ติงเขมรปลุกแค้น

รั้วความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา  เฟส 2 พื้นที่จังหวัดจันทบุรี คืบหน้ากว่า 70%  แล้ว ไร้เขมรป่วน "ผอ.JIC" เตือนอย่าใช้ประวัติศาสตร์ปลุกแค้น ปมหนังเขมรพาดพิงทหารไทย   ย้ำเคารพประวัติศาสตร์ แต่ต้องแยกข้อเท็จจริงจากฉากจำลอง ชี้ข้อเท็จจริงต้องมาก่อน

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการก่อสร้างรั้วชายแดนเพื่อความมั่นคงในพื้นที่ตำบลเทพนิมิต จังหวัดจันทบุรี ในเฟสที่ 2 ว่า ใกล้ความจริง ปัจจุบันดำเนินการก่อสร้างไปจนถึงหลักเขตที่ 55 ซึ่งมีความคืบหน้าไปกว่า 70 เปอร์เซ็นต์แล้ว และกำลังจะสร้างต่อในเฟสที่ 3 ไปถึงหลักเขตที่ 59 ในระยะทางกว่า 3.620 กิโลเมตร โดยจะมีการสร้างสะพานข้ามคลองร่วมด้วยในเฟสนี้

โดย พล.ต.ต.ธราเทพ ตูพานิช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วย น.อ.ปรัชญา หาญเทียม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและสำรวจแนวรั้วชายแดนเพื่อความมั่นคงในพื้นที่ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี เพื่อวางมาตรการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน โดยเฉพาะการลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย รวมถึงการลำเลียงสิ่งของผิดกฎหมายข้ามแดนทุกชนิด

สำหรับความคืบหน้าการก่อสร้าง แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ความยาว 1.310 กิโลเมตร, ระยะที่ 2 ความยาว 3.450 กิโลเมตร  และระยะที่ 3 ความยาว 3.620 กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งสิ้น 8.380 กิโลเมตร โดยขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างในระยะที่ 2 ส่วนการก่อสร้างสะพานบริเวณช่วงข้ามคลอง ยังอยู่ระหว่างการรายงานและสรุปรายละเอียดเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป

โดยมีรายงานว่า การก่อสร้างรั้วเฟส 2 ที่ผ่านมา เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีทหารกัมพูชามาป่วน เหมือนการสร้างในเฟสแรก

วันเดียวกันนี้ พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา  (JIC) ให้สัมภาษณ์กรณีภาพยนตร์กัมพูชาเรื่อง Killing Field 2: Blood Border นำเสนอเหตุการณ์ผู้ลี้ภัยกัมพูชาเมื่อปี 2522 โดยมีภาพทหารไทยใช้ความรุนแรงว่า ประเทศไทยเคารพข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ และตระหนักถึงความสูญเสียของประชาชนกัมพูชาในช่วงสงครามที่ผ่านมา โดยยอมรับว่ามีบันทึกทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเหตุการณ์ผลักดันผู้ลี้ภัยกลับบริเวณชายแดนในปี 2522 ซึ่งสร้างความทุกข์ยากและความสูญเสียแก่ผู้คนจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ภาพยนตร์เป็นการนำเสนอผ่านกระบวนการสร้างสรรค์ จึงต้องแยกข้อเท็จจริงที่มีหลักฐานยืนยันออกจากฉากจำลองหรือรายละเอียดที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม โดย JIC จะพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน ไม่ด่วนสรุปจากภาพตัวอย่างเพียงอย่างเดียว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ภาพทหารติดธงชาติไทยกระทำความรุนแรงในภาพยนตร์จะกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศไทยหรือไม่ ผอ.JIC ตอบว่า การนำเสนอเครื่องแบบและเครื่องหมายทางทหารควรสอดคล้องกับข้อเท็จจริงของยุคสมัย รวมถึงหน่วยทหารและเหตุการณ์ที่อ้างถึง หากพบรายละเอียดคลาดเคลื่อน ไทยพร้อมชี้แจงด้วยหลักฐานอย่างตรงไปตรงมา แต่จะไม่ปฏิเสธข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์เพียงเพราะภาพยนตร์นำเสนอประเทศไทยในแง่ลบ ทั้งนี้ ไม่ควรนำเหตุการณ์ในอดีตมาเหมารวมกล่าวหาเจ้าหน้าที่หรือประชาชนไทยในปัจจุบัน

ส่วนข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลกัมพูชาสนับสนุนการสร้างภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว ผอ.JIC ระบุว่า เรื่องแหล่งทุนและการสนับสนุนภาพยนตร์ต้องตรวจสอบจากหลักฐานที่ชัดเจน ไม่ควรกล่าวหาหรือสรุปเจตนาของฝ่ายใดโดยไม่มีข้อมูลยืนยัน  ประเทศไทยเคารพเสรีภาพในการสร้างสรรค์ผลงาน ขณะเดียวกัน การกล่าวอ้างข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ก็ควรเปิดให้มีการตรวจสอบและแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างรอบด้าน สำหรับแนวทางตอบโต้หรือเรียกร้องให้ระงับการฉายภาพยนตร์นั้น ขณะนี้ยังไม่มีเหตุผลที่จะด่วนสรุปว่าจำเป็นต้องดำเนินการดังกล่าว โดยภารกิจของ JIC คือการตรวจสอบข้อเท็จจริง ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องต่อสาธารณชน หากพบข้อมูลคลาดเคลื่อนอย่างมีนัยสำคัญ จะชี้แจงเฉพาะประเด็นด้วยหลักฐาน โดยไม่ใช้ถ้อยคำที่สร้างความเกลียดชังระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ

พล.อ.อ.ประภาสกล่าวย้ำว่า ประวัติศาสตร์ต้องได้รับการศึกษาอย่างตรงไปตรงมา และความทุกข์ยากของผู้ลี้ภัยทุกคนสมควรได้รับความเคารพ ทุกฝ่ายต้องเรียนรู้จากอดีต ไม่ใช่นำอดีตมาเป็นเหตุสร้างความเกลียดชังครั้งใหม่ ประเทศไทยยืนยันความสำคัญของข้อเท็จจริง หลักมนุษยธรรม การสื่อสารอย่างรับผิดชอบ และการแก้ไขปัญหาระหว่างประเทศโดยสันติวิธี โดยต้องไม่ปฏิเสธประวัติศาสตร์ แต่ก็ไม่ปล่อยให้ประวัติศาสตร์ถูกใช้แทนหลักฐานของเหตุการณ์ในปัจจุบัน

ทั้งนี้ JIC รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับภาพยนตร์กัมพูชาที่นำเสนอเหตุการณ์ผู้ลี้ภัยในอดีต และอยู่ระหว่างติดตามตรวจสอบรายละเอียด โดยยืนยันว่าไทยเคารพข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์และตระหนักถึงความสูญเสียของผู้ลี้ภัยในช่วงเวลาดังกล่าว จะไม่ด่วนตัดสินภาพยนตร์จากตัวอย่างเพียงอย่างเดียว และพร้อมชี้แจงด้วยหลักฐานหากพบข้อมูลคลาดเคลื่อน พร้อมเน้นย้ำว่า ข้อเท็จจริงต้องมาก่อน ความรับผิดชอบต้องเป็นหลัก และสันติภาพต้องเป็นเป้าหมายร่วมกัน ภายใต้แนวคิด “เคารพอดีต ยึดข้อเท็จจริง ไม่เหมารวมปัจจุบัน และมุ่งสู่สันติภาพ”.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘นายกฯ’มั่นใจ GDPเกิน2.1% ยกระดับลงทุน

“อนุทิน” มั่นใจ GDP ปีนี้โตเกิน 2.1% ได้ลงทุน-ส่งออก-จ้างงานหนุน ไทยวางตำแหน่งไม่แข่งขันด้วยค่าแรงราคาถูก ค่าไฟราคาถูก หรือรับงานประกอบสินค้าเพื่อรับเพียงค่าจ้าง

ส่อแห้ว‘ซักฟอก’! ‘อนุทิน’ยันหาวันอภิปรายใหม่ยาก/แบไต๋‘กล้าธรรม’

"อนุทิน" เผยเป็นเรื่องยากเคาะหาวันอภิปรายไม่ไว้วางใจใหม่ เหตุ รมต.ติดภารกิจ ชี้สัปดาห์หน้าเหมาะสมสะดวกที่สุดแล้ว โยน "ปธ.สภาฯ" ตัดสินใจกำหนดวัน ไม่ปิดประตูพรรคที่ 3 หากประเทศประชาชนได้ประโยชน์ บอกการเมืองทุกอย่างเกิดขึ้นได้หมด ยันพรรคร่วมฯ ไร้คลื่นใต้น้ำ

สต๊อกนํ้ามันล้น จนต้องส่งออก!

นายกฯ อนุทินแจงสถานการณ์พลังงาน ไร้ปัญหาน้ำมันขาดแคลน สต๊อกในประเทศล้นจนต้องอนุมัติส่งออก ชี้ผลกระทบมีเพียงเรื่องราคาผันผวนตามตลาดโลก พร้อมเดินหน้านโยบายเปลี่ยนผ่านพลังงาน หนุนหันพึ่งไฟฟ้า-โซลาร์รูฟท็อป เตรียมถกลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน E20 ลดการพึ่งพาให้น้อยที่สุด

รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา เฟส 2 คืบกว่า 70% ไร้ทหารเขมรป่วนเหมือนเฟสแรก

คืบหน้าสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา จ.จันทบุรี เฟส 2 เดินหน้ากว่า 70% ถึงหลักเขตที่ 55 แล้ว เตรียมขยายเฟส 3 ไปถึงหลักเขตที่ 59 ระยะ

‘กกต.’ร่ายยิบ หลักเกณฑ์ยุบ พรรคการเมือง

“กกต.” แจงยิบขั้นตอนสั่งยุบพรรคการเมือง เผยมี 6 ขั้นตอนสำคัญ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเปิด 5 รายชื่อผ่านเกณฑ์รอบแรก นั่งเก้าอี้แทน “ฐิติเชฏฐ์”