'ทิพานัน' ย้ำรัฐบาลห่วงใย อสม.-อสส. เร่งจ่ายค่าเสี่ยงภัย 2,000 บาทภายในตุลาคมนี้ อวยเป็นด่านหน้าที่มีบทยำสำคัญในการควบคุมโควิด
28 ก.ย.2565 - น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติโครงการค่าตอบแทน เยียวยา ชดเชย และเสี่ยงภัย สําหรับการปฏิบัติงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในชุมชน จำนวนคนละ 2,000 บาท ระยะเวลาปฏิบัติงานเดือนมิ.ย. – ก.ย. 2565 ว่า ในการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนเสี่ยงภัยทางระบบ e-social welfare นี้ กรมบัญชีกลางได้กำหนดปฏิทินการเบิกจ่ายรอบเดือน ก.ย. 2565 สำหรับผลการปฏิบัติงานของ อสม.เดือน มิ.ย.-ส.ค. 2565 และเบิกจ่ายรอบเดือน ต.ค. 2565 สำหรับผลการปฏิบัติงานของ อสม.เดือน ก.ย. 2565
น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า รัฐบาลขอขอบคุณการทำงานหนักที่ผ่านมาของ อสม.และ อสส. ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการช่วยควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 เบื้องต้นในระดับชุมชน โดยเฉพาะการดูแลทั้งมาตรการป้องกัน มาตรการคัดกรอง และมาตรการดูแลกลุ่มเสี่ยงที่เจ้าหน้าที่ อสม. และ อสม. เป็นด่านหน้าเคาะประตูดูแลถึงบ้านสำหรับกลุ่ม 608 ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงวัย และประชาชนกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟนจึงไม่สามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้ ที่สำคัญคือ อสม. และ อสส. เป็นกลไกสำคัญที่ทำให้สามารถควบคุมโควิด-19 จากโรคติดต่ออันตรายมาเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังได้ โดยระหว่างเดือน มิ.ย.-ก.ย. 2565 ระยะเวลา 4 เดือนที่ เจ้าหน้าที่ อสม. อละ อสส. ต้องมีภาระงานที่เสี่ยงภัยเพิ่มมากขึ้นสำหรับการควบคุมโควิด-19
น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า ที่ผ่านมา อสม. ได้ทำหน้าที่เคาะประตูบ้านแจ้งสถานการณ์และการฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเสี่ยงที่ยังตกหล่น วัคซีนเข็มกระตุ้นและติดตามอาการ เฝ้าระวัง-คัดกรอง-ติดตามกลุ่มเสี่ยงในชุมชนอย่างต่อเนื่อง ให้ความรู้ในการตรวจ ATK สนับสนุนการทำงานของทีมแพทย์ในการติดตามดูแลผู้ป่วยกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) ดูแลให้คำแนะนำเกี่ยวกับสภาวะหลังติดเชื้อโควิด (Long COVID) และบทบาทของ อสม. อสส. และในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคดังกล่าว ยังไม่ยุติยังคงต้องทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพดี สถานการณ์โควิดควบคุมได้ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะจากภาคการท่องเที่ยวด้วย
“ที่ผ่านมาโดยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าใจและตระหนักความสำคัญ บทบาทหน้าที่ และความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ที่ อสม. และ อสส. เจ้าหน้าที่ด่านหน้าต้องมีเพิ่มขึ้นมาเพื่อควบคุมสถานการณ์โควิด โดยนอกจากจะอนุมัติค่าตอบแทนเสี่ยงภัยให้ อสม. อสส. ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโควิด -19 ในชุมชนเพิ่มขึ้นคนละ 500 บาทต่อเดือนแล้ว ยังได้พัฒนาระบบสวัสดิการให้แก่ อสม.ทั่วประเทศ เพื่อเสริมสร้างขวัญ กำลังใจ ควบคู่ไปกับการสร้างหลักประกันความมั่นคงให้กับ อสม.และครอบครัว เช่น ได้รับค่ายกเว้นค่าห้องพิเศษ ค่าอาหารพิเศษในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และได้มีจัดตั้งสมาคมฌาปนกิจสังเคราะห์อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านแห่งประเทศไทย (ฌกส.อสม.) ดำเนินการค่าจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัว อสม.ด้วย” น.ส.ทิพานัน กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จัดงบ 4.4 พันล้านบาทหนุน 'ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง'
รัฐบาลเดินหน้าช่วยประชาชนฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ จัดงบกว่า 4,400 ล้านบาท หนุน 'ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง' ลดภาระหนี้สมาชิกกองทุนหมู่บ้านกว่า 8 ล้านคนทั่วประเทศ
กุ้งแลกปลากะพง! กษ.ชงข้อเสนอเจรจามาเลเซีย
รัฐบาลเร่งคลี่คลายปัญหากุ้งไทยส่งออกมาเลเซีย 'กระทรวงเกษตรฯ' เดินหน้าเจรจา แลกปรับมาตรการตรวจสอบนำเข้าปลากะพง ลดผลกระทบเกษตรกร
ข่าวดี! รัฐบาลขยายทุน ODOS รุ่น 2 ส่งเด็ก ม.6-สายอาชีพเรียนต่อต่างประเทศ
เด็กไทยต้องไม่พลาดสิทธิ์ รัฐบาลขยายทุน ODOS รุ่น 2 ส่งเด็ก ม.6-สายอาชีพ เรียนต่อต่างประเทศ กำชับเครือข่ายเร่งสร้างการรับรู้พื้นที่ห่างไกล ให้เด็กยื่นสิทธิ์ก่อน 15 มิ.ย. นี้
ปลื้มยอดต่างชาติเที่ยวไทยยังแกร่งสร้างรายได้กว่า 7 แสนล้านบาท
รัฐบาลปลื้มยอดต่างชาติเที่ยวไทยยังแกร่ง สร้างรายได้กว่า 7 แสนล้านบาท เผยช่วง พ.ค. นักท่องเที่ยวต่างชาติขยายตัว ร้อยละ 3.54 สร้างรายได้กว่าแสนล้านบาท
'ลลิดา' สอน 'การดี' TH-AI มีผลทางกฎหมายแล้วต้องเดินหน้าบริหารสัญญาไม่ใช่ถอยหลังแก้ทีโออาร์
รองโฆษกรัฐบาล แจง 'การดี' ปม TH AI Passport ย้ำสัญญามีผลผูกพันแล้วตามกฎหมาย ชี้ถึงเวลาบริหารสัญญา ไม่ใช่ย้อนกลับไปถกเถียงเรื่อง TOR รับฟังทุกความเห็นเพื่อเพิ่มประโยชน์ให้ประชาชน
ข่าวดี! สธ. ปรับค่าจ้างใหม่ เริ่ม 1 ต.ค. พร้อมชงจ้างงานเพิ่ม 9.3 หมื่นอัตรา
รัฐบาล เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตบุคลากรสาธารณสุข ปรับโครงสร้างค่าจ้างใหม่ เริ่ม 1 ต.ค. 69 สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำ พร้อมเสนอเพิ่มกรอบจ้างงาน 93,000 อัตรา

