21 ต.ค.2566 - เมื่อเวลา 07.40 น. ร.ต.อ.เกียรติ พีรฉัตรปกรณ์ รองสว.(สอบสวน)สภ.สิงหนคร จ.สงขลา รับแจ้งเกิดเหตุแทงกันในชุมชนหัวเขา พื้นที่หมู่4 ต.หัวเขา อ.สิงนครจ.สงขลา หลังรับแจ้งได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ท.ครรชิต นครามนตรี รอง ผกก.(สอบสวน)พ.ต.ท.เหนือฟ้า มุสิเกตุ รองผกก.ป.รรท.ผกก.สภ.สิงหนคร พ.ต.อ.ดุสิต พรหมสิน ผกก.สส.ภ.จว.สงขลา และเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน9
ที่เกิดเหตุเป็นร้านรถเข็นขายข้าวแกงริม ซอย4 ถนนชายเขาตรงข้ามชุมชนหัวเขา ทราบว่ามีคนถูกแทงได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย ชื่อ นายเล๊าะ พิทักษ์คุมพล อายุ 71 ปี เป็นน้องชายแท้ๆของ นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี ถูกฟันและแทงด้วยอาวุธมีดปลายแหลมยาวประมาณ 50 ซม.เข้าบริเวณลำตัวจนพรุน ชาวบ้านได้ช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลสงขลาและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ส่วนคนแทงชื่อ นายร่อหีม คงคาลิหมีน อายุ 47 ปี เป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันหลังก่อเหตุได้ใช้อาวุธมีดจี้บังคับให้รถจักรยานยนต์รับจ้างที่อยู่ในบริเวณเกิดเหตุขับพาหลบหนีไป
จากการสอบสวนถามแม่ค้าขายข้าวแกงที่อยู่ในเหตุการณ์ว่า ขณะเกิดเหตุ นายเล๊าะ ผู้ตายได้มาซื้่อข้าวซื้อแกงที่ข้างรถเข็นขายข้าวแกงและวันนี้ได้นั่งอยู่ที่ร้านนานกว่าปกติโดยตอนนั้นมีลูกค้าคนอื่นๆยืนอยู่3-4คนแต่ว่าเป็นผู้หญิงไม่มีผู้ชาย
ส่วนนายร่อหีม มือมีด ได้มาถามหาซื้อมะพร้าวที่ร้านข้างๆ และเดินออกมามุ่งตรงไปหานายเล๊าะ ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ และชักอาวุธมีดที่พกติดตัวมากระหน่ำแทง นายเล๊าะ โดยไม่ทราบสาเหตุจนล้มลงจากเก้าอี้ จึงพยายามวิ่งไปตามหาชาวบ้านมาช่วยพา นายเล๊าะ ส่งโรงพยาบาลส่วน นายร่อหีม หลังก่อเหตุได้ใช้อาวุธมีดจี้บังคับให้รถจักรยานยนต์รับจ้างในบริเวณเกิดเหตุขับพาหลบหนี
และจากการสอบถามชายขับรถจักรยานยนต์รับจ้างที่ถูกนายร่อหีม จี้ให้พาหลบหนีเล่าว่า ทีแรกนายร่อหีม ได้ใช้มีดจี้จะชิงรถแต่ตนไม่ยอมให้และยังจะใช้มีดฟันตนด้วย จึงยอมขับรถพาไปส่งระหว่างทางก็ไม่ได้พูดอะไร โดยพาไปส่งห่างจากจุดเกิดเหตุราว500 เมตร และยอมลงจากรถเดินหนีไป
ต่อมาทางชุดสืบสวนสภ.สิงหนคร และชุดสืบสวนตำรวจภูธรจ.สงขลา ได้ลงพื้นที่ติดตามตัว นายร่อหีม และสามารถจับกุมตัวได้หลังก่อเหตุไม่นานโดยไม่ได้หนีไปไหนยังคงกบดานอยู่ในพื้นที่บ้านหัวเขาและคุมตัวมาสอบสวนที่สภ.สิงหนคร และตรวจปัสสาวะพบว่าเป็นสีม่วงมีสารเสพติดในร่างกาย
ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม นายร่อหีม ถึงสาเหตุที่แทง นายเล๊าะ ก็ได้รับคำตอบที่วกไปวนมาไม่เป็นเรื่องเป็นราวเหมือนกับพูดขึ้นมาลอยๆจับต้นชนปลายไม่ได้คล้ายกับขาดสติ
โดยนายร่อหีมอ้างว่ามาจากหลายเรื่องทั้งเรื่องเงินแบ่งมรดก เรื่องบ้านเรื่องงานที่ไปสมัครแล้วนายจ้างไม่รับเพราะผู้ตายส่งคนไปกวน อ้างว่าถูกก่อกวนทุกวันไม่ได้นอน แม้แต่เวลาละหมาดหรือเวลาอ่านคัมภีร์อันกุรอ่านก็จะให้คนไปกวนและอ้างว่ายังเป็นญาติกันด้วย
แต่หลังจากที่ตำรวจได้สอบสวนพยานแวดล้อมและญาติๆของผู้เสียชีวิตทราบว่า นายร่อหีม คนแทงกับนายเล๊าะ คนตายไม่ได้เป็นญาติพี่น้องหรือเกี่ยวข้องอะไรกันและไม่ได้มีเรื่องบาดหมางอะไรกันเลย ตามที่นายร่อหีม ได้กล่าวอ้าง
แต่สาเหตุน่าจะมาจากอาการที่เล่นยา เนื่องจากติดยางอมแงม และมีประวัติเคยทำร้ายชาวบ้านมาแล้วครั้งหนึ่งด้วยจากอาการหลอนยาจนหวาดระแวงคนไปทั่ว กระทั่งเมื่อเช้านี้ขณะเดินมาที่ร้านขายข้าวแกงได้ใช้อาวุธมีดฟันและแทงนายเล๊าะ จากอาการหลอนยาโดยที่ไม่เคยมีเรื่องอะไรกันมาก่อนเลย และไม่มีโอกาสต่อสู้หรือหนีเอาชีวิตรอดเพราะความชราและยังป่วยด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทลาย 6 เครือข่ายขายข้อมูลส่วนบุคคล ยึดกว่า 9 ล้านรายชื่อ เสียหายทะลุ 2 พันล้าน
ตำรวจสอบสวนกลางร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ตร.ไซเบอร์รวบสาวลาว ขับรถปล่อย SMS ลิงก์ปลอมกลางกรุง
ตำรวจไซเบอร์ประสาน AIS แกะรอยขบวนการใช้รถยนต์ติดตั้งสถานีฐานจำลอง ตระเวนปล่อยสัญญาณส่ง SMS หลอกประชาชนตามย่านชุมชนและพื้นที่คนพลุกพล่าน สุดท้ายตามสกัดรถต้องสงสัยในพื้นที่บางขุนเทียน ห
รัฐบาลโชว์ผลงานปราบบัญชีม้า ลดฮวบทุกประเภท คดีออนไลน์วูบกว่าครึ่ง
โฆษกรัฐบาล โวผลงานปราบบัญชีม้าและอาชญากรรมออนไลน์อย่างเข้มข้นตั้งแต่ “รัฐบาลอนุทิน 1” พบจำนวนบัญชีม้าบุคคลลดลง 76.9% นิติบุคคลลด 88.4%
รวบ 'เอ็ม' ไรเดอร์ส่งยา ตบตาใส่เสื้อส่งอาหาร ลอบส่งพอตเค-เคตามีน
ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ เปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่ ก่อนจับกุม นายวิทวัฒน์ หรือ “เอ็ม” อายุ 23 ปี
เปิดปฏิบัติการ ’The Red Line‘ ล่าแก๊งนายร้อยปอยเปต กดเงิน 123 ล้าน
กองปราบเปิดปฏิบัติการ “The Red Line เส้นตายสายกดเงิน” ทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ “นายร้อยปอยเปต” หลอกหมอเหยื่อคดีฟอกเงิน บังคับวิดีโอคอลเปิดฉากหลังเป็นโรงพัก พร้อมใช้หมายศาลปลอมกดดันให้โอนเงิน พบเครือข่ายพัวพัน 76 คดี ความเสียหายรวมกว่า 123 ล้านบาท
นายกฯ เรียกบิ๊ก ตร. ถกปราบนอมินีต่างชาติ ลั่นกวาดให้สิ้นซาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ได้เรียก พล.ต.อกิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์

