เอาแล้ว! ศูนย์จีโนมฯ บอกผลวิจัยยังไม่ชี้ชัดใส่หน้ากากอนามัยป้องกันโควิดได้จริงหรือ

ศูนย์จีโนมฯ รามาธิบดีเผยงานวิจัยทางการแพทย์บอกการล้างมือด้วยสบู่หรือเจลช่วยลดการติดเชื้อไวรัสได้ แต่การใส่หน้ากากอนามัยยังมีข้อมูลย้อนแย้ง

09 มี.ค.2566 - เพจศูนย์จีโนมทางการแพทย์ (Center for Medical Genomics) คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี โพสต์ข้อความว่า ผลของ “การล้างมือ” เปรียบเทียบกับ “การสวมหน้ากากอนามัย”ในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสที่แพร่ระหว่างคนสู่คนทางระบบทางเดินหายใจ

เนื่องจากโรคติดเชื้อไวรัสอุบัติใหม่ส่วนใหญ่ยังไม่มีวัคซีนในการป้องกันและยาต้านไวรัสในการรักษาที่ผ่านการรับรอง ดังนั้นการป้องกันตัวเองขั้นพื้นฐาน เช่น “กินร้อน-ช้อนกลาง-สวมหน้ากากอนามัย-ล้างมือ (ด้วยสบู่)-ดื่มน้ำสะอาด(ต้มสุก)-ป้องกันสัตว์หรือยุงกัด” จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในการยับยั้งไวรัสแต่ละชนิดแพร่ติดต่อจากสัตว์สู่คน หรือระหว่างคนสู่คน

จากงานวิจัยที่ลงตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์หลายฉบับ แสดงให้เห็นว่าการล้างมือด้วยสบู่หรือเจลล้างมือช่วยลดการติดเชื้อไวรัสทางระบบเดินหายใจลงได้ถึง 14%-21% แต่ในกรณีของไข้หวัดใหญ่ มีหลักฐานบ่งชี้ว่าช่วยลดการเจ็บป่วยจากการติดเชื้อไวรัสติดต่อทางระบบเดินหายใจประมาณ 11%

ตรงข้ามจากงานวิจัยส่วนหนึ่งกลับไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่หรือไวรัสโคโรนา 2019 ในกลุ่มผู้ที่สวมหน้ากากอนามัยในชุมชนเปรียบเทียบกับกลุ่มไม่สวมหน้ากากอนามัย

อย่างไรก็ตาม มีอีกหลายงานวิจัยที่ยังคงแนะนำว่าหน้ากากอนามัยยังสามารถลดการแพร่กระจายของ SARS-CoV-2 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ SARS-CoV-2

ดังนั้นเพื่อจะสรุปให้ชัดว่าการสวมใส่หน้ากากอนามัยมีประโยชน์หรือในการป้องกันการติดเชื้อไวรัส คงต้องรอประเมินจากผลงานวิจัยที่ทยอยลงตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์อีกระยะหนึ่ง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดเบื้องหลัง! มฤตยูเงียบในทุ่งนา 'โรคไข้ดิน'

เพจ "Center for Medical Genomics" ของศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี โพสต์ข้อความเรื่อง "แกะรอยมฤตยูเงียบในทุ่งนา: เบื้องหลัง ‘โรคไข้ดิน’ และความหวังใหม่จากมุกดาหารโมเดล" โดยระบุว่า