
กองทุนพัฒนาไฟฟ้าเป็นกลไกสำคัญที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ.2550 มาตรา 97 (3) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและฟื้นฟูชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า รวมถึงชดเชยผลกระทบและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน ผ่านการสนับสนุนงบประมาณในลักษณะทุนหมุนเวียน เพื่อให้ชุมชนสามารถนำไปต่อยอดกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) นำโดย นายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา กรรมการกำกับกิจการพลังงาน พร้อมเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่เยี่ยมชม “วิสาหกิจชุมชนจักสานบ้านเซิด” อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในต้นแบบการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ที่ได้รับการสนับสนุนจาก กองทุนพัฒนาไฟฟ้า และสามารถนำภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านงานจักสานไม้ไผ่มาต่อยอด สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรในพื้นที่ พร้อมยกระดับอาชีพและรายได้ของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

“กองทุนพัฒนาไฟฟ้าไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือด้านงบประมาณ แต่เป็นกลไกในการสร้างโอกาสให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยเฉพาะการต่อยอดอาชีพเดิมให้มีมูลค่าเพิ่ม ทั้งในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ และการเสริมสร้างองค์ความรู้ ซึ่งจะช่วยให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง สามารถรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจได้ดีขึ้น” นายวรวิทย์ กล่าว
สำหรับ วิสาหกิจชุมชนจักสานบ้านเซิด ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าจังหวัดชลบุรี 3 จำนวน 2 โครงการ ในปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ได้แก่ โครงการส่งเสริมอาชีพจักสานและผ้าบาติก วงเงิน 332,825 บาท และโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการวิสาหกิจชุมชน วงเงิน 170,050 บาท งบประมาณดังกล่าวถูกนำไปใช้ในการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์และพัฒนาเครื่องมือในการผลิต รวมถึงการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มพูนทักษะด้านการบริหารจัดการและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ส่งผลให้สามารถลดต้นทุนแรงงาน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสร้างโอกาสในการขยายตลาดของผลิตภัณฑ์ชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ โครงการยังให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ โดยเปิดโอกาสให้ชุมชนร่วมกันกำหนดแนวทางการใช้จ่ายงบประมาณให้สอดคล้องกับความต้องการและศักยภาพของพื้นที่ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและนำไปสู่ความยั่งยืนในระยะยาว ทั้งนี้วิสาหกิจชุมชนจักสานบ้านเซิด ถือเป็นตัวอย่างของการพัฒนาชุมชนที่สามารถเชื่อมโยงระหว่าง “ภูมิปัญญาท้องถิ่น” กับ “กลไกสนับสนุนจากภาครัฐ” ได้อย่างลงตัว จนเกิดเป็นรูปธรรมของการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง
“การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของชุมชนในการนำวัตถุดิบธรรมชาติที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย สอดรับกับความต้องการของตลาด ทั้งยังช่วยลดต้นทุนการผลิต และสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในระดับฐานราก ควบคู่ไปกับการรักษาอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่” นายวรวิทย์ กล่าวย้ำ
ขณะที่ กำนันอภิสรา รัตนกุล กำนันตำบลบ้านเซิด ซึ่งใกล้ชิดกับกลุ่มสตรีและชาวบ้าน เล่าว่า ได้เล็งเห็นความสำคัญในส่วนนี้ จึงชักชวน เชิญชวนให้ชาวบ้านรวมกลุ่มกันจัดตั้ง “วิสาหกิจชุมชนจักสานบ้านเซิด” และได้จดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ.2566 โดยใช้สถานที่ “ศาลารวมน้ำใจ” หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านเซิด อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เป็นศูนย์ทำการของ “วิสาหกิจชุมชนจักสานบ้านเซิด” ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินของนางสาวง้อ เชื้อชาติ โดยนางสาวง้อ เชื้อชาติ ได้ยกที่ดินนี้ให้เป็นที่สาธารณประโยชน์

โดยเล็งเห็นความสำคัญของชุมชน เพื่อสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน สร้างความเข้มแข็ง ยั่งยืน และสืบทอดงานจักสาน อันจะได้รับความรู้ สามารถนำไปปรับใช้ในการประกอบอาชีพหลัก และประกอบอาชีพเสริม เป็นแนวทางในการสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง อีกทั้งสามารถถ่ายทอดให้กับรุ่นลูกหลานต่อไปได้ โดยใช้พื้นที่นี้เป็นสถานที่หลักในถ่ายทอดเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้และผลิตสินค้า และเพื่อส่งเสริมอาชีพให้กับกลุ่มผู้สูงอายุและสตรี และผู้ที่ว่างงาน ไม่ได้ทำการเกษตรในตำบลบ้านเซิดและละแวกใกล้เคียง ให้มีอาชีพจากการพัฒนาฝีมือในงานหัตถกรรมจักสาน ซึ่งกลุ่มได้ดำเนินกิจกรรมและพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีนางสมพร ขุนทิพย์ เป็นประธานกรรมการวิสาหกิจชุมชนจักสานบ้านเซิด มีผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชน ดังนี้ ชะลอม ผ้าบาติก ไข่เค็ม เป็นต้น

ปัจจัยที่ทำให้ประสบผลสำเร็จในการจัดตั้ง “วิสาหกิจชุมชนจักสานบ้านเซิด” ขึ้นมานั้นเกิด จากความต้องการของชุมชนในการพัฒนาทักษะอาชีพ และเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มอาชีพ จากความตั้งใจที่จะแก้ปัญหาของคนในชุมชนและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นไปพร้อมกัน ทำให้มีสมาชิกหลากหลายวัย เกิดความเชื่อมโยงกันของคนในแต่ละช่วงวัย สร้างให้เกิดความสามัคคีกันในวิสาหกิจฯ และชุมชน อีกทั้งการดำเนินงานของวิสาหกิจที่ทำมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน มีผลงานและผลิตภัณฑ์ที่มี คุณภาพ ทำให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ส่งผลให้หน่วยงานราชการเข้ามาร่วมสนับสนุนช่วยเหลือใน ด้านต่างๆ เพื่อให้เป็นศูนย์การศึกษาเรียนรู้ให้กับคนในชุมชนและบุคคลทั่วไปที่สนใจนำไปพัฒนาต่อยอดในการประกอบอาชีพ พัฒนา “คน+อาชีพ+การบริหารจัดการ” อย่างครบวงจร สร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิต มีการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน และหน่วยงานในพื้นที่ มีการฝึกอบรมพัฒนาองค์ความรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชน ยกระดับผลิตภัณฑ์ เพิ่มช่องทางการตลาด และมาตรฐานสินค้า สามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว สอดคล้องกับนโยบาย แผน เศรษฐกิจชุมชน มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน และการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ถอดรหัส 30 ปี ‘โฮมโปร’ ครองใจทุกเจเนอเรชัน เปลี่ยนบทบาทตัวเองสู่ ‘Home Lifetime Companion’
ในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การที่แบรนด์หนึ่งจะยืนหยัดและเติบโตต่อเนื่องยาวนานกว่า 30 ปี ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือผลลัพธ์ของวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน
อนันต์กร อมรวาที ยกระดับรับสร้างบ้าน ไว้วางใจและคุณภาพที่ตรวจสอบได้กลยุทธ์มัดใจลูกค้า
การสร้างความเชื่อมั่นเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจรับสร้างบ้านในปี 2569 ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนและต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่พุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายที่สุดสำหรับผู้ประกอบการในปัจจุบัน
‘GLO’เดินเครื่องศึกษาโมเดลสลากญี่ปุ่น ลุ้นปั้นเกมใหม่‘ลอตโต้-หวยขูด’เพิ่มทางเลือก/ชูL6-N3แก้ใต้ดิน
ท่ามกลางพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีแนวโน้มแสวงหา ความตื่นเต้น ความท้าทาย และโอกาสในการเปลี่ยนแปลงชีวิตในระยะเวลาอันสั้น ‘สลากกินแบ่ง’ จึงกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สะท้อนความต้องการดังกล่าวได้อย่างชัดเจน
‘ดับร้อนสงคราม ด้วยหิมะซัปโปโร’ เส้นทางท่องเที่ยวแห่งความฝัน สดชื่นและกลิ่นอายคลาสสิก
ในวันที่โลกดูจะร้อนรุ่มขึ้นทุกขณะ ไม่ใช่แค่จากอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นตามฤดูกาล แต่ยังรวมถึงความร้อนระอุจากหน้าข่าวสารที่มีแต่กลิ่นอายของความขัดแย้งและนัยของสงครามที่แฝงตัวอยู่รอบด้าน
‘อรรถวิท รักจำรูญ’ พลิกโฉมขบส. รีแบรนด์องค์กรใหม่ ‘BSK’ เดินทางทั่วไทย เชื่อมไปทั่วโลก
หลังจากส่งสัญญาณมาระยะหนึ่งถึงแผน “พลิกโฉมองค์กรครั้งใหญ่” ของบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ที่ล่าสุดถึงเวลาที่ภาพดังกล่าวเริ่มชัดเจนขึ้น เมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา บขส.ได้ฤกษ์เปิดตัวการรีแบรนด์องค์กรอย่างเป็นทางการ ภายใต้ชื่อใหม่ “BSK” ที่สะท้อนแนวคิดการปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล
เผยเบื้องหลังความสำเร็จ2ผู้ประกอบธุรกิจอาหาร ยึดในความเชื่อมั่นกล้าทุ่มเทและพร้อมปรับตัว
อาทิตย์เอกเขนกสัปดาห์นี้อยากชวนสัมผัสเบื้องหลังความสำเร็จของสองผู้ประกอบการหญิงเจ้าของรางวัล “สุดยอดร้านอาหารส่งเสริมการท่องเที่ยวประจำภาคใต้” ยุ้ย-เพียงเพ็ญ ธรรมประดิษฐ์

