ผลตรวจปืน ไม่ตรงกระสุนในศพเด็กปั๊ม สืบภาค 4 ไม่ท้อ ลุยหาหลักฐานทางอากาศ

25 ม.ค.2567 - กรณีตำรวจจากกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ซึ่งมีเขตรับผิดชอบ 11 จังหวัด ได้เข้าควบคุมตัว “ส.อ.พล” อายุ 38 ปี สังกัดหน่วยทหารแห่งหนึ่ง ค่ายพระยอดเมืองขวาง พร้อมตรวจค้นบ้านพัก พบอาวุธปืนสงคราม ขนาด 7.62X61 mm. NATo จำนวน 1 กระบอก รวมถึงเครื่องกระสุนปืนเกือบ 100 นัด ในช่วงกลางดึกของวันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา ก่อนสอบสวนปากคำเพื่อหาความเชื่อมโยง การสังหาร 2 เด็กปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บ้านผึ้ง อ.เมือง จ.นครพนม เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 29 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา โดย ส.อ.พลให้การภาคเสธ ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับคดี

ในเบื้องต้นพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม แจ้งข้อกล่าวหา ส.อ.พลฐานความผิด มีอาวุธปืนสงคราม และ เครื่องกระสุนปืนโดยผิดกฎหมายไว้ในครอบครอง พร้อมส่งตัวฝากขังยังศาลทหารมณฑลทหารบกที่ 24 จ.อุดรธานี และส่งอาวุธปืนที่พบในห้องพัก ไปตรวจยังศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 4 ขอนแก่น เพื่อหาคราบเขม่าดินปืน และเปรียบเทียบเกลียวกระสุนที่พบในศพของนางวิชชุดา ศรีสุมิ่ง หรือนัน ม่ายสาวอายุ 50 ปี พนักงานประจำปั๊มที่เกิดเหตุ ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว

ล่าสุด วันที่ 25 มกราคม 2567 ผลการตรวจอาวุธปืนสงคราม ออกมาเรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่าไม่ตรงกับกระสุนที่พบในศพคนตาย แต่ชุดสืบสวนไม่ละความพยายาม ยังคงเดินหน้าหาหลักฐานต่อเนื่อง กระทั่งพบสัญญาณการใช้โทรศัพท์มือถือของผู้ต้องสงสัย พูดคุยกับบุคคลคนหนึ่ง เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 66 เวลาประมาณ 21.00 น. โดยการสนทนาเหมือนขอคำยืนยันจากปลายสาย จึงมีการขออนุญาตทหารเข้าค่ายพระยอดเมืองขวางอีกครั้ง เพื่อค้นบ้านพัก ส.อ.พลหาหลักฐานเพิ่มเติม พร้อมเดินทางไปยังปั๊มน้ำมันที่เกิดเหตุ วัดระยะวิถีกระสุน ซึ่งคาดว่าชุดสืบสวน น่าจะมีหลักฐานเด็ดที่อาจสามารถ สาวถึงตัวมือสังหารรวมถึงผู้บงการ แต่ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบทางเทคโนโลยี่ เพราะหลักฐานอื่นๆคนร้าย ไม่ได้ทิ้งอะไรไว้เลย เหลือเพียงช่องทางเดียว คือ การใช้โทรศัพท์มือถือเท่านั้น

โดยตรวจพบสัญญาณการใช้โทรศัพท์ของผู้ต้องสงสัย บริเวณใกล้ที่เกิดเหตุหลายครั้ง ซึ่งขัดแย้งกับคำให้การ ว่า วันและเวลาดังกล่าว ตนไม่ได้อยู่ในพื้นที่ แต่ไม่ยอมบอกว่าไปที่ไหนและอยู่กับใคร ถึงตอนนี้ก็ยังปิดปากเงียบ

ด้าน พล.ต.ต.ธวัชชัย ผบก.ภ.จว.นครพนม เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ว่า คดีสังหารโหดพนักงานปั๊ม 2 ศพ ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นไหนทิ้ง ส่วนให้ความสำคัญปมไหนนั้น อยู่ในขั้นตอนการสืบสวนสอบสวน ทั้งนี้ตำรวจทำงานอย่างหนัก ยังให้รายละเอียดมากไม่ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม ว่า ในส่วนประเด็นชู้สาว ญาติของนางนันหญิงม่าย ยืนยันอย่างหนักแน่นเป็นไปไม่ได้ เพราะนางนันมีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับโรคเลือด ต้องพกผ้าอนามัยติดกระเป๋าทุกวัน ส่วนท้าวพมมะจัก สีสุพา หรือเซล อายุ 33 ปี เป็นชาวลาวที่มาทำงานได้เพียงปีเศษ ไม่ค่อยได้ออกไปไหน เพราะไม่รู้จักเส้นทาง รวมทั้งเรื่องบิลน้ำมันที่ไปเกี่ยวพันกับเจ้าหน้าที่ อบต.บ้านผึ้ง ก็ได้มีการสอบปากคำพยานแล้ว พบว่าวันเกิดเหตุเจ้าหน้าที่คนนี้อยู่กับแฟนที่ ต.กุตาไก้ อ.ปลาปาก จ.นครพนม

ทั้งนี้ การใช้มือสังหารระดับพระกาฬ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการใช้อาวุธเป็นอย่างดี สามารถยิงในระยะไกลได้แม่นยำ อีกทั้งหลังยิงแล้วยังเก็บปลอกกระสุน ไม่ให้มีหลักฐานหลงเหลือ จึงมีคำถามว่าแค่เด็กปั๊ม ที่ไม่มีอะไรมาสู้ ถึงขั้นใช้มือปืนระดับนี้เชียวหรือ เป็นไปได้ไหมที่พนักงานปั๊มทั้งสองคน พบเห็นธุรกิจบางอย่าง ซึ่งหากปล่อยไว้อาจเรื่องไปถึงตัว กลุ่มผู้ร่วมขบวนการ จึงชะตาขาดถูกสั่งเก็บดังกล่าว

ล่าสุดปั๊มน้ำมันที่เกิดเหตุ ได้เปิดบริการแล้วเมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา หลังปิดบริการไปเกือบเดือน โดยเจ้าของปั๊มนำเซิฟเวอร์กล้องวงจรปิดมาติดตั้งใหม่ สามารถใช้งานได้ทุกตัว พร้อมตัดหญ้ารอบๆปั๊มจนเตียนโล่ง

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รวบหนุ่มซุกยาบ้า 6 พันเม็ด พกปืนอ้างป้องกันพวกดักปล้น ถ้ายิงต่อสู้ตำรวจคงไม่รอด ยอมให้จับติดคุกดีกว่า

ดวงโจรดับ! รวบ 2 หนุ่มบุรีรัมย์ พร้อมของกลางยาบ้า 6,000 เม็ด พร้อมปืนและกระสุน อ้างไว้ป้องกันตัว กลัวถูกดักปล้นเอายาบ้า หลังไปเก็บเอายาบ้าที่ได้ติดต่อซื้อกับชาวลาว โดย 1 ในผู้ต้องหา เคยติดคุกคดียาเสพติด พ้นโทษมาได้ 2 ปี ยังไม่เข็ด

โฆษก ตร. เตือนห้ามพกอาวุธปืนออกนอกบ้าน ถือเป็นความผิดเด็ดขาด ย้ำตรวจสอบเข้มงวด

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีมีการนำคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับเหตุผู้บุกรุกเข้าไปในบ้านพักและมีการใช้อาวุธปืนจนผู้บุกรุกเสียชีวิต ไปเผยแพร่และตีความทางสื่อสังคมออนไลน์

เจ้าของร้านทอง วอนรัฐบาลทบทวนมาตรการห้ามพกปืน

ภายหลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เตรียมกำหนดมาตรการขั้นเด็ดขาดในการควบคุมอาวุธปืน และเตรียมเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.อาวุธปืน ฉบับใหม่ ด้วยการสั่งการให้กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระงับการต่อใบอนุญาตอาวุธปืนทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ ป.3, ป.4 และ ป.12 จนกว่าจะมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เปลี่ยนแปลง เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นนั้น

ปค.สั่งด่วนนายทะเบียนทั่วประเทศคุมเข้มอาวุธปืน!

อธิบดีกรมการปกครองขานรับข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี สั่งด่วนนายทะเบียนทั่วประเทศ คุมเข้มอาวุธปืนทั้งระบบ เร่งปรับกฎหมายภายใน 60 วัน

นายกฯ ร่ายยาว ควบคุมอาวุธปืน เพิ่มโทษรุนแรงขึ้น จ่อเปิดช่องส่งมอบปืนเถื่อน

“อนุทิน” เร่งออกกม.ปืนใหม่รุนแรงขึ้น จ่อเปิดช่องส่งมอบปืนเถื่อน ลั่นห้ามต่อใบอนุญาต ป.3 ป.4 ป.12 จนกว่าจะมีมติ ครม.เป็นอย่างอื่น พร้อมสั่งตรวจทำเนียบฯเข้ม คนใกล้ชิด-คนติดตาม ไม่ใช่ตำรวจปฎิบัติหน้าที่ห้ามพกปืน ไม่รู้ภรรยาครอบครองปืน ชี้ ยิงโจรในบ้าน กม.ไม่คุ้มครอง แนะทิ้งกระสุนใช้เป็นของโชว์ เผยตัวเองเคยมีปืนแต่หายไป ได้แจ้งความแล้ว บอก "ทำความดีไว้" หลังถูกถามทำบุญใหญ่ประเทศ

ผบ.ตร. ยอมรับตั้งด่านจับอาวุธปืน เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ตำรวจต้องใช้ทักษะความรู้ ข้อมูลการข่าว

ผบ.ตร. ยอมรับนายกฯ โทรติงปม "ฉลอง" ผู้ต้องหาคดียิงนายก อบจ. สูบบุหรี่ไม่ใส่กุญแจมือ สั่งจเรตำรวจตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมยอมรับการตรวจค้นอาวุธเป็นเรื่องยาก แต่ตำรวจต้องใช้ทักษะสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน