บช.น. เบี้ยวนัดเคลียร์ ป.ป.ช. ส่งหนังสือชี้แจงขอคืนสำนวนบิ๊กโจ๊กแทน

5 มิ.ย.2567 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช. แถลงถึงกรณีกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) มีหนังสือขอคืนสำนวนคดีเว็บพนันออนไลน์ สน.เตาปูน จาก ป.ป.ช. เนื่องจากเห็นว่า อยูู่ในขอบเขตอำนาจของศาลอาญาและพนักงานสอบสวน จึงได้นัดหมายรอง ผบช.น. เข้ามาพูดคุยกันในวันนี้ (5 มิ.ย.) เวลา 13.30 น. ว่า เมื่อถึงเวลากลับไม่ได้เดินทางมาตามนัดหมาย ส่งเพียงหนังสือชี้แจงมาเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ทางพนักงานสอบสวนได้สอบสำนวนคดีนี้เสร็จสิ้นแล้วพบว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผบ.ตร. และพวก ไม่มีความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ จึงจะขอสำนวนนั้นกลับไป แต่ในส่วนนี้คณะกรรมการไต่สวน ป.ป.ช.มีความเห็นต่างกับพนักงานสอบสวน เนื่องจากพบความเชื่อมโยงของบัญชีม้า อักษรย่อ พ. ที่เป็นตัวกลางในการจ่ายเงินต่อไปยังบัญชีของตำรวจหลายราย รวมถึงตำรวจชั้นผู้ใหญ่ระดับนายพลคนหนึ่งด้วย ซึ่งทั้งหมดเป็นเส้นทางการเงินที่รวบรวมจากข้อเท็จจริงของพนักงานสอบสวน จึงต้องพิจารณาต่อว่าสำนวนของคดี สน.เตาปูน มีความผิดเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่หรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องของการได้รับผลประโยชน์

นายนิวัติไชย กล่าวว่า ได้เห็นหนังสือชี้แจง ของ บช.น. แล้ว และมีความเห็นว่าควรจะส่งต่อให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นผู้พิจารณาต่อว่าจะคืนหรือไม่คืนสำนวนให้กับ บช.น. คาดว่าจะเร่งดำเนินการพิจารณาให้แล้วเสร็จ และจะส่งให้ ป.ป.ช.พิจารณาในวันเดียวกัน และยืนยัน ป.ป.ช. ไม่ได้ประวิงเวลา และการสอบสวนคืบหน้าแล้ว ไม่ได้ล่าช้าแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเลยเวลานัดของรอง ผบช.น. ซึ่งก่อนเวลาที่นายนิวัติไชยจะแถลงข่าวนี้ไม่นาน พ.ต.ท.สราวุธ บุตรดี รองผู้กำกับการ สน.สายไหม ชุดสอบสวนคดี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้มายื่นหนังสือ พร้อมกับเปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ต.วสันต์ เตละอัครเกษม รองผบช.น. ให้เป็นตัวแทนมายื่นหนังสือชี้แจงเหตุผลการขอคืนสำนวนคดีเว็บพนันออนไลน์ สน.เตาปูน ยืนยันว่าคดีนี้เป็นอำนาจของพนักงานสอบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยรายละเอียดเหตุผลอยู่ในหนังสือชี้แจงหมดแล้ว และคงจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ ป.ป.ช.ว่าจะส่งคืนสำนวนคดีให้หรือไม่ หากได้รับคืนขั้นตอนต่อไปคงจะสรุปสำนวนการสอบสวนและมีความเห็นทางคดีส่งให้พนักงานอัยการ แต่หากไม่ได้รับคืนก็เป็นอำนาจของ ป.ป.ช. ดำเนินการต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตร. เผยคดี 'สมีโชติ' ฟอกเงินคล้ายวัดพระบาทน้ำพุ อายัดแล้วกว่า 300 ล้าน

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการขยายเส้นทางการเงินและมูลนิธิฯอดีตพระวชิรญาณ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง และ น.ส.ปุณยวีร์ หรือ สีกาเอ๋ อายุ 47 ปี ว่า จากพฤติการณ์ที่ตรวจพบ

ฝากขัง 'สมีโชติ-สีกาเอ๋' ปิดปากเงียบคดียักยอกทรัพย์วัดพุทไธศวรรย์

เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ได้นำตัวนายอติโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ หรือ “สมีโชติ” จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องหาตามหมายจับ ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ ปฏิบัติหน้าที่มิชอบหรือทุจริต และสมคบกันร่วมกันฟอกเงิน และ น.ส.ปุณยวีร์ หรือ “สีกาเอ๋”

ตร.ตั้งข้อหาหนัก 'สมีโชติ-สีกาเอ๋' ยึดทรัพย์ 215 ล้าน ค้นกุฏิซุกเงิน-ทองเพียบ

กองปราบแถลงจับ 'สมีโชติ' อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ยึดทรัพย์ได้ 215 ล้านบาท ค้นกุฎิเจอทั้งเงินสด-ทองแท่ง พบในบัญชี 290 ล้าน รวมถึงบ้านสีกาเอ๋ ตำรวจแจ้งข้อหาหนักร่วมกันฟอกเงิน

บุกจับ พระราชาคณะวัดดัง จ.อยุธยา มั่วสีกาเสพเมถุนในกุฏิ เบียดบังเงินวัด 92 ล้าน

ตำรวจสอบสวนกลาง ควบคุมตัวเจ้าอาวาสวัดดัง จ.อยุธยา (ต้นตำรับเหรียญเหนือดวงองค์พ่อจตุคาม) ตามหมายจับศาลอาญาฯ หลังพบพฤติกรรมเบียดบังเงินวัดเป็นของตน-นำเงินไปมอบให้กับสีกาแปลงสภาพและอำพรางในชื่อของบุคคลอื่น

'อนุทิน' ลั่นใครเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่นโดนหมด แนะมีหลักฐานยื่น ป.ป.ช.

นายกฯ ยันไม่มีอิทธิพลการเมืองแทรกสอบทุจริตท้องถิ่น หากมีหลักฐานพาดพิงรัฐมนตรีให้ส่ง ป.ป.ช.ตรวจสอบ ชี้รัฐบาลตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงแล้ว