ไฟเขียวเข้าไทยตรวจแค่ ATK ผลลบเดินทางต่อ ขยายช่องทางเข้าประเทศ บก-เรือ

26 พ.ย.2564 - เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงภายหลังการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผอ.ศบค. เป็นประธานว่า การปรับมาตรการ ป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 สำหรับการเดินทางเข้าราชอาณาจักร หลังจาก ผอ.ศบค.มีนโยบายให้มีแซนด์บ็อกซ์ ให้มีการเข้ามาในประเทศ เกิดชุดพฤติกรรมทำให้ง่าย นำไปสู่การปฏิบัตินั้น ปรากฏผลออกมาว่าผู้ที่เดินทาง เข้าโปรแกรมเทสต์แอนด์โก เข้ามาแล้วไม่ต้องกักตัว และเดินทางต่อไปได้ มีการติดเชื้อน้อยมาก ค่าเฉลี่ย 0.08% จากจำนวนคนเดินทางเข้ากว่าแสนคน

ที่ประชุมจึงเห็นชอบให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศตามโปรแกรมเทสต์แอนด์โก ตรวจหาเชื้อโควิดด้วย ATK หากผลเป็นลบสามารถออกเดินทางได้เลย เนื่องจากบุคคลเหล่านี้ได้ตรวจหาเชื้อแบบ RT-PCR ก่อนเดินทางมาแล้ว 72 ชั่วโมง หากมาตรวจ RT-PCR ซ้ำอีกจะทำให้เสียเวลาอย่างน้อย 3 ชั่วโมง หรือบางกรณีอาจจะต้องพัก 1 คืนเพื่อรอผล

นอกจากนี้ สำหรับช่องทางการเดินทางเข้าประเทศไทย จากเดิมที่เดินทางเข้ามาทางอากาศเท่านั้น ที่ประชุมศบค. ได้เพิ่มช่องทางบกและทางเรือ โดยช่องทางบกนำร่องที่ด่านหนองคาย เริ่มในวันที่ 24 ธ.ค.นี้ ส่วนทางเรือ มีข้อกำหนดเพิ่มเติมว่าจะต้องได้รับการฉีดวัคซีน ผ่านการลงทะเบียน ผ่านการตรวจ RT-PCR 1 ครั้งบนเรือ ซึ่งจะสามารถเพิ่มนักท่องเที่ยวได้ การพำนักในพื้นที่แซนด์บ็อกซ์ ลดเหลือ 5 วัน จากเดิม 7 วัน ส่วนการควอรันทีน จากเดิม 10-14 วัน เหลือ 5-7 วัน ในส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีที่จะเดินทางเข้ามา ไม่ต้องมีผลการตรวจRT-PCR แต่จะต้องมีผู้ปกครองที่มีผลการตรวจ RT-PCR ไม่พบเชื้อ อนุญาตให้มาเป็นครอบครัวได้

นอกจากนี้ หากมีการตรวจด้วย RT-PCR โดยสถานพยาบาลที่กำหนดและผลเป็นลบสามารถเดินทางต่อได้ ทั้งนี้ เพื่อเรียกนักท่องเที่ยวอีกกลุ่มหนึ่ง ที่มีความต้องการเดินทางมาและเที่ยวได้ทันที