ผบช.ภ. 3 แถลงรวบอดีต ส.อบต. พร้อมแฟนสาวชาวลาว ขนยาบ้าเกือบ 1 ล้านเม็ด

ผบช.ภ.3 แถลงผลการจับกุมของ ตำรวจ ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ ร่วมกับ ตชด. ทหาร และปกครอง ไล่ล่าจับกุมทีมขนลำเลียงยาเสพติด ขณะกำลังจะนำยาบ้า มาส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ เกิดไหวตัวทัน ขับรถหลบหนี พร้อมทิ้งยาบ้าเกลื่อนถนน ตามรายทาง ก่อนถูกสกัดจับได้ 2 คน เป็นอดีต สมาชิก อบต.ศรีชมภู อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ กับเมียสาว ชาวลาว ส่วนพวกอีก 2 คน หลบหนีไปได้ ตรวจยึดของกลางยาบ้าได้ร่วม 1 ล้านเม็ด ขณะชุดจับกุมเผย เป็นการจับกุมยาบ้าจำนวนมากที่สุดที่เคยจับกุมมา

24 เม.ย.2567 - ที่หอประชุมชัยจินดา ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ พล.ต.ท.ฐากูร นัทธีศรี ผบช.ภ.3 พร้อมด้วย นายปิยะ ปิจนำ รอง ผวจ.บุรีรัมย์ , นายไกรเลิศ ดาวเรือง ผอ.ปปส.ภ.3 , พล.ต.ต.สายเพชร ศรีสังข์ , พล.ต.ต.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.3 , พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ , พล.ต.สันทัด จันทน์มาลา ผบ.มทบ.26 และ พ.ต.อ.ก้องชาติ เลี้ยงสมทรัพย์ รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์

แถลงข่าวผลการจับกุมคดียาเสพติด ตามยุทธการ ‘พิฆาตทรชนคนค้ายาอีสานใต้’ ซึ่งเป็นการบูรณาการกำลังร่วมกันระหว่าง ตำรว ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ ,สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ปปส. ,ชปส.ร้อย ตชด.215, ชปส.ร้อย ตชด. 216, เจ้าหน้าที่ทหาร ขกท.ศปก.ทบ.(นฝด.22, ขกท.กกล.สุรนารี), สขว.กอ.รมน., ฉก.กรม ทพ.26 ,ฝ่ายการข่าว ร.23 พัน 4 , ฝ่ายปกครอง สตึก ,ฝ่ายปกครอง อ.บ้านด่าน และ สภ.แคนดง ที่สามารถจับกุมทีมขนลำเลียงยาเสพติด ได้ผู้ต้องหา 2 คน เป็นชายไทย 1 คน กับแฟนสาวชาวลาว 1 คน ตรวจยึดของกลางยาบ้า 461 มัด หรือจำนวนประมาณ 922,000 เม็ด และตรวจยึดรถยนต์เก๋งอีก จำนวน 1 คัน มูลค่าประมาณ 800,000 บาท ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ที่ได้ทำการตรวจยึดยาบ้า จำนวน 50 มัด หรือจำนวน 100,000 เม็ด เมื่อวันที่ 6 เม.ย.67 ที่ผ่านมานั้น ตำรวจ ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ และเจ้าหน้าที่สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ปปส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการประสานข้อมูล และเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของแก๊งดังกล่าวมาเป็นระยะ และจากการสืบสวนหาข่าวทราบว่า ทีมขนลำเลียงยาเสพติด ได้ใช้รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส กับรถยนต์เก๋งยี่ฮ้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส ในการขนลำเลียงยาเสพติดมากระจายในหลายจังหวัดของภาคอีสาน รวมถึงพื้นที่ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์

ต่อมาช่วงค่ำวันที่ 21 เม.ย.67 คาบเกี่ยววันที่ 22 เม.ย.67 เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพบรถยนต์ต้องสงสัยทั้ง 2 คัน ขับเข้ามาในพื้นที่ จ.มหาสารคาม และมุ่งหน้าเข้าพื้นที่ จ.สุรินทร์ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้วางกำลังสะกดรอยติดตาม กระทั่งพบรถยนต์ทั้ง 2 คัน ขับเข้าพื้นที่ อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ และขับเข้ามาในพื้นที่ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงร่วมกันออกตรวจสอบ และทำการสกัดจับกุม ระหว่างนั้นรถทั้ง 2 คัน รู้ว่าถูกติดตามและไหวตัวทัน จึงได้ขับรถหลบหนีออกไปตามเส้นทางของหมู่บ้านต่างๆ พร้อมกับโยนยาบ้าที่บรรจุอยู่ในถุงปุ๋ยจำนวนหลายถุง ทิ้งออกจากตัวรถยนต์ตามเส้นทางที่ขับหลบหนี ทำให้ถุงปุ๋ยบางถุงแตก และมีห่อยาบ้าตกกระจายตามพื้นถนนหลายจุด ก่อนที่รถยนต์เก๋งฮอนด้า แจ๊ส จะสามารถขับหลบหนีหลุดการติดตามเจ้าหน้าที่ไปได้ 1 คัน พร้อมแบ่งกำลังกันไล่ล่า และแบ่งกำลังตามตรวจยึดยาบ้าที่ตกอยู่ตามเส้นทางขับหลบหนี จำนวน 7 จุด ตามเส้นทางการหลบหนีในพื้นที่ ต.เมืองแก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์

ส่วนรถยนต์เก๋ง โตโยต้า อัลติส อีกคัน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ขับไล่ล่าติดตามไป พบขับหลบหนีไปทาง อ.แคนดง มุ่งหน้าทาง อ.คูเมือง ก่อนจะวกรถกลับมาทาง อ.แคนดง เพื่อมุ่งหน้ามาทางตัว อ.สตึก เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมที่ขับติดตามไป จึงได้ประสานให้ชุดจับกุมที่เหลือ พร้อมกับตำรวจสายตรวจ สภ.แคนดง ทำการปิดถนนเส้นทาง อ.แคนดง-อ.สตึก บริเวณบ้านดงพลอง ต.ดงพลอง อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ จึงสามารถสัดจับกุมรถยนต์เก๋ง โตโตย้า อัลติส คันดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งจากการตรวจสอบในรถพบ นายบุญเทียน อายุ 40 ปี อดีตสมาชิก อบต.ศรีชมภู อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ เป็นคนขับ และมี น.ส.ไลพอน อายุ 30 ปี ราษฎรชาวลาว ซึ่งเป็นแฟนสาว ของนายบุญเทียน นั่งมาด้านด้วยกัน ก่อนจะควบคุมตัวทั้ง 2 คน มาทำการชี้จุดตรวจยึดยาบ้าดังกล่าวทั้ง 7 จุด

โดยจุดแรก ตรวจยึดยาบ้าจำนวน 24 มัด หรือประมาณ 48,000 เม็ด ,จุดที่ 2 จำนวน 20 มัด หรือประมาณ 40,000 เม็ด ,จุดที่ 3 จำนวน 38 มัด หรือประมาณ 76,000 เม็ด,จุดที่ 4 จำนวน 40 มัด หรือประมาณ 80,000 เม็ด ,จุดที่ 5 จำนวน 103 มัด หรือประมาณ 206,000 เม็ด ,จุดที่ 6 จำนวน 91 มัด หรือประมาณ 182,000 เม็ดและจุดที่ 7 จำนวน 44 มัด หรือประมาณ 88,000 เม็ด

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าน่าจะยังมียาบ้าหลงเหลืออยู่อีก จึงได้ออกตรวจสอบในช่วงเช้าของวันที่ 22 เม.ย.67 และพบอีก 2 จุด รวมเป็น 9 จุด คือจุดที่ 8 จำนวน 50 มัด หรือประมาณ 100,000 เม็ด และจุดที่ 9 อีก 51 มัด หรือประมาณ 102,000 เม็ด รวมยาบ้าที่ตรวจยึดได้ทั้งสิ้น 461 มัด หรือจำนวนประมาณ 922,000 เม็ด

สอบถามทั้ง 2 คน ให้การยอมรับว่า พวกตนได้ร่วมกันกับ นายเนริมิตร และนายเบิ้ม ที่หลบหนีไปได้ และเป็นคนขับขี่รถยนต์เก๋งฮอนด้าแจ๊ส ร่วมกันนำยาบ้ามาส่งให้กับลูกค้าตามพื้นที่ต่างๆ ซึ่งครั้งนี้นำมาจำนวนประมาณ 790 มัด หรือประมาณ 1,580,000 เม็ด โดยได้นำไปวางให้กับลูกค้าบางส่วนแล้วในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ จำนวน 100 มัด หรือจำนวน 200,000 เม็ด และ จ.มหาสารคาม อีกจำนวน 100 มัด หรือจำนวน 200,000 เม็ด ส่วนที่เหลือตั้งใจจะนำมาส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ จากนั้นจะไล่ทยอยวางให้กับลูกค้าในพื้นที่อำเภอและจังหวัดต่างๆทางภาคอีสาน แต่พอขับเข้ามาในพื้นที่ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ทราบว่ามีรถเจ้าหน้าที่ขับสะกดรอยติดตามมา พวกตนจึงขับรถแยกย้ายกันหลบหนี และตนจึงได้โทรศัพท์บอกให้รถอีกคันโยนยาบ้าทิ้งระหว่างทาง เพื่อเบี่ยงเบนไม่ให้เจ้าหน้าที่ไล่ติดตามทัน ซึ่งรถยนต์อีกคันสามารถหลบหนีไปได้ ส่วนรถของตนกลับมาถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับกุมได้ในเวลาต่อมา

นายบุญเทียน ให้การด้วยว่า ตนเคยเป็นอดีตสมาชิก อบต.ศรีชมภู อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ และได้หมดวาระออกมา จึงตัดสินใจไม่ลงเล่นการเมืองต่อ เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่เป็นภาษีสังคมสูง จึงออกมาทำธุรกิจกล้ายางพารา แต่ทำไปทำมาเจ๊ง จึงตัดสินใจมาขายยาบ้า โดยได้ทำมาหลายครั้งแล้ว ทุกครั้งจะไปรับเอายาบ้ามาไม่น้อยกว่า 800-1,000 มัด หรือจำนวน 1,600,000-2,000,000 เม็ด เพื่อมาส่งให้กับลูกค้าตามรายการที่ได้มีการสั่งซื้อล่วงหน้าไว้แล้วกับชาวลาว ซึ่งตนจะได้รับค่าจ้างในการขนลำเลียงมาส่งลูกค้ามัดละ 300 บาท ส่วนเงินค่าจ้างชาวลาวจะทยอยจ่ายให้ภายหลัง ทุกครั้งที่นำยาบ้าไปวางให้ลูกค้าครบทุกเจ้า

ด้าน พล.ต.ท.ฐากูร นัทธีศรี ผบช.ภ.3 กล่าวว่า การจับกุมยาเสพติดในครั้งนี้เป็นการสืบสวนขยายผลข้อมูลจากโครงการชุมชนบำบัดอย่างยั่งยืนในตำบลแพร่ระบาดยาเสพติด สูงสุด 100 ตำบล ในพื้นที่ สภ.ประโคนชัย ที่ก่อนหน้านี้ช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา สามารถตรวจยึดยาบ้าได้ถึง 50 มัด หรือจำนวน 100,000 เม็ด และได้มีการบูรณาการกำลังร่วมกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง สืบสวนหาข่าวอย่างต่อเนื่องของ ตำรวจ ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ และเจ้าหน้าที่สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ปปส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการประสานข้อมูล และเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของแก๊งดังกล่าวมาเป็นระยะ กระทั่งสามารถขยายผลการจับกุมขบวนการขนลำเลียงยาเสพติดรายนี้ได้ ซึ่งถือเป็นรายสำคัญ และเป็นการจับกุมที่มีจำนวนยาบ้ามากที่สุด ที่เคยมีการจับกุมมาในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งต้องชื่นชมเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกนาย

พร้อมกันนี้ ผบช.ภ.3 ยังได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย ได้ปฎิบัติหน้าที่ โดยยึดหลักความปลอดภัยเป็นสำคัญ เพื่อป้องกันการเกิดอันตรายที่จะทำให้เกิดความสูญเสียทั้งในร่างกายชีวิตและทรัพย์สิน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รวบหนุ่มซุกยาบ้า 6 พันเม็ด พกปืนอ้างป้องกันพวกดักปล้น ถ้ายิงต่อสู้ตำรวจคงไม่รอด ยอมให้จับติดคุกดีกว่า

ดวงโจรดับ! รวบ 2 หนุ่มบุรีรัมย์ พร้อมของกลางยาบ้า 6,000 เม็ด พร้อมปืนและกระสุน อ้างไว้ป้องกันตัว กลัวถูกดักปล้นเอายาบ้า หลังไปเก็บเอายาบ้าที่ได้ติดต่อซื้อกับชาวลาว โดย 1 ในผู้ต้องหา เคยติดคุกคดียาเสพติด พ้นโทษมาได้ 2 ปี ยังไม่เข็ด

เหยื่อร้องคดีไม่คืบ แก๊งมิจฉาชีพหลอกทำเกษตร จ่ายค่าสมัคร ออมเงิน สุดท้ายสูญคนละหลักแสน

ชาวบ้านผู้สูงอายุหลายอำเภอหอบหลักฐาน บุกร้องศูนย์ดำรงธรรมจ.บุรีรัมย์ หลังถูกกลุ่มบุคคลอ้างเป็นหม่อม และตั้งตัวเป็นประธานองค์กรรวมเกษตรกร หลอกสมัครสมาชิก อ้างจะมีเงินทุนจากต่างประเทศให้เป็นขวัญถุงและปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ 

กองกำลังผาเมือง วิสามัญ 3 ศพ แก๊งค้ายาบ้า ยึดของกลางเกือบ 4 แสนเม็ด

พลตรีสาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมืองเปิดเผยว่า ผลการปฏิบัติงานในห้วงปีงบประมาณ 2569 ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน หน่วยสามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้ 446 ครั้ง สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน จับกุมผู้ต้องหาได้ 428 คน

ยายวัย 72 ขายลูกชิ้น เก็บของเก่าเลี้ยงชีพถูกตัดสิทธิบัตรคนจน หอบสังขารไปต่อคิวอุทธรณ์

ประชาชน เกษตรกรและผู้สูงอายุจากหลายอำเภอที่จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ประจำปี 2569 แห่ยื่นคำร้องขออุทธรณ์สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสาขาบุรีรัมย์ เนืองแน่นตั้งแต่ช่วงเช้า โดยคนที่ยื่นอุทธรณ์ส่วนใหญ่เป็นรายเดิมที่คุณสมบัติไม่ผ่านเกณฑ์

บุรีรัมย์จัดงานแห่เทียนพรรษา อ.ประโคนชัย ชูลวดลายผสมผสานศิลปะลายไทยกับขอมประยุกต์

บุรีรัมย์ เตรียมจัดงานสืบสานงานประเพณีแห่เทียนพรรษา อ.ประโคนชัย ประจำปี 2569 ‘หลอมเทียนรวมใจ ประโคนชัยเทียนศิลป์ เยือนถิ่นชุมชนคนทำเทียน’ ชูลวดลายที่ผสมผสานงานศิลปะลายไทยกับลายขอมประยุกต์ ของช่างฝีมือในท้องถิ่น เพื่ออนุรักษ์สืบสานประเพณีท้องถิ่น และประชาสัมพันธ์ฝีมือ ช่างแกะสลักต้นเทียนพรรษาของแต่ละคุ้มวัด รวมถึงเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่