'นพ.ธีระ' แนะใช้บทเรียนสงกรานต์ปีเก่าป้องกันโควิด-19

หมอธีระอัพเดตสถานการณ์โควิด-19 บอกทั่วโลกติดเชื้อทะลุ 500 ล้านคนแล้ว ชี้บทเรียนสงกรานต์ไทยหากป้องกันไม่ดี ปลาย พ.ค.อาจพบผู้ติดเชื้อเพิ่มกว่าช่วงปลาย เม.ย. 2 เท่า

13 เม.ย.2565 - รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กถึงสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันที่ 13 เมษายน 2565 ว่าทะลุ 500 ล้านคนไปแล้ว เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 1,001,876 คน ตายเพิ่ม 2,919 คน รวมแล้วติดไปรวม 500,806,429 คน เสียชีวิตรวม 6,208,916 คน
5 อันดับแรกที่ติดเชื้อสูงสุดคือ เกาหลีใต้ ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี และออสเตรเลีย

เมื่อวานนี้จำนวนติดเชื้อใหม่มีประเทศจากยุโรปและเอเชียครอง 7 ใน 10 อันดับแรก และ 15 ใน 20 อันดับแรกของโลก จำนวนติดเชื้อใหม่ในแต่ละวันของทั่วโลกตอนนี้ มาจากทวีปเอเชียและยุโรป รวมกันคิดเป็นร้อยละ 87.87 ของทั้งโลก ในขณะที่จำนวนการเสียชีวิตคิดเป็นร้อยละ 75.67 การติดเชื้อใหม่ในทวีปเอเชียนั้นคิดเป็นร้อยละ 31.84 ของทั้งโลก ส่วนจำนวนเสียชีวิตเพิ่มคิดเป็นร้อยละ 18.73

...สถานการณ์ระบาดของไทย เมื่อวานนี้จำนวนติดเชื้อใหม่ รวม ATK สูงเป็นอันดับ 7 ของโลก และอันดับ 3 ของเอเชีย ในขณะที่จำนวนเสียชีวิตเมื่อวาน สูงเป็นอันดับ 9 ของโลก ทั้งนี้จำนวนคนเสียชีวิตของไทยเมื่อวานนั้นคิดเป็นสัดส่วนเกือบหนึ่งในห้าของการเสียชีวิตทั้งหมดที่รายงานของทวีปเอเชีย

...อัพเดตจาก WHO ล่าสุดทางองค์การอนามัยโลกเผยแพร่รายงาน WHO Weekly Epidemiological Update วันที่ 12 เมษายน 2565 เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน จำนวนติดเชื้อใหม่ทั่วโลกในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ลดลง 24% และจำนวนเสียชีวิตลดลง 18% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า

ในขณะที่หากดูภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จำนวนติดเชื้อใหม่ลดลง 8% จำนวนเสียชีวิตลดลง 15%
อย่างไรก็ตามหากดูของไทยเราจากข้อมูลของ Worldometer เช้านี้จะพบว่าจำนวนติดเชื้อใหม่ลดลง 7% แม้จะดูน่าดีใจว่าจำนวนติดเชื้อใหม่รายสัปดาห์ลดลง แต่เป็นเพียงตัวเลขรายงานทางการ RT-PCR เท่านั้น โดยหากเรารวมยอด ATK ไปด้วยจะพบว่า จำนวนติดเชื้อใหม่รายสัปดาห์นั้นเพิ่มขึ้น 2.57% โดยที่จำนวนการเสียชีวิตก็ยังเพิ่มขึ้น 7%

...สายพันธุ์ที่ระบาด WHO รายงานว่า Omicron ยังเป็นสายพันธุ์หลักในการระบาดทั่วโลกโดยมีสัดส่วนถึง 99.2% โดยมีสายพันธุ์เดลต้าเหลือน้อยกว่า 0.1% และสายพันธุ์อื่นๆ อีกราว 0.8%

สำหรับ Omicron นั้น สายพันธุ์ย่อยต่างๆ ที่อยู่ในระบบเฝ้าระวังคือ BA.1, BA.2, BA.3, BA.4, BA.5 และรวมถึงสายพันธุ์ผสมต่างๆ เช่น XE (ที่เกิดจากการผสมระหว่าง BA.1 และ BA.2)

โดยที่สายพันธุ์ BA.4 และ BA.5 นั้นมีการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมทั้งที่ส่วนหนามและนอกส่วนหนาม โดยบางตำแหน่งเช่น L452R และ F486V อาจส่งผลให้ไวรัสดื้อต่อภูมิคุ้มกันได้มากขึ้น ทั้งนี้ทั้งสองสายพันธุ์ย่อยนี้มีลักษณะการหายไปของตำแหน่ง 69-70 ที่ส่วนหนาม ทำให้เกิด S Gene Target Failure (SGTF) ซึ่งน่าจะสามารถใช้แยกจาก BA.2 ได้จาก RT-PCR

...มองสถานการณ์ไทย บทเรียนจากสงกรานต์และปีใหม่ในช่วงปีที่ผ่านมา หากไม่ป้องกันให้ดี หลังสงกรานต์จะมีจำนวนติดเชื้อเพิ่มขึ้นราว 2-3 เท่า ทั้งนี้ ณ ช่วงปลายพฤษภาคมอาจมีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงกว่าช่วงปลายเมษายนได้มากขึ้นอีก 2 เท่า

ข่าวเช้านี้เห็นการกินดื่มตอนกลางคืนตามร้านอาหารในถนนข้าวสาร และมีการจำหน่ายปืนฉีดน้ำให้นักท่องเที่ยว อาจต้องช่วยกันเตือนให้ระมัดระวังให้ดี ทั้งเรื่องการไม่ใส่หน้ากาก การกินดื่มร่วมกัน รวมถึงการเล่นน้ำ ซึ่งจะมีโอกาสแพร่เชื้อติดเชื้อกันได้ง่าย และจะกระทบต่อการทำงานหรือการประกอบกิจการของร้านค้าต่างๆ ได้
เฉกเช่นเดียวกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ในประเทศ รวมถึงการเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อไปหาครอบครัวและเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ของประชาชนในจังหวัดต่างๆ

การใส่หน้ากากสำคัญที่สุด เพราะเป็นปราการด่านสุดท้าย โควิด...ติด...ไม่ใช่แค่คุณ โควิด...ติด...ไม่จบแค่หายหรือเสียชีวิต แต่จะส่งผลให้เกิดปัญหา Long COVID ตามมาในระยะยาว ขอให้มีความสุข และปลอดภัยในวันสงกรานต์ครับ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวร้าย! นพ.ธีระระบุโอมิครอนสายพันธุ์ BA.2.75.2 และ BQ.1.1 จะมาอาละวาดรอบใหม่

หมอธีระบอกข่าวร้าย อ้างองค์การอนามัยโลกชี้โอมิครอนสายพันธุ์ BA.2.75.2 และ BQ.1.1 จะมาอาละวาดรอบใหม่! ระบุทั้งคู่มีความสามารถดีกว่า BA.5 ถึง 6 เท่า

ข่าวดี! รัฐบาลเตรียมดัน 'เท้าเทียมไดนามิกส์' ให้ใช้ฟรีตามสิทธิรักษาพยาบาล

รัฐบาลหนุนทุนวิจัยผลิต 'เท้าเทียมไดนามิกส์' คุณภาพสูง ต้นทุนต่ำนำเข้า 5 เท่า เตรียมเสนอให้คนไทยใช้ฟรี ผ่านสิทธิรักษาพยาบาลของรัฐ

รัฐบาลฝันมหาอำนาจฉวยโอกาสทองช่วงประชุม พ.ย.ในอาเซียนแก้ไขปัญหาโลก!

รัฐบาลไทยขอให้ผู้นำจากทั่วโลกใช้โอกาสทองในช่วงเดือน พ.ย. ที่จะเดินทางมาร่วมการประชุมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คลี่คลายปัญหาสถานการณ์ระหว่างประเทศ

WHO เตือนภัยคนทั่วโลก 3 ล้านคนตายเพราะกินเค็ม กินเจปีนี้ลดหวาน มัน เค็ม ลดโรค

WHO แจงตัวเลขประชากรทั่วโลกจำนวนกว่า 3 ล้านคน เสียชีวิตจากการบริโภคโซเดียมที่มากเกินจำเป็น สสส.-เครือข่ายลดบริโภคเค็ม-WHO หนุน 4 มาตรการ “ลดการบริโภคเกลือโซเดียม” ดึงผู้ประกอบการปรับสูตรอาหาร-