เริ่มแล้ว 'เทศกาลลูกชิ้นยืนกินชิงแชมป์โลก' ที่บุรีรัมย์

บุรีรัมย์ เริ่มแล้ว “เทศกาลลูกชิ้นยืนกินชิงแชมป์โลก” ไฮไลต์ แข่งขันกินลูกชิ้น D U O Pretty Sexy สาวสวยสุดเซ็กซี่

31 ก.ค. 2565 – เริ่มแล้วเทศกาลลูกชิ้นยืนกินชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 5 ส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัด มีประชาชนและนักท่องเที่ยวแห่ร่วมงานคึกคัก ชมสีสันการแข่งขันกินลูกชิ้นจาก D U O Pretty Sexy สาวสวยสุดเซ็กซี่ 16 คน การแข่งขันกินลูกชิ้นของแชมป์ประเทศไทย คู่แฝด “โป้ง-ปั้น” กับสาวสวยสุดเซ็กซี่ดีกรีแชมป์กิน รุมกินโต๊ะ 6 คน และแข่งกินลูกชิ้นยืนกินของแชมป์โลกชาย-หญิง ทำลายสถิติ คาดจะมีเงินสะพัดในจังหวัดไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท

เมื่อเวลา 18.30 น.วันนี้ (30 ก.ค.65) เริ่มแล้วงาน “เทศกาลลูกชิ้นยืนกินชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 5 ” ประจำปี 2565 ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์ และอีกหลายหน่วยงานจัดขึ้น ที่บริเวณโครงการบุรีรัมย์คาสเซิล หลังสนามช้างอารีน่า ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดบุรีรัมย์ อนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมการกินลูกชิ้นของชาวบุรีรัมย์ที่มีมานานกว่า 50 ปี ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครคือการยืนกินที่หน้าร้าน และสร้างสรรค์กิจกรรมลูกชิ้นยืนกินให้เป็นจุดเด่น ที่สำคัญยังเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดบุรีรัมย์ และการกระจายรายได้ให้ผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้าขายลูกชิ้นยืนกิน และประชาชนในพื้นที่มีรายได้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งผู้เข้าร่วมงานหรือกิจกรรม ต้องเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 2 เข็ม โดยมีนายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานเปิดงาน

ซึ่งเทศกาลลูกชิ้นยืนกิน เป็นกิจกรรมที่นำเอาเอกลักษณ์และวัฒนธรรมการกิน “ลูกชิ้นยืนกิน” ของชาวบุรีรัมย์ มาส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดบุรีรัมย์ โดยรูปแบบการจัดงานในปีนี้ พิเศษกว่าทุกปีที่ผ่านมา ภายใต้คอนเซ็ปท์งาน “มันต๊าซมาก” ประกอบด้วย กิจกรรม การแข่งขันกินลูกชิ้นยืนกินสุดโหด ของ คู่แฝด “โป้ง-ปั้น” แชมป์กินประเทศไทยสุดหล่อ โดนรุมกินโต๊ะกับ 1 สาวสวยสุดเซ็กซี่ดีกรีแชมป์กิน “น้องเบนซ์” พร้อมแท๊กทีมกับ 5 นักกินระดับเทพ แข่งกินลูกชิ้น 200 ไม้ๆ ละ 5 ลูก ไม่จำกัดเวลา ใครหมดก่อนชนะ ปรากฏว่า คู่แฝด “โป้ง-ปั้น” แชมป์กินประเทศไทยสุดหล่อ ชนะไปด้วย เวลา 24.43 นาที

การแข่งขัน D U O Pretty Sexy ลูกชิ้นยืนกิน Contest สาวสวยสุดเซ็กซี่ จาก 8 ทีม 16 คน แบ่งเป็นทีมละ 2 คน เพศหญิง อายุ 16-35 ปี บุคลิกหน้าตาดี การแต่งกายสวยงาม เซ็กซี่ แข่งขันกินลูกชิ้นยืนกิน ภายในเวลา 5 นาที เกณฑ์การตัดสิน จากผลป็อปปูล่าร์โหวต 1 รางวัล กินลูกชิ้นได้จำนวนมากที่สุด 1 รางวัล และการกินแบบเซ็กซี่ อีก 1 รางวัล ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 15,000 บาท

และการแข่งขันกินลูกชิ้นยืนกิน ชิงแชมป์โลก” ทั้งรุ่นแชมป์โลก ไม่จำกัดเพศ และอายุ , รุ่นแชมป์โลกหญิง ไม่จำกัดอายุ และ รุ่นแชมป์โลกทีม ไม่จำกัดเพศ ไม่จำกัดอายุ ทีมละ 3 คน ชิงเงินและรางวัล มูลค่ารวมกว่า 100,000 บาท

นอกจากนี้ ยังมีการค้นหา “ร้านลูกชิ้นและร้านน้ำจิ้มลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์ยอดเยี่ยมประจำปี” ว่าร้านไหนจะเป็นแชมป์สุดยอดร้านลูกชิ้นและร้านน้ำจิ้มลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์

ขณะเดียวกัน ยังมีการยกร้านลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์จากทั่วทุกสารทิศ และร้านค้าจากชุมชนท่องเที่ยวพร้อมผู้สนับสนับสนุน กว่า 40 ร้านค้า มาตั้งให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว ได้เลือกชิมลิ้มรสชาด และเลือกซื้อไปรับประทานและเป็นของฝากกันได้ถึงที่ พร้อมจัดโปรโมชั่น สุดพิเศษ 1 ปี มีครั้งเดียว จากร้านลูกชิ้นยืนกิน นาทีทองฉลองความอร่อย กับลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์ ราคาสุดถูก

ซึ่งบรรยากาศในงานก็มีทั้งประชาชนชาวบุรีรัมย์ และนักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัด มาร่วมงานอย่างคึกคัก ภายใต้การตรวจคัดกรองตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างเข้มงวด ซึ่งงานจะมีไปจนถึงวันที่ 31 ก.ค.2565 ตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป ที่บริเวณโครงการบุรีรัมย์คาสเซิล หลังสนามช้างอารีน่า ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ก็สามารถมาเที่ยวและลิ้มรสชาดลูกชิ้นยืนกินได้

นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นการส่งเสริมท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด ภายหลังการผ่อนปรนมาตรการควบคุมป้องกันโควิด-19 ทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประเพณีและวัฒนธรรมเทศกาลลูกชิ้นยืนกิน ซึ่งถือว่าเป็นงานที่จัดขึ้นใน จ.บุรีรัมย์ เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ซึ่งนอกจากจะทำให้คนทั่วโลกได้รู้จักลูกชิ้นยืนกินของบุรีรัมย์มากขึ้นแล้ว ยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับพ่อค้าแม่ค้า และธุรกิจลูกชิ้นในจังหวัดบุรีรัมย์ด้วย คาดว่าตลอดการจัดงานจะมีเงินสะพัดในจังหวัดไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เร่งช่วยเหลือ แม่เก็บของเก่า เลี้ยงลูก 2 คน อาศัยในเพิงสังกะสีเก่าผุพัง

นายเอกวัฒน์ พวงประโคน นายอำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยนางวิไลวรรณ นานรัมย์ นายกเทศมนตรีตำบลบึงเจริญ , รองนายกเทศมนตรีตำบลบึงเจริญ ปลัดเทศบาล และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้ลงพื้นที่ไปดูสภาพที่อยู่อาศัยของนางสาวปอน

เหยื่อร้องคดีไม่คืบ แก๊งมิจฉาชีพหลอกทำเกษตร จ่ายค่าสมัคร ออมเงิน สุดท้ายสูญคนละหลักแสน

ชาวบ้านผู้สูงอายุหลายอำเภอหอบหลักฐาน บุกร้องศูนย์ดำรงธรรมจ.บุรีรัมย์ หลังถูกกลุ่มบุคคลอ้างเป็นหม่อม และตั้งตัวเป็นประธานองค์กรรวมเกษตรกร หลอกสมัครสมาชิก อ้างจะมีเงินทุนจากต่างประเทศให้เป็นขวัญถุงและปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ 

ยายวัย 72 ขายลูกชิ้น เก็บของเก่าเลี้ยงชีพถูกตัดสิทธิบัตรคนจน หอบสังขารไปต่อคิวอุทธรณ์

ประชาชน เกษตรกรและผู้สูงอายุจากหลายอำเภอที่จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ประจำปี 2569 แห่ยื่นคำร้องขออุทธรณ์สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสาขาบุรีรัมย์ เนืองแน่นตั้งแต่ช่วงเช้า โดยคนที่ยื่นอุทธรณ์ส่วนใหญ่เป็นรายเดิมที่คุณสมบัติไม่ผ่านเกณฑ์

บุรีรัมย์จัดงานแห่เทียนพรรษา อ.ประโคนชัย ชูลวดลายผสมผสานศิลปะลายไทยกับขอมประยุกต์

บุรีรัมย์ เตรียมจัดงานสืบสานงานประเพณีแห่เทียนพรรษา อ.ประโคนชัย ประจำปี 2569 ‘หลอมเทียนรวมใจ ประโคนชัยเทียนศิลป์ เยือนถิ่นชุมชนคนทำเทียน’ ชูลวดลายที่ผสมผสานงานศิลปะลายไทยกับลายขอมประยุกต์ ของช่างฝีมือในท้องถิ่น เพื่ออนุรักษ์สืบสานประเพณีท้องถิ่น และประชาสัมพันธ์ฝีมือ ช่างแกะสลักต้นเทียนพรรษาของแต่ละคุ้มวัด รวมถึงเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

หญิงวัย 65 ปล่อยโฮหน้าธนาคาร ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เผยเสียใจทั้งที่ยากจน ไม่มีรถ มีแค่ที่ดินพออยู่อาศัย

ป้าวัย 65 ชาว อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ปล่อยโฮหน้า ธกส. หลังให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ คุณสมบัติไม่ผ่านทำให้ไม่ได้รับสิทธิ์ วอนภาครัฐตรวจสอบใหม่ยันฐานะยากจนจริง หวังได้บัตรคนจนช่วยต่อลมหายใจ

แม่ค้าตลาดเทศบาลบุรีรัมย์ บ่นอุบคนซื้อน้อยผิดคาด แม้ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เริ่มรอบใหม่

ร้านค้าในตลาดสดเทศบาลนครบุรีรัมย์ โอดสั่งของมาเพิ่มไว้ขายรองรับโครงการไทยช่วยไทยพลัส รอบเดือนใหม่ แต่ผิดคาดคนซื้อเบาบาง คาด ปชช.อาจไม่มีเงินเติมเข้าแอปเป๋าตัง ซ้ำราคาของแพงขึ้น ขณะร้านค้าต้องแบกรับต้นทุนค่าขนส่ง และบรรจุภัณฑ์ พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรหดหาย ทั้งยังถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้น จึงอยากให้รัฐบาลหามาตรการลดราคาน้ำมัน และสินค้า