10 มิ.ย.2565 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่วัดศรีจันทร์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น สถานที่จัดงานศพ นางนภาพร นาคเกี้ยว อายุ 34 ปี พยาบาลประจำที่รพ.ขอนแก่น ซึ่ง ถูก จ.ส.อ. อัคพล โพนพันธ์ อายุ 35 ปี ทหารสังกัดกรมทหารม้าที่ 6 จ.ขอนแก่น ใช้อาวุธปืนลูกโม่ขนาด.38 บุกยิงเข้าที่ศีรษะ 1 นัด กลางหน้าอก 1 นัด ชายโครงขวา 1 นัด เหตุเกิดภายใน รพ.ขอนแก่น จน เสียชีวิต ก่อนยิงตัวเองตายตาม เหตุเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 9 มิ.ย. ที่ผ่านมา
โดยบรรยากาศมีญาติรวมทั้งพ่อแม่ของผู้ตาย รอรับแขกที่เดินทางมาเคารพศพลูกสาวท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของคนในครอบครัวและบรรดาญาติพี่น้องอย่างมาก โดยมีเพื่อนร่วมงานบุคลากรในโรงพยาบาลเดินทางมาเคารพศพ เพื่อแสดงความอาลัยถึงการจากไปของผู้เสียชีวิต
ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับเพื่อนร่วมงานของผู้เสียชีวิต ถึงเหตุการณ์ดังกล่าวทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายและลูกทั้ง 2 อยู่ภายในห้องดังกล่าวซึ่งเป็นห้องเก็บของสำหรับพยาบาล ซึ่งจะมีลูกหลานพยาบาลมาอยู่ที่นี่ตลอด แต่วันเกิดเหตุนั้น ผู้ก่อเหตุคือนายแฟ้ม เดินเข้ามาที่ห้องแล้วเอามือบีบคออดีตภรรยา ก่อนจะยิงใส่ 3 นัด แล้วเสียงปืนดังอีกครั้งตามหลังซึ่งนายแฟ้ม ยิงตัวเอง ขณะนั้นไม่มีเสียงทะเลาะกัน ไม่มีเสียงขอความช่วยเหลือ ซึ่งลูกสาวและลูกชายของผู้ตายก็อยู่ในห้อง โดยไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมา หลังเกิดเหตุก็มีการแจ้งตำรวจและแจ้งญาติดังกล่าว
นายประสุทธิ์ แซ่ดาวส่วน อายุ 63 ปี พ่อของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ครอบครัวได้บันทึกคลิปเสียงของอดีตลูกเขยที่ขู่ไว้เมื่อวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนั้นอดีตลูกเขยที่ก่อเหตุบุกมาที่บ้าน แล้วโทรศัพท์เข้ามาประชุมสายตนเองและลูกสาว ว่าอยากเจอ อยากเคลียร์ ตนก็บอกว่าไม่มีอะไรต้องเคลียร์เพราะที่ผ่านมาให้โอกาสมาเยอะแล้ว ไม่มีอะไรที่จะต้องคุยกันอีกแล้ว ส่วนเรื่องลูกไม่ได้ห้ามไม่ให้ใจ ให้ทำหน้าที่พ่อได้ แต่ไม่ให้มายุ่งวุ่นวายกับลูกสาวอีก แต่นายแฟ้มไม่ยอม พอคุยกันสักพักอารมณ์เริ่มขึ้น ได้ยินเสียงนายแฟ้มชักปืนแล้วยิงใส่บ้าน จึงโทรแจ้งตำรวจ 191 ทาง สภ.ย่อยเมืองเก่าก็เข้ามาระงับเหตุจับตัวลูกเขยคนนี้ไปพร้อมอาวุธปืน
"เรื่องนี้ไปถึงศาลทหาร พอพ่อแม่นายแฟ้มรู้ว่าลูกตัวเอง จะมีความผิดถึงขั้นออกจากทหาร ก็มาคุยขอร้องไม่ให้เอาเรื่องขอให้เห็นแก่อนาคต และลูกสาวก็ขอร้องช่วยอีกทาง เพราะสงสาร ผมจึงยอมไปลงบันทึกประจำวันไว้ยอมความกันในเรื่องของการบุกรุกข่มขู่ แต่ต้องทำตามเงื่อนไขที่ผมบอกคือห้ามคุกคามลูกสาวไม่ว่าที่บ้านหรือที่ทำงาน ให้สิทธิ์ความเป็นพ่อลูก และถ้าทำตามเงื่อนไขไม่ได้ ขอรื้อคดีที่เกิดขึ้นมาดำเนินคดีตามกฎหมายอีกครั้ง ซึ่งนายแฟ้มก็ยอม ส่วนเรื่องปืนก็ปล่อยเป็นเรื่องของต้นสังกัดทหารนายแฟ้ม โดยหลังเกิดเรื่องนายแฟ้มยอมไปๆมาๆ สักพักก็กลายเป็นเหมือนเดิมข่มขู่คุกคามมาตลอด"
นายประสุทธิ์ กล่าวต่อว่าหลังจากเหตุการณ์นั้นผ่านไป ก็มีเหตุการณ์ที่ได้อัดคลิปเสียงเอาไว้ นายแฟ้มโทรมาหาลูกสาว ขณะนั้นตนเองและลูกสาวขับรถกำลังจะถึงบ้าน นายแฟ้มบอกว่าอยู่หน้าบ้าน ตนจึงเปิดประตูคว้าขวานที่อยู่ในรถจะลงไป ซึ่งลูกกำลังขับช้าๆ พอตนเปิดประตูจะคว้าขวานลงไปเคลียร์กับนายแฟ้ม ลูกสาวจึงรีบขับรถออกไปอย่างรวดเร็วจนตนเกือบตกรถ แล้วขับไปที่ จ.อุดรธานี 2 วัน ก็โทรแจ้งตำรวจ ทางตำรวจจึงบอกว่าเป็นคดีครอบครัว ให้ไปแจ้งที่ศาลเยาวชนและครอบครัว เพื่อขอความคุ้มครองจากสำนักงานอัยการ แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่ได้รับการคุ้มครองแต่อย่างใด
"ระหว่างที่เดินทางไปอุดรธานีนั้น เป็นเหตุการณ์ที่ได้อัดคลิปเสียงไว้ โดยนายแฟ้มรู้ว่าผมและลูกสาวไปที่จ.อุดรธานี เนื่องจากแอบติด GPS ไว้ในรถและลงแอปพลิเคชันในมือถือลูกสาวเพื่อติดตาม โทรมาบอกหาและบอกว่าพวกมึงหนีตายไปอุดรเหรอ เดี๋ยวกูจะส่งทีมงานไปตาม ผมก็ท้ากลับไปว่ามึงส่งมาเลยเดี๋ยว กูจะส่งพิกัดไปให้ จนมีปากเสียงกันตามคลิป และยังส่งไลน์มาด่าผมและลูกชายคนโตว่ามึงกับลูกชาย กูไม่ให้ค่าหรอกกระจอก ก่อนที่ผมจะกลับมาบ้านที่ขอนแก่นและก็คอยเฝ้าระวังป้องกันลูกสาวทุกทางแต่สุดท้ายก็เกิดเรื่องเศร้าขึ้น"
นายประสุทธิ์ กล่าวด้วยว่านอกจากนี้พฤติกรรมของนายแฟ้ม อดีตลูกเขยที่ก่อเหตุรายนี้จะชอบทะเลาะกับลูกสาวต่อหน้าลูก เหมือนต้องการให้ลูกเห็นจนลูกสาวเกิดความหวาดกลัว มาบอกตนตลอดเพราะหลานสาวกับหลานชายจะสนิทกับตนและทุกครั้ง ที่อยู่ด้วยจะวิ่งมากอดทุกครั้ง และจะอยู่กับลูกสาวและหลานทุกเหตุการณ์เพื่อปกป้องลูกสาวไม่ให้โดนทำร้าย
หลานสาววัย 9 ขวบหวาดกลัวพ่อตัวเอ งถึงขั้นตัดพ้อระบายในโซเชียลว่าทำไมหนูเกิดมาแค่ 9 ปีทำไมจะต้องมาฆ่าหนู และพฤติกรรมของนายแฟ้มนั้นยังมีอีกหลายเรื่องยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจสีเทาด้วย
นายประสุทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่าอยากจะขอฝากเป็นอุทาหรณ์ถึงหน่วยงานต่างๆทุกหน่วยงานไม่ใช่เฉพาะโรงพยาบาล แต่เป็นทุกที่ทุกบริษัทห้างร้าน อยากให้มีคณะกรรมการไม่ต้องใหญ่ แต่ตั้งขึ้นมาเพื่อรับเรื่องร้องขอความช่วยเหลือจากบุคลากรของหน่วยงานนั้นๆ ที่มีปัญหาครอบครัว จะได้รับรู้ว่า แต่ละครอบครัวมีปัญหาครอบครัวที่รุนแรงในระดับไหนจะได้หาทางป้องกัน ไม่ใช่ปล่อยให้บุคลากรแก้ปัญหาเอง และพอไม่รู้ต้นสายปลายเหตุคิดว่าผัวเมียมาหากันเฉยๆ แต่กลับเกิดเหตุการณ์สลดแบบนี้ขึ้น อยากให้ทำเรื่องนี้ขึ้นมาจริงๆ
"เพราอย่าลืมว่าบุคลากรทางการแพทย์เป็นทรัพยากรที่สำคัญที่ช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ ขอถามว่าลูกเขยคนนี้ไม่ได้มีค่าอะไรเลยกับลูกสาวของตนที่มีชีวิตอยู่จะรักษาคนป่วยช่วยเหลือคนป่วยได้อีกกี่ร้อยกี่พันราย อยากจะฝาก ตนเลี้ยงลูกมา 30 กว่าปี อยู่กับลูกสาวมาตลอด แล้วลูกต้องมาตายแบบนี้ ทั้งที่เรื่องขึ้นถึงศาลทหารแล้ว คดีอาวุธปืนไม่มีการปลด การจำคุกแต่ปล่อยออกมาใส่เครื่องแบบเดินเป็นภัยแบบนี้ได้อย่างไร อยากจะขอความเป็นธรรมตรงนี้ด้วย"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ลูกสาว 'นายเฮียง' เผยพ่อมีเจตนาสร้างวัด แต่ไม่ได้ยกที่ดินให้ อ้างมีขบวนการฮุบที่ดินอยู่เบื้องหลัง
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปบ้านของนางบัวเรียน พิมพ์ศรี หรือแม่ตุ๋ย ลูกสาวคนที่ 3 ของนายเฮียง และนางนาง หรือนางน้อย และเป็นคนที่ยื่นฟ้องร่วมกับภรรยานายเฮียง
‘วัฒนา’ ประกาศชิงนายก อบจ.ขอนแก่นอีกสมัย หลังศาลคืนความบริสุทธิ์
10 สิงหาคม พ.ศ.2569 - ที่จังหวัดขอนแก่น นายวัฒนา ช่างเหลา อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ขอนแก่น ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 สั่งให้มีการเลือกตั้งนายก อบจ.ขอนแก่น ใหม่ ว่า ในคำสั่งศาลอุทธรณ์ได้เขียนไว้ชัดเจนว่า ในคดีนี้ไม่มีพยานหลักฐานที่รับฟังได้ว่า
พ่อร้อนใจคดีไม่คืบ ลูกโดนหัวโจกในห้องไถเงิน - จี้บุหรี่ตามร่างกาย
ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ประสานทีมสหวิชาชีพ เรียกหัวโจก ม.6 รร.ฯชือดัง มาสอบสวน หลังก่อเหตุใช้บุหรี่จี้-กลั่นแกล้ง เพื่อนร่วมห้อง ยืนยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย
ชาวบ้านผวา! พบ 'หลุมยุบ' ขนาดใหญ่มากกว่า 7 จุด กระจายทั่วไร่นาที่ขอนแก่น วอนช่วยเหลือทำเกษตรไม่ได้
ขอนแก่น ดินทรุดกระจายอยู่กลางไร่อ้อยและไร่นาของประชาชน นับ 10 หลุม บางหลุมลึกประมาณ 5 เมตร ชาวบ้านวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบหาสาเหตุและหาแนวทางช่วยเห
รถตู้หลับในพุ่งชนพ่วงสิบล้อ คนลาวเจ็บ 15 ราย
ร.ต.อ.ชาตรี ขาวสะอาด รองสว. (สอบสวน) สภ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่ามีอุบัติเหตุ รถตู้ชนรถบรรทุกพ่วง บนถนนมิตรภาพ
สอบผู้บริหารท้องถิ่นขอนแก่นคึกคัก ทุกคนมั่นใจโปร่งใส 100%
ขอนแก่นสอบผู้บริหารท้องถิ่นคึกคัก ทุกคนมั่นใจโปร่งใส 100% ท่ามกลางมาตรการคุมเข้มของเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด

