ยึดจยย. 8 คันก่อนข้ามแม่น้ำโขง จัดส่งตามใบสั่งฝั่งเพื่อนบ้าน

กกล.สุรศักดิ์มนตรี สกัดกั้นยึด จยย.8 คันก่อนจะข้ามชายแดนริมแม่น้ำโขง จัดส่งตามออเดอร์ฝั่งเพื่อนบ้าน ชี้รถยนต์ต้องโตโยต้า มอเตอร์ไซค์ฮอนด้าเท่านั้น

28 ต.ค.2564 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดปฏิบัติการกองร้อย.QRF (Quick reaction force) คือหน่วยตอบโต้เร็วฯ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี (กกล.ฯ) ว่าได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ว่า มีกลุ่มกระบวนการค้ารถข้ามชาติกำลังเตรียมรถจักรยานยนต์จำนวนหลายคัน เพื่อจะนำข้ามไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ภายในห้วงเวลา 20.00-24.00 น.ของวันที่ 27 ตุลาคม 2564 พ.อ.สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์  ผบ.กองบังคับการควบคุมที่ 1 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี จึงสั่งการให้ ร.อ.นฤดล อุตม์สีขันธ์ ผู้บังคับกองร้อย QRF. กองร้อย.QRF บูรณาการจัดชุดปฏิบัติการสนธิกำลังร่วมกับ สน.เรือธาตุพนม,ตชด.235,ฝ่ายปกครอง,กำนัน,ผู้ใหญ่บ้าน จัดชุดปฏิบัติการซุ่มเฝ้าตรวจพื้นที่ดังกล่าว

ครั้นเมื่อเวลาล่วงเลยเที่ยงคืน ย่างเข้าสู่วันที่ 28 ตุลาคม 2564  ชุดปฏิบัติการได้ตรวจการณ์เห็นเรือกีบหางยาวติดเครื่องยนต์ จำนวน 3 ลำ แล่นอยู่ห่างจากริมฝั่งแม่น้ำโขง ระยะทางประมาณ 50-70 เมตร แล้วดับเครื่องปิดไฟปล่อยให้เรือไหลตามแรงน้ำจากทิศเหนือ ลงมายังทิศใต้เพื่อต้องการลอยเข้าอาณาเขตประเทศเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่จึงส่องไฟฉายตรวจสอบ ปรากฏว่าเป็นกลุ่มกระบวนการค้ารถข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย ภายในเรือมีรถ จยย.จำนวนหลายคัน และผู้ต้อสงสัยภายในเรืออีกหลายคน เมื่อทางกลุ่มกระบวนการเห็นแสงไฟฉายของเจ้าหน้าที่ จึงสตาร์ทเครื่องยนต์เรือหางยาวหนีไป โดยลำที่ 1 และลำที่ 2 ขับเรือหนีไปทางหัวเกาะกลางแม่น้ำโขงบ้านดอนนางหงส์ท่า และสามารถข้ามไปฝั่งประเทศเพื่อนบ้านได้สำเร็จ ส่วนลำที่ 3 เครื่องเรือสตาร์ทไม่ติดกลุ่มกระบวนการจึงได้พายเรือไปเทียบที่บ้านดอนนางหงส์ท่า บริเวณกึ่งกลางของดอนแล้วรีบทิ้งเรือวิ่งหนีขึ้นท่าไปกับความ ชุดปฏิบัติการได้ประสาน สน.เรือธาตุพนม เพื่อลากเรือของกลุ่มคนร้ายมาดำเนินการตรวจสอบ

ภายในเรือ พบรถ จยย.จำนวน 8 คัน คือ 1.ฮอดด้า เวฟ สีแดง-ดำ 2.ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน-ดำ 3.ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน 4.ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน-ขาว 5.ฮอนด้า เวฟ สีแดง 6.ฮอนด้า เวฟ สีดำ-ขาว 7.ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน และ 8.ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ สีเทา ทั้งหมดถูกถอดแผ่นป้ายทะเบียน พร้อมเรือกีบหางยาวติดเครื่องยนต์อีก 1 ลำ

ชุดปฏิบัติการจึงประชาสัมพันธ์ถึงผู้ใดสงสัยว่าเป็นรถ จยย.ทั้ง 8 คัน สามารถนำหลักฐานไปยื่นเพื่อขอรับรถคืนได้ที่  สน.เรือธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม หรือประสานทางหน่วยงานทหารได้ทาง ร.อ.นฤดล  อุตม์สีขันธ์  ผู้บังคับกองร้อย QRF. กองร้อย.QRF เบอร์โทรศัพท์  093-782-2055 เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อน

สำหรับขบวนการค้ารถข้ามชาติ จะรับออเดอร์จากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน โดยรถยนต์ยอดนิยมสุดฮิตเป็นยี่ห้อโตโยต้า 4 ประตู ยกสูง ส่วนรถ จยย.ต้องการยี่ห้อฮอนด้า โดยเจาะจงต้องเป็นรุ่นเวฟเท่านั้น ถ้าไม่มีรถตามที่ต้องการค่อยหันมาเอายี่ห้ออื่นแทน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับสึกยกวัด! 5 พระ-เณรมั่วสุมเสพยาบ้า ซ่อนอุปกรณ์ในบาตรเพียบ

จากกรณีมีชาวบ้านนาดีหมู่ 13 และ หมู่ 14 ต.หนองซน อ.นาทม จ.นครพนม ยื่นหนังสือร้องทุกข์ถึงศูนย์ดำรงธรรม อ.นาทม ว่า ขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมพระเณรลูกวัดป่าศิลาราม ซึ่งอาจจะพัวพันกับยาเสพติด โดยไม่ยอมออกบิณฑบาตอันเป็นกิจวัตรของพระภิกษุสงฆ์และสามเณร เพื่อเผยแผ่ศาสนาและโปรดสัตว์ตามวินัยพุทธกาล

'ตชด.-ทหาร' จับแก๊งขนยาบ้าก่อนส่งเข้ากรุง ยึดได้ 3.96 ล้านเม็ด

ตรวจพบรถยนต์กระบะต้องสงสัย ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว มีความเคลื่อนไหวในพื้นที่ ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จึงได้ไล่ติดตามมาจนถึงบ้านเช่าหลังดังกล่าว และได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น สามารถจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย

ผู้ว่าฯนครพนม ลงพื้นที่ช่วยซ่อมบ้านผู้ป่วยติดเตียง เหตุพายุฤดูร้อนถล่ม อ.เรณูนคร

หลังจากเกิดพายุฤดูร้อน ในพื้นที่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม ส่งผลให้บ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ ต.โคกหินแฮ่ ต.นางาม ต.โพนทอง ต.เรณูใต้ และ ต.เรณู รวม 5 ตำบล ได้รับความเสียหายรวม 85 หลัง คอกสัตว์ 3 หลัง ยุ้งข้าว 2 หลัง และเสาไฟฟ้าหักโค่น 2 ต้น โชคดีไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว

พายุฤดูร้อน ถล่ม อ.เรณูนคร กวาดตลาดโต้รุ่งราบเป็นหน้ากลอง

ได้เกิดเหตุพายุฤดูร้อนในพื้นที่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม ส่งผลให้บ้านเรือนของราษฎรได้รับความเสียหายในหลายพื้นที่ โดยมีพื้นที่ประสบภัยรวม 5 ตำบล 11 หมู่บ้าน ต.นางาม ต.โคกหินแฮ่ ต.โพนทอง ต.เรณูใต้ และ ต.เรณู โดยในเขตเทศบาลเรณูนคร บริเวณตลาดโต้รุ่ง พ่อค้าแม่ค้ากำลังจัดเตรียมตั้งร้านกัน

บีบหัวใจ! แม่คนงานเรือมยุรีนารี ลุ้นระทึก นั่งเฝ้าหน้าจอ 6 ชม. ร้องไห้คนเดียวห่วงลูกเป็นอันตราย

แม่คนงานในเรือ "มยุรีนารี" เผยหลังรู้ข่าวเรือไทยถูกยิงกลางทะเลช่องแคบฮอร์มุซ ถึงกับร้องไห้คนเดียว ห่วงลูกเป็นอันตราย