สธ. เผยผู้ติดเชื้อลดลง คาดปรับโควิดสู่โรคประจำถิ่น 1 ก.ค.

"สธ." เผยผู้ติดเชื้อลดลง ยังไม่ถึงหลักแสน แต่ผู้ป่วยอาการหนักเพิ่มขึ้น วอนเข้ารับเข็มกระตุ้น ชี้ถ้าสถานการณ์ยังคงเดิม คาดปรับโรคประจำถิ่น 1 ก.ค.

18 เม.ย.2565 - ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ว่าขณะนี้ทั่วโลกผู้ติดเชื้อลดลง เช่นเดียวกับประเทศไทยซึ่งสถานการณ์ติดเชื้อลดลง แต่จำนวนผู้เสียชีวิตยังเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับผู้ป่วยปอดอักเสบ 2,123 คน เพิ่ม 44 คน โคม่าต้องใส่ท่อช่วยหายใจ 939 คน เพิ่มขึ้น 28 คน แต่หากเปรียบเทียบกับระลอกเดลต้า (อินเดีย) เราเคยมีผู้ป่วยต้องใส่ท่อช่วยหายใจมากถึง 1,400 คน ปอดอักเสบมากถึง 5,000 คน สถานการณ์ยังน้อยกว่าระลอกเดลต้า

นพ.จักรรัฐ กล่าวว่า สำหรับผู้ป่วยอาการหนักยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากจำนวนผู้ติดเชื้อที่พุ่งสูงก่อนสงกรานต์ อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามหลังเทศกาลสงกรานต์ 2-4 สัปดาห์ ว่าการจัดกิจกรรมรวมกลุ่มต่างๆ จะทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นหรือไม่ รวมถึงติดตามรายงานการติดเชื้อเป็นคลัสเตอร์ ซึ่งเริ่มมีรายงานแต่ยังพบคลัสเตอร์ขนาดเล็ก ส่วนใหญ่ติดเชื้อในครอบครัว ติดเชื้อจากที่ทำงาน ดังนั้นจากฉากทัศน์ที่ระบุว่า วันที่ 19 เม.ย.65 อาจมีติดเชื้อสูงสุดถึงหลักแสนคน แต่จนถึงขณะนี้ PCR+ATK ยังไม่ถึงหลักแสน ที่สำคัญก่อนสงกรานต์ผู้ติดเชื้อก็เริ่มลดลง อย่างไรก็ตามกระทรวงสาธารณสุขยังคงเตือนภัยระดับ 4 ทุกจังหวัด

สำหรับผู้เสียชีวิต 124 คน พบว่ามีอาการปอดอักเสบรุนแรง 119 คน โดยพบว่าผู้เสียชีวิตมีโรคประจำตัวเรื้อรัง 117 คน ได้รับยาฟาวิพิราเวียร์ 80 คน ยาเรมเดซิเวียร์ 26 คน เมื่อตรวจสอบประวัติการฉีดวัคซีน พบว่า ไม่ได้ฉีดวัคซีน 68 คน ฉีดไม่ครบ 8 คน ฉีด 2 เข็ม นานเกิน 3 เดือน 33 คน ฉีด 2 เข็ม ไม่เกิน 3 เดือน 7 คน และฉีดวัคซีน 3 เข็ม 8 คน ดังนั้นกลุ่มที่ยังไม่ฉีดวัคซีนหรือฉีดไม่ครบ จึงมีความเสี่ยงเสียชีวิตสูง เนื่องจากวัคซีนเข็ม 3 ลดการเสียชีวิตได้ 31 เท่า โดยเฉพาะผู้ที่อายุเกิน 70 ปีขึ้นไป ซึ่งในสัปดาห์ที่ 15 ของปีนี้ เสียชีวิตแล้ว 501 คน ส่วนเด็กวัยเรียน 5-11 ขวบ ฉีดวัคซีนไปแล้วครึ่งหนึ่ง ขอให้ทุกกลุ่มวัยเข้ารับวัคซีน รวมถึงวัคซีนเข็มกระตุ้น แม้ว่าการติดเชื้ออาจมีอาการน้อย แต่อาจเกิดภาวะลองโควิดได้

นพ.จักรรัฐ กล่าวถึงหลังสงกรานต์ 2-4 สัปดาห์ จึงขอความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการหลักก่อนเข้าทำงาน ได้แก่ สังเกตอาการตนเอง 5-7 วัน หากสงสัยให้ตรวจ ATK หลีกเสี่ยงพบปะคนจำนวนมาก ไม่กินข้าวร่วมกัน หากจำเป็นให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และ WFH ตามความเหมาะสม

นพ.จักรรัฐ กล่าวอีกว่า ส่วนการเข้าสู่โรคประจำถิ่นเกณฑ์สำคัญคืออัตราการครองเตียง ระบบสาธารณสุขรองรับได้อย่างไร สำหรับโอมิครอนผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ไม่มีอาการ หรืออาการค่อนข้างน้อย ถ้าไม่มีสายพันธุ์ใหม่เข้ามา คนวัยทำงาน หรือคนวัยเรียน ติดเชื้ออาการไม่มาก จำนวนผู้ติดเชื้อจึงมีผลน้อยต่อการปรับเป็นโรคประจำถิ่น ถ้าเป็นไปตามการคาดการณ์ เราจะเข้าสู่โรคประจำถิ่นได้ตามที่คาดหมายเดิม คือวันที่ 1 ก.ค.65

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิกฤต 9 ราย! สธ. อัปเดตอาการผู้บาดเจ็บเหตุกราดยิงในโรงเรียน

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีเหตุความรุนแรงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ว่า ตนได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ และได้มอบหมายให้โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขพื้นที่โดยรอบให้การดูแลผู้บาดเจ็บอย่างดีที่สุด โดยเน้นย้ำให้ติดตามอาการผู้ป่วยอาการหนักอย่างใกล้ชิด

สัปดาห์นมแม่โลก หนุนเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 6 เดือนแรก

สสส. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ภาคีเครือข่าย เดินหน้ารณรงค์เนื่องในสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาติ 2569 ชวนสังคมไทยร่วมส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนแรกเพื่อสร้างรากฐานเด็กไทย

'หมอสุภัทร' ยื่นสอบ 'สธ.' ใช้เงินรพ.จัดอีเวนต์ 'รักชนก' รับลูกเร่งชง กมธ. สังคายนา

'หมอสุภัทร’ บุกสภา ยื่นสอบ ‘สธ.’ ใช้เงินบำรุงโรงพยาบาลจัดอีเวนต์ 'รักชนก' ’รับลูกเตรียมชงเข้า กมธ.ติดตามงบฯ สังคายนา

'สธ.' แจง จ้างอบรม 'พยาบาลชุมชน' 7,256 อัตรา แค่กำลังเสริม ทำงานไม่ซ้ำซ้อนกัน

'สธ.' แจง จ้างอบรม 'พยาบาลชุมชน' 7,256 อัตรา แค่กำลังเสริม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในสนับสนุนการปฏิบัติงานที่จำเป็นอย่างต่อเนื่องในการดูแลประชาชนในชุมชน ยันทำงานไม่ซ้ำซ้อนกัน

'รัฐบาลอนุทิน' ย้ำ 'กัญชาไม่เสรี' คุมเข้มช่อดอก ฝ่าฝืนเจอคุก

รัฐบาลยัน 'กัญชาไม่เสรี' ย้ำประกาศ สธ. คุมเข้มช่อดอก ซื้อ-ขายต้องมีใบสั่งแพทย์เท่านั้น เตือนลอบขนออกนอกประเทศโทษหนัก จำคุก 10 ปี ปรับ 4 เท่า