ติดปีกSMEไทยส่องเบื้องหลังTropicana OilกับSME D Bankพาร์ตเนอร์ที่ช่วยสร้างความสำเร็จ!

หากพูดถึง “มะพร้าว” หลายคนอาจนึกถึงผลไม้พื้นถิ่นที่หาซื้อได้ทั่วไปในราคาหลักสิบ และหากยิ่งย้อนกลับไปในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ราคามะพร้าวอาจจะถูกจนน่าตกใจ และทำให้หลายคนตั้งข้อสงสัยว่าจะทำเงินจากสิ่งนี้ได้อย่างไร แต่ปัญหานั้นไม่ได้เกิดขึ้นกับบริษัท ทรอปิคานา ออยล์ จำกัด ที่เปลี่ยนผลไม้ราคาถูกให้เป็นขุมทรัพย์ที่พลิกชีวิตจากวิกฤตหนี้สิน 10 ล้านบาทได้!

“อาทิตย์เอกเขนก” ฉบับนี้จึงอยากพาไปรู้จักกับอาณาจักรผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม ภายใต้แบรนด์ TROPICANA OIL” ที่ส่งออกไปไกลกว่า 20 ประเทศทั่วโลก และพาร์ตเนอร์คนสำคัญที่ช่วย “ติดปีก” ให้เอสเอ็มอีไทยบินไกลในเวทีโลกอย่าง ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank)

โดยจุดเริ่มต้นของธุรกิจต้องย้อนกลับไปปี พ.ศ.2534 ‘สุรเดช นิลเอก’ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ได้เผชิญมรสุมชีวิตจากวิกฤตเศรษฐกิจสงครามอ่าวเปอร์เซีย จนต้องปิดตัวธุรกิจผลิตพื้นรองเท้าและแบกภาระหนี้สินกว่า 10 ล้านบาท แต่แทนที่จะยอมจำนน สุรเดช ตัดสินใจกลับบ้านเกิดที่สุราษฎร์ธานี และมองเห็นโอกาสในสวนมะพร้าวลุ่มน้ำตาปี พื้นที่ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุสำคัญ จึงเริ่มแนวคิด “สร้างมูลค่าเพิ่ม” เปลี่ยนมะพร้าวลูกละไม่กี่บาท ให้กลายเป็นน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นออร์แกนิกเจ้าแรกๆ ของไทย จนในปี 2547 ก็สามารถปลดหนี้สิบล้านได้สำเร็จ

สิ่งที่ทำให้ Tropicana Oil แตกต่าง คือ ปรัชญา “คุณภาพที่ดี...เริ่มต้นจากมะพร้าวเพียงลูกเดียว” โดยเลือกใช้เทคโนโลยีสกัดเย็นจาก “เยื่อหุ้มกะลามะพร้าว” ทำให้น้ำมันที่ได้มีสีประกายทอง ซึ่งอุดมด้วยสารโมโนลอริน (Monolaurin) แบบเดียวกับที่พบในน้ำนมแม่ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันได้ดีกว่าน้ำมันมะพร้าวทั่วไปถึง 4 เท่า ด้วยคุณภาพของผลิตภัณฑ์ทำให้เกิดความพอใจของกลุ่มลูกค้าและมีการบอกต่อกันแบบปากต่อปาก ทำให้แบรนด์ Tropicana Oil สามารถดำรงอยู่ได้มาจนถึงปัจจุบัน

แบรนด์ได้ส่งไม้ต่อให้ทายาทรุ่นที่ 2 อย่าง ณัฐณัย และ ธนทัต นิลเอก ที่เข้ามาปรับโฉมองค์กรสู่ยุคการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมสีเขียว (Green Transformation) เต็มตัว ด้วยแนวคิด BCG Economy มุ่งหน้าสู่ Zero Waste นำทุกส่วนของมะพร้าว ตั้งแต่น้ำ เนื้อ กะลา ไปจนถึงเปลือก มาใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่าที่สุดเพื่อสร้างวงจรการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันสามารถส่งออกผลิตภัณฑ์ไปจำหน่ายในกว่า 20 ประเทศทั่วโลก อาทิ ญี่ปุ่น รัสเซีย ออสเตรเลีย เป็นต้น

การประสบความสำเร็จครั้งนี้ก็ได้พาร์ตเนอร์คนสำคัญ ผู้ผลักดันและติดปีกให้ SME ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน ก็คือ SME D Bank ที่เปรียบเสมือน “ลมใต้ปีก” คอยสนับสนุนใน 2 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านเงินทุน: สนับสนุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อให้ธุรกิจมีสภาพคล่องในการซื้อเครื่องจักรที่ทันสมัยและขยายกำลังการผลิตเพื่อส่งออก และ ด้านการพัฒนา: ไม่ใช่แค่ให้กู้ แต่ยังให้คำปรึกษา พาออกงานแสดงสินค้า และถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องธุรกิจสีเขียว (Green Economy)

พิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอีต้องเร่งปรับตัวเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) นำเทคโนโลยี นวัตกรรมมายกระดับปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และ SME D Bank สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรม มุ่งมั่นสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยปรับตัวเพิ่มผลิตภาพ สู่การดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ก้าวสู่อุตสาหกรรมสีเขียวซึ่งส่งผลดีต่อธุรกิจและดีต่อโลก สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน 

ที่ผ่านมา ธนาคารผลักดันให้เกิดการเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 10 ปี วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท สนับสนุนให้เอสเอ็มอีมีเงินทุนเพียงพอจะเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียว ไม่ว่าจะลงทุนปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี เครื่องจักร หรือปรับปรุงกระบวนการผลิต รวมถึงเสริมสภาพคล่อง ได้แก่ “สินเชื่อ SME Green Productivity” วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท เน้นลงทุนติดตั้งเครื่องจักรอุปกรณ์ใช้พลังงานสะอาด, “สินเชื่อ Beyondติดปีก SME” วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท เน้นยกระดับเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ และ “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท มุ่งสนับสนุนเอสเอ็มอีรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน

ทรอปิคานา ออยล์ คือหนึ่งในเอสเอ็มอีที่ประสบความสำเร็จด้วยแนวทาง “ธุรกิจสีเขียว” ด้วยการนำเทคโนโลยีและความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ช่วยให้สินค้าก้าวไปสู่ตลาดมูลค่าสูง ตอบเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความสวยงามควบคู่กับการดูแลสุขภาพ รวมทั้งยังเป็นภาพสะท้อนถึงบทบาทของ SME D Bank ที่มุ่งมั่นทำหน้าที่มากกว่าแค่การปล่อยสินเชื่อ แต่คือผู้ร่วมสร้างประวัติศาสตร์และสร้างความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เช็กอิน 4 พิกัดฮอกไกโด เที่ยวครบสูตรจากความสงบ สู่สถาปัตยกรรมสุดอาร์ตและวิวพันล้าน

ถ้าพูดถึง ฮอกไกโด (Hokkaido) หลายคนอาจจะนึกถึงภาพหิมะปุยๆ หรือทุ่งลาเวนเดอร์กว้างไกลสุดตาใช่ไหม? แต่จริงๆ แล้ว เกาะทางเหนือของญี่ปุ่นแห่งนี้ยังมี “หมุดหมาย” อีกหลายจุดที่ผสมผสานทั้งสายมู สายอาร์ต และสายชมวิวเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว

40ปีEMSส่งด่วนออริจินัล จากยุคจดหมายสู่เศรษฐกิจอีคอมเมิร์ซ

บริการไปรษณีย์ด่วนพิเศษในประเทศ (Domestic Express Mail Service) หรือที่เรียกกันติดปากว่า EMS เปิดให้บริการในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2529

พลังงานสะอาดฝ่าวิกฤตราคาน้ำมัน ‘โซลาร์สูบน้ำ’ปลดล็อกเกษตรกรพึ่งตนเองแบบยั่งยืน

เขตการปกครองของเทศบาลตำบลท่าช้างมีจำนวนทั้งสิ้น 9 หมู่บ้าน ประกอบไปด้วย ตำบลท่าช้างจำนวน 6 หมู่บ้าน และตำบลสี่ร้อยจำนวน 3 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 4 หมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 7

‘ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์’ดันไทยสู่ Film Hub โลก ปักหมุดโชว์พลังซอฟต์พาวเวอร์กลางคานส์ 2026

บรรยากาศริมชายหาดเมืองคานส์ปีนี้คึกคักเป็นพิเศษ เมื่อ ประเทศไทย ยังคงปักหมุดยืนเด่นบนเวทีภาพยนตร์โลกอีกครั้ง ผ่านคูหา “Thailand Pavilion” ภายในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 79 ณ หมู่บ้านนานาชาติ เมืองคานส์ สาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญในการประกาศให้โลกเห็นว่า

ถอดรหัส 30 ปี ‘โฮมโปร’ ครองใจทุกเจเนอเรชัน เปลี่ยนบทบาทตัวเองสู่ ‘Home Lifetime Companion’

ในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การที่แบรนด์หนึ่งจะยืนหยัดและเติบโตต่อเนื่องยาวนานกว่า 30 ปี ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือผลลัพธ์ของวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน

อนันต์กร อมรวาที ยกระดับรับสร้างบ้าน ไว้วางใจและคุณภาพที่ตรวจสอบได้กลยุทธ์มัดใจลูกค้า

การสร้างความเชื่อมั่นเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจรับสร้างบ้านในปี 2569 ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนและต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่พุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายที่สุดสำหรับผู้ประกอบการในปัจจุบัน