พาณิชย์จังหวัดพิษณุโลกขยับ ส่งรถโมบายซื้อมะม่วงเกษตรกร

พาณิชย์จังหวัดพิษณุโลก ช่วยเหลือเกษตรกร ส่งรถโมบายรับซื้อมะม่วงฟ้าลั่นออกนอกแหล่งผลิต หวังไม่ทำให้ผลิตผลเสียหาย

27 มี.ค. 2565 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สหกรณ์นิคมเนินมะปราง จำกัด ตำบลไทรย้อย อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก  นางอุบลรัตน์ ศิลตระกูล พาณิชย์จังหวัดพิษณุโลก พร้อมเจ้าหน้าที่ได้นำรถโมบายมรับซื้อมะม่วงฟ้าลั่นจากกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงส่งออก ต.ไทรย้อย อ.เนินมะปราง  ทั้ง 6 กลุ่ม  เพื่อส่งขายให้บริษัทผู้รับซื้อ  หลังสำนักงานพาณิชย์ จ.พิษณุโลก เป็นตัวกลางประสานการซื้อขายเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้ขายได้ราคา   และขายผลผลิตได้ทันไม่เกิดความเสียหาย 

โดยครั้งนี้เจรจากับผู้รับซื้อรายใหญ่ตกลงรับซื้อมะม่วงพันธุ์ฟ้าลั่น จำนวน 20 ตันในราคากิโลกรัมละ 10 บาท เพื่อแบ่งไปขายตามรถโมบาย 10 ตัน และอีก 10 ตันจะนำไปแปรรูปเป็นส้มลิ้ม หรือส้มแผ่น   เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงใน จ.พิษณุโลก ที่กำลังให้ผลผลิตพร้อมกันจำนวนมาก โดยจะมีการประสานการรับซื้ออีกครั้งช่วงปลายเดือนนี้ ที่คาดว่ามะม่วงพันธุ์ฟ้าลั่นจะหมดฤดูแล้ว  

นายสุทัศน์  ศิริ ประธานกลุ่มผู้ปลูกมะม่วงส่งออก ต.ไทรย้อย  อ.เนินมะปราง กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากหลาย ๆ ปัจจัย  ทั้งสถานการณ์แพร่ระบาดขอโรคโควิด 19 ส่งขายผลผลิตไม่ได้   ผลผลิตออกพร้อมกันล้นตลาด  ไม่มีผู้รับซื้อราคาตกต่ำ และเคยขายได้เพียงกิโลกรัมละ 3 บาท  การช่วยเหลือในครั้งนี้จะช่วยให้เกษตรกรไม่ขาดทุน  และพอมีทุนทำต่อในฤดูกาลต่อไป  โดยหลังจากนี้ สำนักงานพาณิชย์ จ.พิษณุโลก จะร่วมกันการค้าภายใน เข้ามาบริหารจัดการสินค้าเกษตร มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองของจังหวัดพิษณุโลกที่กำลังจะให้ผลผลิตต่อจากนี้  เนื่องจาก จ.พิษณุโลกเป็นแหล่งผลิตมะม่วงเป็นอันดับต้นๆของประเทศและมีปริมาณผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเป็นอันดับ 1 ของประเทศ    ซึ่งมีพื้นที่ปลูกมะม่วงจำนวน 86,249 ไร่ เป็นมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ปลูกมะม่วงทั้งหมด โดยมีพื้นที่ที่ปลูกมากที่สุด อำเภอเนินมะปราง 34,951 ไร่  อำเภอวังทอง   และอำเภอวัดโบสถ์    ในแต่ละปีมีผลผลิตมะม่วงกว่า 46,869 ตัน   

ด้านนางอุบลรัตน์  ระบุว่า จังหวัดพิษณุโลกเตรียมการแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตร โดยดำเนินการจัดทำแผนงานเพื่อช่วยเหลือสินค้าเกษตร ผ่านกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.)/ คณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลผลิตการเกษตรระดับจังหวัด (คพจ.) ภายใต้โครงการกระจายผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้ จังหวัดพิษณุโลก ปี 2565   วงเงิน 12,000,000 บาท เพื่อบริหารจัดการรวบรวมคัดคุณภาพ  การบรรจุภัณฑ์ การตรวจสอบคุณภาพ และอื่น ๆ และกระจายผลผลิตมะม่วงออกนอกแหล่งผลิตในอัตรากิโลกรัมละ 3 บาท เป้าหมายรวม 4,000 ตัน เป็นวงเงิน 12,000,000 บาท  ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการแล้วโดย พบว่า เกษตรกร กลุ่มสถาบันเกษตรกร ผู้ประกอบการให้ความสนใจ ร่วมกระจายผลผลิตตามโครงการฯ โดยจะเริ่มรวบรวมรับซื้อผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้จากเกษตรกร ในวันที่ 25 มีนาคม -30 เมษายน 2565 ทั้งนี้ มีจุดรวบรวมตามโครงการฯ ครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเนินมะปราง อำเภอวังทอง และอำเภอวัดโบสถ์ จำนวนรวม 11 จุด มีแผนการรวบรวม  4,000 ตัน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คู่กรณีอาจารย์ ม.นเรศวร เปิดใจครั้งแรก ยอมรับเผาใบไม้ ยันไม่ตั้งใจปล่อยสุนัขกัด

คู่กรณีอาจารย์ ม.นเรศวร เปิดใจครั้งแรก ยอมรับเผาใบไม้-ยันไม่ตั้งใจปล่อยสุนัขกัด ขณะเพื่อนบ้านโต้ หมาเคยหลุดบ่อยจนคนหวาดผวา

ชาวพุทธนับพันคนแห่ร่วมตักบาตรเป็งปุ๊ด วัดบึงกระดานแทบแตก

ที่วัดบึงกระดาน ตำบลบ้านป่า อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก พระครูเกษมวาปีพิสัย เจ้าคณะอำเภอเมืองพิษณุโลก เจ้าอาวาสวัดบึงกระดาน รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดนางพญา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีนพเคราะห์ต่อชะตาเสริมบารมี สวดคาถาบูชาพระอุปคุต 88 จบ และตักบาตรเที่ยงคืน 69 รูป

ผอ.โรงเรียน เครียดจัดผูกคอลาโลก ส่งไลน์บอกพิกัดให้ลูกน้องมารับศพ

ร.ต.อ.วุฒิชัย ขำกรม รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก ได้รับแจ้งเหตุพบศพผูกคอเสียชีวิต พื้นที่ภายในโรงแรมร้าง ถ.เลี่ยงเมืองพิษณุโลก หมู่ที่ 7 ตำบลบึงพระ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก จึงรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยกู้ภัยพิษณุโลก มูลนิธิประสาทบุญสถาน แพทย์เวรโรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตผูกคอตนเองใต้ต้นยาง

ผงะ! ขุดลอกคลองโคกช้าง เจอไม้สัก 12 ต้น คาดแอบซุกซ่อนนานกว่า 30 ปี

นายธีรพล กาญจนโกมล หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เข้าตรวจยึดไม้สักท่อน ที่มีการซุกซ่อนภายในคลองโคกช้าง หมู่ 7 ต.สมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่าไม้สัก ถูกซุ

รัฐบาลปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่นับสินเชื่อเกษตรในเพดานหนี้ 1 แสนบาท

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินหน้าดูแลผู้มีรายได้น้อยและเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง โดยคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569