สลด! คนร้ายกราดยิงตำรวจปัตตานี เมียเสียชีวิตขณะอุ้มลูกทารกอยู่ในรถ

สะเทือนขวัญ คนร้ายแต่งหญิงมุสลิมกราดยิงรถตำรวจ ภรรยาดับต่อหน้าลูกวัย 40 วัน เด็กนักเรียนผวาทั้งโรงเรียน "กอ.รมน.ภาค 4 สน." ประณามคนร้ายไร้มนุษยธรรม

25 พฤษภาคม 2569 - เมื่อเวลา 15.30 น. พ.ต.อ.วรินทร์ วันธงชัย ผู้กำกับการ สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถล่มรถยนต์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณใกล้โรงเรียนประสาน หมู่ 5 ต.พงสตา อ.ยะรัง จ.ปัตตานี หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายพิสูจน์หลักฐาน รีบนำกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่ทันที

เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นถนนในซอยทางเข้าโรงเรียน เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนอาก้าตกเกลื่อนถนนจำนวน 7 ปลอก พร้อมหัวกระสุน 1 นัด และปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. อีก 3 ปลอก พร้อมหัวกระสุนอีก 1 นัด แม็คกะซีน 1 อัน จึงเร่งเก็บไว้เป็นหลักฐาน ท่ามกลางคราบเลือดและร่องรอยการยิงที่ยังปรากฏอย่างชัดเจน

ห่างจากจุดแรกประมาณ 300 เมตร ภายในบริเวณโรงเรียน พบรถเก๋งซูซูกิ สวิฟต์ สีขาว ป้ายทะเบียน กธ 311 ปัตตานีจอดอยู่ในสภาพถูกยิงพรุนหลายจุด กระจกแตกเสียหาย ภายในรถและพื้นถนนเต็มไปด้วยคราบเลือด สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้พบเห็น โดยเฉพาะเด็กนักเรียนที่อยู่ในเหตุการณ์ ต่างอยู่ในอาการหวาดผวาและร้องไห้ด้วยความตกใจ

ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลยะรัง ทราบชื่อคือ ดาบตำรวจอดุลย์ หะนีสุหลง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ยะหริ่ง ถูกยิงเข้าที่ขาขวา ขณะที่ภรรยา คือ น.ส.ปาตีเมาะ ยาโงะ ถูกกระสุนยิงเข้าที่ศีรษะเสียชีวิตคาที่ ส่วนลูกน้อยวัยเพียง 40 วัน ซึ่งอยู่ในอ้อมแขนแม่ ถูกสะเก็ดกระสุนบริเวณหน้าท้องได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ลูกอีกคนซึ่งนั่งอยู่เบาะหน้าปลอดภัยอย่างหวุดหวิด

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ด.ต.อดุลย์ ได้ขับรถไปรับลูกที่โรงเรียน โดยมี น.ส.ปาตีเมาะ ภรรยา อุ้มลูกวัย 40 วัน นั่งอยู่เบาะหลัง ส่วนลูกอีกคนนั่งข้างคนขับ ระหว่างขับรถเข้ามาในซอยใกล้โรงเรียน ได้มีคนร้ายจำนวน 4 คน แต่งกายคล้ายหญิงมุสลิม สวมฮิญาบปิดบังใบหน้า ขี่รถจักรยานยนต์มาดักซุ่มอยู่ริมทาง

ทันทีที่รถของ ด.ต.อดุลย์ ขับผ่านมา คนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามอาก้าและปืนพกสั้น ระดมยิงใส่อย่างไม่ยั้ง เสียงปืนดังสนั่นกลางชุมชนและหน้าโรงเรียน ท่ามกลางความแตกตื่นของชาวบ้านและเด็กนักเรียนจำนวนมาก

แม้จะถูกยิงเข้าที่ขาขวา แต่ ด.ต.อดุลย์ ยังพยายามฝืนความเจ็บปวด ขับรถหนีตายเข้าไปภายในโรงเรียนเป็นระยะทางกว่า 300 เมตร ก่อนจะจอดรถและตะโกนเรียกคนเข้ามาช่วยเหลือ แต่เมื่อหันกลับไปดูภรรยาที่กำลังอุ้มลูกอยู่เบาะหลัง กลับพบว่าเธอถูกยิงเสียชีวิตแล้ว ส่วนลูกน้อยได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดกระสุน ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อหน้าเด็กนักเรียนจำนวนมาก กลายเป็นภาพสะเทือนใจที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นภายในพื้นที่สถานศึกษา

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นพื้นที่ ไม่อนุญาตให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้ ขณะที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเร่งเก็บพยานหลักฐานต่าง ๆ รวมถึงตรวจหา DNA แฝง เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างหนัก เนื่องจากผู้เสียชีวิตเป็นหญิงที่กำลังอุ้มลูกทารกอยู่ในอ้อมแขน อีกทั้งเหตุยังเกิดใกล้โรงเรียน ท่ามกลางเด็กนักเรียนจำนวนมากที่เห็นเหตุการณ์ต่อหน้าต่อตา หลายคนอยู่ในอาการหวาดกลัวและร้องไห้ไม่หยุด ขณะที่ชาวบ้านต่างพากันประณามการกระทำอันโหดเหี้ยมที่ไม่คำนึงถึงชีวิตผู้บริสุทธิ์ แม้กระทั่งเด็กเล็กและสตรี

หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ได้ปิดกันพื้นที่ ไม่ให้ใครไม่เกี่ยวข้องเข้าไป พร้อมให้เจ้าหน้าที่เร่งเก็บพยานหลักฐานต่างๆในที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ยังได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงกระจายกำลังเข้าปิดล้อมบริเวณที่เกิดเหตุรวมไปถึงเส้นทางเข้าออกพื้นที่ และเน้นย้ำให้จุดตรวจจุดสกัดตรวจค้นรถและบุคคลต้องสงสัย

นอกจากนี้ได้ประสานหน่วยกำลังทหารเข้ารอบตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย เชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่และเป็นกลุ่มเดียวกันที่เคยก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต เมื่อวันที่ 4 พค.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ได้มีการข่าวแจ้งว่ากลุ่มก่อความไม่สะดวกมีความพยายามที่จะรอบทำร้ายที่ของรัฐ เพื่อสร้างสถานการณ์

ด้าน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอประณามการกระทำอันโหดเหี้ยม ไร้มนุษยธรรม และขัดต่อหลักศาสนาอย่างร้ายแรง เนื่องจากผู้ที่ตกเป็นเป้าหมายคือครอบครัวที่กำลังใช้ชีวิตตามปกติ เป็นทั้งพ่อ แม่ และมีเด็กทารกอยู่ในเหตุการณ์ ท่ามกลางความสะเทือนใจของประชาชนในพื้นที่

การก่อเหตุลักษณะนี้ ไม่เพียงมุ่งทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ยังสร้างความสูญเสียแก่ผู้บริสุทธิ์ กระทบต่อความรู้สึกปลอดภัยของสังคม และสะท้อนถึงความไร้มนุษยธรรมของผู้ก่อเหตุอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่าจะเร่งติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ภาคประชาสังคมชง 'ดับไฟใต้' 16 ข้อ ยึดปชช.ศูนย์กลาง

ดร.อังคาร กาญจนเพชร ประธานสมัชชาพลเมืองพหุวัฒนธรรมชายแดนใต้ เปิดเผยว่า วันที่ 20 ก.ย. ที่ผ่านมา สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับสภาประชาสังคมชายแดนใต้

ศาลสั่งจำ คุก6เดือน 2แก๊งกู้ชาติปัตตานี

ศาลนราธิวาสสั่งจำคุก 6 เดือน สองหนุ่มสมาชิก “ขบวนการกู้ชาติรัฐปัตตานี” รับสารภาพคดีอั้งยี่ เอี่ยวเหตุระเบิดปั๊มน้ำมัน ปตท.ตันหยงมัส เมื่อต้นปี ศาลอุทธรณ์ให้ประกันตัวติด EM

'วรศิษฎ์' ลงนราธิวาส ติดตามเหตุบึ้มรถ อส. สุคิริน เยี่ยมให้กำลังใจผู้บาดเจ็บ

“อนุทิน” มอบหมาย “วรศิษฎ์” ลงนราธิวาส ติดตามเหตุลอบวางระเบิดรถบรรทุกสมาชิก อส. กำชับดูแลเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสียเต็มที่ตามสิทธิทันที พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจ สมาชิก อส. ที่ได้รับบาดเจ็บทุกนาย

จำคุก 6 เดือน 2 สมาชิกกู้ชาติรัฐปัตตานี เอี่ยวเผาปั๊มหลายจุดป่วนใต้

เพจสื่อศาล ซึ่งเป็นเพจที่ให้ข้อมูลของสำนักงานศาลยุติธรรมได้ สรุปข้อมูลการดำเนินคดี-คำพิพากษาคดีอั้งยี่ ของผู้เข้าร่วมสมาชิกคณะบุคคล “ขบวนการกู้ ชาติรัฐปัตตานี” ที่มีการกล่าวหาว่าเชื่อมโยงเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณปั๊ม ปตท. อ.ตันหยงมัส จ.นราธิวาส