
คงต้องบอกว่า “ไว้ท์เครน ไบโอเทค กรุ๊ป” หรือ White Crane BIOTEC Group นับเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดด้านนวัตกรรมการเลี้ยงสัตว์น้ำ การจัดการน้ำ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมการเกษตร ด้วยประสบการณ์กว่า 50 ปี จากรุ่น 1 มาสู่รุ่น 2 ที่กำลังเตรียมจะบุกตลาดครั้งใหญ่ ด้วยการรีแบรนด์ปรับภาพลักษณ์และกลุ่มสินค้าให้ชัดเจน ชูจุดแข็งผลิตภัณฑ์ทุกตัวผ่านการวิจัยและพัฒนาตามหลักมาตรฐานสากล ด้วยวัตถุประสงค์สำคัญคือ ต้องใช้งานได้จริงในเชิงพาณิชย์ และต้องเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรในทุกมิติ

นางสาวสิริญาพัทธ์ เทียนรุ่งศรี ประธานกรรมการบริหาร ไว้ท์เครน ไบโอเทค กรุ๊ป เล่าว่า “ก่อนหน้าจะมาเป็น ไว้ท์เครน ไบโอเทค กรุ๊ป เราได้เริ่มต้นธุรกิจภายใต้ชื่อ ไว้ท์เครน (วี.88) อะควาเท็ค ด้วยการเป็นผู้ส่งออกปลาสวยงามมาตั้งแต่ปี 2502 ด้วยประสบการณ์กว่า 50 ปี พร้อมกับการพัฒนาธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดร้านอควาเรียมช็อป ฟาร์มต้นไม้น้ำ รวมไปถึงการตั้งโรงงานผลิตจุลินทรีย์ อาหารสำหรับสัตว์น้ำเศรษฐกิจ และอาหารสำหรับปลาสวยงาม ต่อมาในปี 2531 เรายังได้ขยายสินค้าไปยังกลุ่มการเกษตรและปศุสัตว์ รวมถึงการทำฟาร์มออร์แกนิกที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา”
ทั้งนี้ สินค้าทุกชนิดของบริษัทผ่านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ตามหลักมาตรฐานสากลด้วยวัตถุประสงค์สำคัญคือ ต้องใช้งานได้จริงในเชิงพาณิชย์ และต้องเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรในทุกมิติ โดยสินค้าของบริษัทได้การรับรองจากองค์กรและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งยังผลิตในโรงงานที่ได้มาตรฐานการรับรอง GHP ด้วยเช่นกัน

นางสาวสิริญาพัทธ์กล่าวอีกว่า นอกจากจะเน้นเรื่องคุณภาพของสินค้าแล้ว เป้าหมายหลักในการดำเนินธุรกิจของไว้ท์เครน ไบโอเทค กรุ๊ป คือเน้นการสร้างความสมดุลระหว่างมนุษย์ พืช สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้จุลินทรีย์ในระบบการเลี้ยงสัตว์น้ำ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร และจะไม่ทิ้งสารตกค้างลงสู่ธรรมชาติเด็ดขาด
“เราคิดค้นพัฒนาสินค้าแต่ละชนิดให้ง่ายต่อการใช้งานของเกษตรกร และต้องไม่เป็นการเพิ่มภาระเรื่องต้นทุนให้กับผู้เลี้ยง ซึ่งเราได้คัดเลือกและพัฒนาสายพันธุ์จุลินทรีย์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้สายพันธุ์จุลินทรีย์แข็งแรง มีมาตรฐาน ตอบโจทย์สภาพสังคมและเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน ที่ต้องการลดต้นทุนการเพาะเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจด้วยความยั่งยืน ซึ่งตรงกับปณิธานของคุณวงษ์ชาพัทธ์ เทียนรุ่งศรี ประธานผู้ก่อตั้งบริษัทเครือไว้ท์เครน ไบโอเทค กรุ๊ป ที่ต้องการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์อย่างยั่งยืนมาโดยตลอด”

นายศรัณย์ยกร พรชัยฤทธิ์ ประธานบริหารฝ่ายการค้า ไว้ท์เครน ไบโอเทค กรุ๊ป กล่าวว่า ในอนาคตอันใกล้นี้เรามองว่าความท้าทายสำคัญของการเกษตรคือ ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสภาวะโลกร้อน สภาพภูมิอากาศ และโรคอุบัติใหม่ในสัตว์ ผนวกกับกระแสความนิยมเรื่องการบริโภคอาหารที่ปลอดภัย ทำให้เกษตรกรจำเป็นต้องมองหาผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ไม่ทิ้งสารตกค้างสู่ร่างกายของผู้บริโภค และต้องมีระบบการเลี้ยงที่รับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน เราจึงได้ใช้กลยุทธ์ “BIOTEC” ในการทำตลาด ด้วยแนวทางสำคัญ 6 ประเด็น คือ B = Biotechnology ย้ำสินค้าทุก SKU จากบริษัทต้องเป็นสารอินทรีย์เท่านั้น เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน, I = Innovation ร่วมกับเครือข่ายทุกเครือ พัฒนานวัตกรรมให้รับกับการเปลี่ยนแปลงของโลก, O = Optimized ลดการใช้ทรัพยากรที่สิ้นเปลืองทั้งหมด พัฒนาฝีมือและคุณภาพของบุคลากรภายในให้เพิ่มขึ้น, T = Teamwork ทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งเกษตรกร ภาครัฐ ภาควิชาการอย่างต่อเนื่อง, E = Environment concerned สินค้าทุกตัวคำนึงถึงโลกและภาวะการเปลี่ยนแปลง WCBG จะเป็นผู้นำด้านสินค้าเกษตรกรรมที่รับผิดชอบต่อโลกและสังคม และ C = Change เราจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง และพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง

จากรูปแบบการบริหารด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 50 ปี จากรุ่นแรกสู่รุ่น 2 ในปีนี้จึงได้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 100 ล้านบาท และมุ่งมั่นดันยอดขายให้ทะลุเป้า 300 ล้านบาทในอีก 3 ปีข้างหน้า เพื่อชิงมาร์เก็ตแชร์ในตลาดสินค้าผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตรที่มีขนาดใหญ่กว่า 150,000 ล้านบาท ด้วยการพัฒนาสินค้าที่ให้ความหลากหลาย ตอบโจทย์การใช้งานของเกษตรกรและผู้เลี้ยงสัตว์ พร้อมทั้งดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างยั่งยืน
“สิ่งสำคัญคือ เราไม่ลืมที่จะช่วยเหลือลูกค้าเกษตรกรรายเล็ก เช่น การลดต้นทุน การคำนวณต้นทุนที่ถูกต้อง การสังเกตผลลัพธ์จากการเลี้ยงผ่านความคุ้มค่าของการใช้จุลินทรีย์ รวมถึงการให้ความรู้ความเข้าใจระบบการเลี้ยงแบบปกป้องกันมากกว่าการรักษา รวมถึงการให้ความสำคัญกับสุขภาพและสุขอนามัยของสัตว์ และไม่ลืมสุขภาพอนามัยของเกษตรกรตัวจริงอีกด้วย” นายศรัณย์ยกรกล่าวปิดท้าย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปิยะดิษฐ์ อัศวศิริสุข ทายาทรุ่นที่ 3 CIVIL สู้ไม่ถอย กัดไม่ปล่อย แรงขับเคลื่อนองค์กรฝ่าวิกฤตเติบยั่งยืน
ในโลกธุรกิจ ไม่มีใครรู้ว่าวิกฤตครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นเมื่อใด แต่เมื่อความไม่แน่นอนเกิดขึ้น องค์กรที่อยู่รอดมักเป็นองค์กรที่เตรียมตัวไว้ก่อนแล้ว ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด
‘กสิณพจน์ รอดโค’เล่าที่มาจากกัปตันการบินไทยเจอวิกฤตโควิด-19 ผันตัวเองตั้งบริษัทต่อยอดงานที่รักปลุกกระแส‘ซีเพลน’ให้บริการนักท่องเที่ยว
ท่ามกลางกระแสการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง "ซีเพลน" หรือเครื่องบินน้ำ กำลังก้าวขึ้นเป็นธุรกิจแห่งอนาคตที่น่าจับตาของประเทศไทย หลังรัฐบาลผลักดันการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่และเปิดทางให้เกิดการให้บริการเชิงพาณิชย์ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ
‘เอมโอชา’ปลุกเสน่ห์อาหารไทยด้วยไอเดียใหม่ ชูนวัตกรรมน้ำพริกไทยสยายปีกสู่ตลาดโลก
“เรานำเสนออาหารไทยในรูปแบบที่คนรุ่นใหม่และผู้บริโภคทั่วโลกเข้าถึงได้ง่ายที่สุด โดยที่เราไม่เคยลดทอนความเป็นไทย แต่เราเปลี่ยนวิธีการเข้าถึงความเป็นไทยแทน
ไทยบนเทวีประชุม IMF-World Bank 2026 ‘โอลิมปิกการเงิน’กับโอกาส-ความคาดหวังและโจทย์ใหม่ของศก.
ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่กำลังเผชิญความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และโครงสร้างประชากรที่กำลังพลิกโฉมระบบเศรษฐกิจของหลายประเทศ การ
Café Amazon Experience Flagship Store Ari พิกัดใหม่ใจกลางอารีย์ผสานทุกไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว
หากเราคุ้นเคยกับภาพจำของคาเฟ่ อเมซอน ในฐานะ “ร้านกาแฟระหว่างทาง” ยามเดินทาง แต่ถึงเวลาแล้วที่จะได้สัมผัสกับความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เพราะวันนี้แบรนด์กาแฟสัญชาติไทยได้ยกระดับสู่การเป็น “จุดหมายปลายทางแห่งใหม่” (Destination) ใจกลางเมือง ด้วยการเปิดตัว
SDT Compositesปลุกอุตสาหกรรมอากาศยานไร้คนขับ เมื่อกัญชงและคาร์บอนไฟเบอร์กลายเป็น‘โดรนทหาร’ฝีมือไทย
ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วได้ ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกต้องมีการปรับตัว เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีป้องกันประเทศและอากาศยานของไทย กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ ท่ามกลางความท้าทายด้านความมั่นคง เทคโนโลยี และการแข่งขันระดับโลก

