รวบแก๊งโกงบัตรเครดิต ตระเวนรูดซื้อสินค้า เสียหายกว่า 18 ล้านบาท

23 มกราคม 2569 - พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง (ผบช.ก.), พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผบก.ปอศ.) พร้อมเจ้าหน้าที่แถลงข่าวร่วมกันจับกุม 1.นายนันธวัฒน์ชัย หรือ ป๋านาย (สงวนนามสกุล) อายุ 62 ปี พร้อมพวกรวม 6 คน พร้อมตรวจยึดของกลาง จำนวน 10 รายการ 1. เงินสด จำนวน 555,000 บาท 2. ทองคำแท่งและทองรูปพรรณ น้ำหนักรวม 7 บาท 3. เช็คเงินสด จำนวน 21 ใบ มูลค่า 123,570,000 บาท 4. บัตรอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 9 ใบ 5. สมุดเช็คเงินสด จำนวน 3 เล่ม 6. สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 9 เล่ม 7. สมุดบันทึกรายการสั่งจ่ายเช็ค จำนวน 2 เล่ม 8. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 13 เครื่อง 9. ตรายางนิติบุคค จำนวน 17 ชิ้น 10. เอกสารใบสลิปโอนเงิน จำนวน 40 ฉบับ

​พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือนมิถุนายน 2567 ผู้กล่าวหาซึ่งเป็นสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง ตรวจสอบพบความผิดปกติจากการที่กลุ่มผู้ถือบัตรเครดิตกลุ่มหนึ่ง มีพฤติกรรมการขอเพิ่มวงเงินบัตรเครดิตในวงเงินที่สูงแล้วนำไปรูดซื้อสินค้าโดยไม่มาชำระเงินค่าบัตรเครดิต จึงได้มีการตรวจสอบพบว่าลูกค้ากลุ่มนี้ มีลักษณะเพิ่มวงเงินด้วยการฝากเช็คแล้วนำไปรูดซื้อสินค้า ภายหลังธนาคารไม่สามารถเรียกเก็บเงินตามเช็คได้ ทำให้ได้รับความเสียหายกว่า 18 ล้านบาท ผู้กล่าวหาจึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ.

​จากการสืบสวนสอบสวน ทราบว่ากลุ่มคนร้าย มีลักษณะเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันกระทำความผิด โดยจะมีฝ่ายชักชวนหาผู้ถือบัตรเครดิตของธนาคารต่างๆ ผ่านกลุ่มเพิ่มวงเงินและกลุ่มเงินกู้บนแพลตฟอร์ม Facebook อ้างว่าสามารถช่วยรีไฟแนนซ์และเพิ่มวงเงินบัตรเครดิตได้ เมื่อผู้ถือบัตรเครดิตบางรายสนใจจะมีนายหน้าเข้ามาติดต่อกับเจ้าของบัตรโดยขอส่วนแบ่ง 10 เปอร์เซ็นต์ แลกกับการดำเนินเรื่องเพิ่มวงเงินกับธนาคาร เมื่อตกลงกันได้กลุ่มคนร้ายจะนำข้อมูลส่วนตัวเจ้าของบัตรแอบอ้างตัวเป็นเจ้าของบัตรเครดิตโทรขอเพิ่มวงเงินกับธนาคาร จากนั้นจะนำฝากเช็คที่สาขาธนาคารเจ้าของบัตรเครดิต โดยมักจะเลือกนำฝากเช็คเข้าในวันศุกร์เพื่ออาศัยช่องว่างวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ในการเคลียร์ริ่งเช็ค เพื่อให้ระบบของธนาคารโชว์ยอดวงเงินคงเหลือเพิ่มขึ้นชั่วคราว(ระหว่างรอเช็คเรียกเก็บเงิน) โดยในคดีนี้ได้มีการสั่งจ่ายเช็คเพื่อเพิ่มวงเงินในบัตรเครดิตจำนวนหลายใบ เป็นเงินจำนวน รวม 18,485,000 บาท

จากนั้นกลุ่มคนร้ายจะนัดหมายพาเจ้าของบัตรเครดิตหรือนำบัตรเครดิตของผู้อื่นไปตระเวนรูดซื้อทรัพย์สินต่างๆ เช่น ทองคำ และ วอยเชอร์หรือบัตรกำนัล จากห้างทองและซุปเปอร์มาร์เก็ตชื่อดังต่างๆ หลายๆ แห่งภายในวันเดียวกันจนเต็มวงเงินบัตร จากนั้นจะนำทรัพย์สินหรือผลประโยชน์มาแบ่งกันตามที่ตกลงกันไว้

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ทราบว่า เช็คที่คนร้ายนำฝากเพื่อเพิ่มวงเงินเป็นเช็คของบริษัทซึ่งคนร้ายเป็นอดีตกรรมการผู้มีอำนาจ และได้มีการขายบริษัทไปก่อนหน้านั้นแล้ว แต่คนร้ายยังคงนำเช็คของบริษัทดังกล่าว ไปปลอมลายมือชื่อของกรรมการผู้มีอำนาจคนปัจจุบัน ซึ่งจากการตรวจสอบลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายในเช็คพบว่าไม่ตรงกับตัวอย่างลายมือชื่อของผู้มีอำนาจสั่งจ่ายเช็คที่ให้ไว้กับธนาคาร อีกทั้งยังพบว่าเจ้าของบัตรบางรายได้มอบบัตรเครดิตของตนให้กับกลุ่มคนร้ายโดยเข้าใจว่านำไปเพื่อดำเนินการเพิ่มวงเงินบัตรเครดิต โดยไม่ทราบว่ากลุ่มคนร้ายนำบัตรเครดิตของตนไปรูดซื้อทรัพย์สิน จนเป็นหนี้สินจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงเร่งสอบสวนจนสามารถออกหมายจับผู้กระทำความผิดและเข้าจับกุมตัวไว้ได้ทั้งหมด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตำรวจเตรียมส่งชื่อบุคคลเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น ถึงมือรองนายกฯ ภายใน 5 ส.ค.

"ผบช.ก." ยันคดีทุจริตสอบท้องถิ่น สอบเส้นเงินถึงใครดำเนินคดีไม่มีละเว้น เตรียมสรุปข้อเท็จจริงส่งรองนายกฯ 5 ส.ค.นี้

ผบช.ก. เผยนายกฯ เป็นประธานแถลงข่าวจับขบวนการโกงสอบท้องถิ่น พรุ่งนี้

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) กล่าวถึงกรณีกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จับกุมตัว จ่าพิชิต ดร.วิน และน้องสาว 3 ผู้ต้องหาในคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า ขอให้รอการแถลงข่าว

ออกหมายเรียก 11 ข้าราชการ แก้กระดาษคำตอบ 'โกงสอบท้องถิ่น' แจ้ง 3 ข้อหาหนัก

ผบช.ก. เผยมีหลักฐานเอาผิด "จ่าพิชิต" เป็นผู้วางแผนรวบรวมข้าราชการท้องถิ่นแก้ข้อมูลไฟล์กระดาษคำตอบ เตรียมออกหมายเรียกข้าราชการท้องถิ่น 11 คน ขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา 3 ฐานความผิด

CIB ทลายเครือข่าย 'บิ๊กจ๊อต' ไนจีเรีย ยึดเฮโรอีน 110 กก.-โคเคน 22 กก.

CIB เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่าย “บิ๊กจ๊อต” ชาวไนจีเรีย จับ 13 ผู้ต้องหา ยึดเฮโรอีน 110 กก. โคเคน 22 กก. มูลค่าสูงสุดกว่า 1,000 ล้านบาท พบหลอกหญิงไทยร่วมขบวนการ ใช้ไทยเป็นฐานลำเลียงยาเสพติดส่งขายทั่วโลก

'วัส ติงสมิตร' ถอดรหัสฎีกา เมื่อเลขหลังบัตรเครดิตไม่ใช่ 'ทรัพย์' ความท้าทายในโลกดิจิทัล

นักวิชาการอิสระ เผยในทางกฎหมายอาญาไทย คำวินิจฉัยล่าสุดจากศาลฎีกากำลังย้ำเตือนเราว่า ความหมายของคำว่าทรัพย์ กับ มูลค่าทางเศรษฐกิจ อาจไม่ใช่เรื่องเดียวกันเสมอไป