อัปเดต ‘สะพานมิตรภาพไทย-สปป.ลาว’ แห่งที่ 5 ‘บึงกาฬ-บอลิคำไซ’สร้างเสร็จเกือบครึ่งทาง

‘กรมทางหลวง’อัปเดตสร้างสะพานมิตรภาพไทย-สปป.ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) ภาพรวมคืบหน้า 47.63% คาดเชื่อมต่อพื้นที่สะพานกลางปี 66 เร่งเปิดให้บริการภายในปี 67 เร่งแก้ปัญหาฝนตกหนักทำพิษ กระทบงานก่อสร้างตอม่อใต้น้ำ ส่งชุดประดาน้ำเชื่อมกำแพงขอบตอม่อ คาดเสร็จสัปดาห์หน้า
 
27 มิ.ย.2565-นายดนัย เรือนสอน ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการระหว่างประเทศ กรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) วงเงิน 3,653 ล้านบาทว่า ขณะนี้โครงการดังกล่าว อยู่ระหว่างการก่อสร้างตอม่อในแม่น้ำโขง โดยในปัจจุบันประสบปัญหาระดับน้ำโขงขึ้นสูงและไหลเชี่ยว จึงต้องใช้นักชุดประดาน้ำเข้ามาช่วยงานเชื่อมใต้น้ำ ในส่วนงานก่อสร้างกำแพงขอบตอม่อในแม่น้ำโขง

อย่างไรก็ตามชุดนักประดาน้ำ ยังประสบกับปัญหาความขุ่นของแม่น้ำโขง ทำให้มองเห็นยาก จึงต้องใช้ความพยายามอย่างสูงในการทำงาน แต่อย่างไรก็ตาม สามารถดำเนินการได้กว่า 50% แล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนกั้นน้ำ เพื่อทำงานโครงสร้างของตอม่อสะพานต่อไป
 
“ปัจจุบันพบว่า ระดับน้ำสูงเกินกว่าที่ทำงานได้ ซึ่งก็ห่วงในเรื่องของตัวนั่งร้านที่ลงไปในแม่น้ำโขง โดยผู้ก่อสร้างจะต้องคอยตักขยะ กิ่งไม้ เศษวัสดุต่างๆ ที่มาติดอยู่บริเวณที่มีการก่อสร้าง หากปล่อยให้มีขยะติดเป็นจำนวนมาก ทั้งในส่วนของ กิ่งไม้ขนาดใหญ่ ที่นอน เศษขยะต่างๆ อาจจจะทำให้นั่งร้านพังได้ ซึ่งเรื่องนี้ ทล.ได้สั่งให้ทางผู้รับจ้างได้ดำเนินการในส่วนนี้อย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังได้กำชับในเรื่องความปลอดกับผู้รับจ้างด้วยเช่นกัน เนื่องจากบริเวณก่อสร้างเมื่อน้ำขึ้นทำให้ไหลเชี่ยว” นายดนัย กล่าว
 
นายดนัย กล่าวอีกว่า สำหรับความคืบหน้าผลงานในภาพรวมของโครงการ ณ วันที่ 25 พ.ค. 2565 มีความคืบหน้ารวม 47.638% เร็วกว่าแผน 0.725% คาดว่า จะเชื่อมต่อพื้นที่สะพานได้ประมาณกลางปี 2566 และเปิดให้บริการได้ประมาณต้นปี 2567 โดยโครงการดังกล่าว แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่

ส่วนที่ 1 งานก่อสร้างถนนฝั่งไทย ช่วง กม.ที่ 0+000-9+400 วงเงิน 831 ล้านบาท เริ่มต้นสัญญาเมื่อวันที่ 30  มิ.ย. 2563 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 16 ธ.ค. 2565 มีความคืบหน้า 60.354% ช้ากว่าแผน 4.893% คาดว่าจะแล้วเสร็จตามกำหนด
 
ส่วนที่ 2 งานก่อสร้างถนนฝั่งไทยและด่านพรมแดนฝั่งไทย ช่วง กม.ที่ 9+400-12+082.930 วงเงิน 883 ล้านบาท เริ่มต้นสัญญาเมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2563 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 13 มี.ค. 2566 มีความคืบหน้า 53.709% ช้ากว่าแผน 4.950%

ส่วนที่ 3 งานสะพานข้ามแม่น้ำโขงฝั่งไทย รวมงานปรับปรุงสี่แยกทางหลวงหมายเลข 212 และลานอเนกประสงค์ใต้สะพาน แบ่งเป็น ฝั่งไทย ช่วง กม.ที่ 12+082.930-13+032.930 วงเงิน 787 ล้านบาท เริ่มต้นสัญญาเมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2563 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 8 พ.ย. 2566 มีความคืบหน้า 25.355% ช้ากว่าแผน 3.401%
 
ขณะที่ ฝั่ง สปป.ลาว ระยะทาง 0.535 กิโลเมตร (กม.) วงเงิน 379 ล้านบาท เริ่มต้นสัญญาเมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2564 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 3 ม.ค. 2567 มีความคืบหน้า 38.120% เร็วกว่าแผน 15.120% ในส่วนของงานถนนและด่านพรมแดนฝั่ง สปป.ลาว ระยะทาง 2.860 กม. วงเงิน 733 ล้านบาท มีความคืบหน้า 52.550% เร็วกว่าแผน 3.580%
 
นายดนัย กล่าวต่ออีกว่า ส่วนโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 212 สายอำเภอโพนพิสัย-บึงกาฬ ตอนตำบลหอคำ-บึงกาฬ ช่วง กม.ที่ 108+984.000 – 125+416.103 และ กม.ที่ 126+694.399 – 127+189.000 รวมระยะทางประมาณ 16.926 กม. โดยสำนักก่อสร้างทางที่ 2 ทล. รูปแบบการก่อสร้างเป็นการขยายช่องจราจรจากเดิม 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร วงเงิน 631.54 ล้านบาทบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 930 วัน เริ่มต้นสัญญาตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค. 2563 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 26 ม.ค. 2566 ข้อมูล ณ ก.พ. 2565 โครงการมีความคืบหน้ารวม 46.150% เร็วกว่าแผนงาน 0.867%
 
สำหรับโครงการสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 บึงกาฬ-บอลิคำไซ เป็นโครงข่ายทางหลวงเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ภายใต้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion : Ms) ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง ระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน กัมพูชา-สบป.ลาว-สหภาพเมียนมา-ไทย-เวียดนาม

ทั้งนี้เป็นยุทธศาสตร์พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคตะวันออกเฉียงเหนือในกลุ่มอนุภาคตอนบน และยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดบึงกาฬและจังหวัดใกล้เคียงที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนระหว่างประเทศในการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมและขนส่งระหว่างประเทศไทย กับ สบป.ลาว
 
นอกจากนี้ ยังช่วยรองรับปริมาณการเดินทางและขนส่งสินค้าที่เพิ่มมากขึ้น โดยแนวเส้นทางประกอบด้วยโครงข่ายทางหลวงในประเทศไทยมีจุดเริ่มต้นที่อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬบริเวณทางหลวงหมายเลข 222 กม.123+430 ตัดผ่านทางหลวงชนบทหมายเลข บก.3217, ทางหลวงชนบทหมายเลข บก.3013 และทางหลวงหลวงหมายเลข 212 ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ สิ้นสุดโครงการที่ทางหลวงหมายเลข 13 ในฝั่ง สบป.ลาว เพื่อให้สอดคล้องกับโครงข่ายคมนาคมเชื่อมโยงกับประเทศเวียดนาม

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘กรมทางหลวง’ แจงเหตุชิ้นเหล็กแบบหล่อสะพานหล่นใส่รถยนต์

‘กรมทางหลวง’เผยเหตุชิ้นเหล็กแบบหล่อสะพานไหลลอดช่องว่างของแผงกั้นไปโดนรถยนต์ได้รับความเสียหายบนถนนพระราม 2 เผยผู้รับจ้างเร่งเยียวยา–ชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด สั่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและกวดขันให้มากยิ่งขึ้น 17 ส.ค. 2565 - นายอิทธิวัตร์ กฤษณะวณิช ผู้อำนวยการสำนักก่อสร้างสะพาน กรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยถึงเหตุการณ์ชิ้นเหล็กแบบหล่อสะพานไหลลอดช่องว่างของแผงกั้นโดนรถยนต์ได้รับความเสียหายว่า สำนักก่อสร้างสะพานได้ดำเนินการลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลา 15.30 น.ของวันที่16 ส.ค. 2565ในพื้นที่โครงการก่อสร้างทางยกระดับบนทางหลวงหมายเลข 35 สายธนบุรี–ปากท่อ (ถนนพระราม 2) ตอนทางแยกต่างระดับบางขุนเทียน–เอกชัย ตอน 1 ที่ กม.13+263 ทิศทางขาออก มุ่งหน้า จ.สมุทรสาคร ทั้งนี้ เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ผู้รับจ้างกำลังดำเนินการจัดเรียงชิ้นส่วนแบบหล่อราวสะพาน เพื่อเตรียมขนย้าย ในขณะเดียวกันชิ้นส่วนดังกล่าว ซึ่งเป็นส่วนประกอบย่อยไหลลอดผ่านช่องว่างของแผงกั้นเขตก่อสร้างเข้ามาในช่องจราจร แล้วไปโดนด้านข้างบริเวณซุ้มล้อหน้าของรถเก๋ง Honda Civic หมายเลขทะเบียน 7 กศ 519 กรุงเทพมหานครในขณะสัญจรอยู่บนช่องขวาสุด โดยเป็นเหตุทำให้รถคันดังกล่าว ได้รับความเสียหาย และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยภายหลังจากเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ ได้ดำเนินการเคลื่อนย้ายรถออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน เพื่อให้การจราจรในพื้นที่เป็นปกติ ล่าสุด ผู้รับจ้าง (กิจการร่วมค้า NTA ประกอบด้วย บริษัท นวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน), บริษัทเทิดไทแอนด์โคจำกัด และบริษัทเอ.เอส.แอสโซซิเอทเอนยิเนียริ่ง (1964) จำกัด) ได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือ และอยู่ระหว่างการเจรจาตกลงชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งผู้รับจ้างยินดีรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมด รวมถึงค่าเสียประโยชน์จากการใช้รถด้วย อย่างไรก็ตาม ทล.ขออภัยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ เป็นการเตรียมพร้อมจัดระเบียบด้านความปลอดภัยในพื้นที่ไซต์งานก่อสร้างของผู้รับจ้างตามมาตรการความปลอดภัยของ ทล.อย่างเคร่งครัด โดยหลังจากนี้ทล.จะส่งเจ้าหน้าที่ควบคุม ตรวจสอบและกวดขันให้มากยิ่งขึ้น หากพบว่า มีข้อบกพร่อง จะขยายระยะเวลาหยุดงานก่อสร้างต่อไปอีก รายงานข่าวจาก ทล. ระบุว่า ก่อนหน้านี้ นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดี ทล. ได้สั่งการให้หยุดงานก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 8 ส.ค. 2565 จนถึงปัจจุบัน ใน 14 โครงการของ ทล. ได้แก่ ทางยกระดับพระราม 2 จำนวน 3 โครงการ, มอเตอร์เวย์ M82 สายเอกชัย–บ้านแพ้ว จำนวน 10 โครงการ และทางต่างระดับบ้านแพ้ว จำนวน 1 โครงการ อย่างไรก็ตามโดยในขณะก่อนเกิดเหตุ พื้นที่ดังกล่าว ยังไม่มีการเริ่มงานก่อสร้าง เนื่องจากอยู่ระหว่างรอการตรวจสอบของคณะกรรมการฯ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะต้องตรวจสอบว่า โครงการใดมีความพร้อมเริ่มก่อสร้าง และผ่านการตรวจสอบตามเช็คลิสต์ของ ทล. จากนั้น ทล.ถึงจะอนุมัติให้เริ่มงานก่อสร้างต่อไป ทั้งนี้ ในวันที่ 17 ส.ค. 2565 จะมีการพิจารณาให้เริ่มก่อสร้าง 4 โครงการ หากผ่านตามเช็คลิสต์ของ ทล. แล้ว ผู้รับจ้างจึงจะสามารถเริ่มงานก่อสร้างได้

‘กรมทางหลวง’ แจ้งเปิดสาย ตราด – หาดเล็ก จ.ตราด หนุนขนส่งเชื่อมไทย-กัมพูชา

‘กรมทางหลวง’เดินหน้าขยาย4 เลย ทล.3 สาย ตราด – หาดเล็ก จ.ตราด แล้วเสร็จตลอดสาย เพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง รองรับระบบการขนส่งโลจิสติกส์ เชื่อมระหว่างไทย – กัมพูชา

‘กรมทางหลวง’ ย้ำอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพแอบอ้างเก็บค่าผ่านทาง M-Flow

‘กรมทางหลวง’แจ้งเตือนภัยระวังมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเป็นเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงเรียกเก็บค่าผ่านทาง M-Flow ย้ำจ่ายค่าผ่านทางช่องทางที่กำหนดเท่านั้น

‘กรมทางหลวง’ เปิดตัวเลขใช้บริการมอเตอร์เวย์ ’บางปะอิน-โคราช’ วันแรกรวม 10,311 คัน

‘กรมทางหลวง’ สรุปปริมาณจราจรช่วงสงกรานต์ 65 วันแรก 11 เม.ย. 65 ประชาชน เดินทางกลับภูมิลำเนา ใช้ M6 “ปากช่อง-สีคิ้ว-ขามทะเลสอ” รวม 10,311 คัน ช่วยแบ่งเบาจราจร ถ.มิตรภาพกว่า 15% ด้านมอเตอร์เวย์-ถนนสายหลัก 10 เส้นทาง ปริมาณรถใช้ 9.98 แสนคัน

มอเตอร์เวย์ ’บางใหญ่-กาญจนบุรี’ คืบหน้า 72% เปิดใช้แน่ พ.ย. 67

‘กรมทางหลวง’อัพเดทมอเเตอร์เวย์’บางใหญ่-กาญจนบุรี’ คืบหน้า 72% เสร็จเพิ่มอีก 1 ตอน กว่า 5.5 กม. รวมปิดจ๊อบแล้ว 5 ตอน 24.91 กม. เร่งสร้างอีก 20 ตอน เสร็จตามแผนปลายปี 66 พ.ย.67

ข่าวดี กรมทางหลวง เตรียมเปิดวิ่งฟรีมอเตอร์เวย์ 'ปากช่อง-สีคิ้ว-ขามทะเลสอ' ช่วงสงกรานต์

‘กรมทางหลวง’ เตรียมเปิดวิ่งฟรีมอเตอร์เวย์ M6 ช่วงสงกรานต์ ตั้งแต่ ‘ปากช่อง-สีคิ้ว-ขามทะเลสอ’เชื่อมจุดตัดด่านขุนทด ระยะทางรวม 64 กม. ดีเดย์ 11-18 เม.ย.นี้ รวม 8 วัน 6 โมงเช้า-เที่ยงคืน อำนวยความสะดวกประชาชนเดินทางรวดเร็ว ปลอดภัย