อมปราการที่มิมีผู้ใดจะตีแตก!!!
อย่างที่เคยพูดๆ เอาไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันรู้ผล เลือกตั้ง ครั้งสุดท้ายของบ้านเรานั่นแหละว่า...ไม่ว่าใคร? พรรคใด? ได้เสียงข้างมาก ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล แต่ย่อมหนีไม่พ้นต้อง ซวยฉิบหาย-ซวยตายห่า
โละ 'บัญชีผี' กอ.รมน.
เอ๊ะ!!! ไม่รู้มีอะไรในกอไผ่มากกว่าหน่อไม้หรือไม่ เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมา "4 แคนดิเดต" ชิงเก้าอี้ "ผบ.ตร." หรือ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" คนที่ 16 ต่อคิวจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
วิกฤตในคราวนี้...สามัคคีคือพลัง
ด้วยความรักและความห่วงใยบ้านเมือง เมื่อเราติดตามสถานการณ์ของบ้านเมืองเรา ก็จะเห็นว่าบ้านเมืองเรากำลังเผชิญกับวิกฤตทั้งศึกนอกและศึกในที่พวกเราต้องสามัคคีและร่วมมือกันในการฝ่าวิกฤตครั้งนี้
สงคราม...ที่กำลัง'เปลี่ยนโลก'
ตั้งแต่ สงครามรัสเซีย-ยูเครน กำลังอุตลุด ชุลมุน พระสันตะปาปาองค์ก่อน คือ พระสันตะปาปาฟรานซิส ท่านก็เคยสรุปเอาไว้แล้วตั้งแต่นั้นว่า...สิ่งที่เรียกว่า สงครามโลกครั้งที่ 3
ทีม 'วปอ.61' ของ 'หนู'
ศึกชิงเก้าอี้ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." คนที่ 16 แตะไม้ต่อมือจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 กันยายน 2569

