
รัฐบาลพร้อมสนับสนุนเลี้ยงโคเนื้อคุณภาพดี 'พันธุ์ไททาจิ' บูมเศรษฐกิจ 5 จังหวัดชายแดนใต้ ส่งออกตลาดฮาลาลโลก
07 ก.ย.2565 – น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 ก.ย.2565 คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้รับทราบการขับเคลื่อนกิจกรรมโคบาลชายแดนใต้ภายใต้โครงการเมืองปศุสัตว์ ระเบียงเศรษฐกิจฮาลาล จ. ชายแดนภาคใต้ ระยะ 7 ปี (พ.ศ. 2565-2571) กรอบวงเงิน 1560.50 ล้านบาท โดยให้ ศอ.บต. และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อน ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ โดยมีเป้าหมายขยายปริมาณการเลี้ยงโคคุณภาพดี และยกระดับคุณภาพการผลิตเนื้อเข้าสู่มาตรฐาน GMP และฮาลาลเพื่อส่งออกทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศโลกมุสลิม ที่ต้องการเนื้อเกรดดีและฮาลาลไว้เพื่อบริโภค ทั้งนี้ ตามกรอบระยะเวลาของแผน คาดจะสามารถสร้างอาชีพการเลี้ยงโคเนื้ออย่างยั่งยืนแก่กลุ่มเกษตรกร 1,000 กลุ่ม เกษตรกร 10,000 ราย แม่โคพันธุ์ดี 50,000 ตัว
โดยการดำเนินงานแบ่งเป็นสามระดับคือ ระดับต้นน้ำ เน้นการพัฒนาความรู้เกษตรกรส่งเสริมวิสาหกิจโคไทยในหมู่บ้าน จำนวน 1,000 กลุ่มในพื้นที่ห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา และสตูล) เพื่อผลิตโคลูกผสมสายพันธุ์ไทยทาจิ และปลูกพืชอาหารสัตว์ที่เหมาะสมสำหรับเลี้ยงโค
ระดับกลางน้ำ จะเป็นการส่งเสริมการปลูกพืชอาหารสัตว์การแปรรูปอาหารสัตว์เพื่อจำหน่ายการก่อสร้างโรงฆ่าสัตว์ชุมชนพร้อมโรงตัดแต่งและแปรรูปเนื้อสัตว์ห้องเย็น ยกระดับคุณภาพการผลิตเนื้อคุณภาพเข้าสู่มาตรฐาน GMP และฮาลาล
ระดับปลายน้ำ มีกิจกรรมสำคัญคือการส่งเสริมร้านตัดแต่งแปรรูปเนื้อสัตว์ (Butcher Shop) และจำหน่ายผลิตภัณฑ์เนื้อโคเป็นสินค้าเกษตรมูลค่าสูงในชุมชน รวมถึงส่งเสริมการตลาดในประเทศและการค้าระหว่างประเทศ
น.ส.รัชดา กล่าวต่อว่า โคสายพันธุ์ไททาจิเป็นสายพันธุ์พื้นเมืองที่เหมาะกับสภาพภูมิประเทศและสภาพแวดล้อมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี พระราชทานแม่พันธุ์โคแก่กรมปศุสัตว์ เพื่อเป็นแม่พันธุ์ ต่อยอดการเลี้ยงโคในประเทศ
“ตลาดเนื้อโคในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 2,000 ล้านบาท มีความต้องการบริโภคหลายหมื่นตัวต่อปี และยังมีตลาดในโลกมุสลิมที่มีความต้องการบริโภคเนื้อคุณภาพดีอีกมาก แต่ที่ผ่านมาการเลี้ยงโคในพื้นที่มีน้อยกว่าความต้องการ รัฐบาลจึงเห็นโอกาสในการส่งเสริมเนื้อโคคุณภาพฮาลาล เพื่อสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร ต่อยอดจากการเป็นเพียงผู้เลี้ยง ให้สามารถแปรรูป และรวมกลุ่มกันส่งออกไปต่างประเทศได้ ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มขับเคลื่อนการให้ความรู้แก่เกษตรกรแล้ว และได้รับความสนใจอย่างมาก”น.ส.รัชดากล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อนุทินกลับไทยปุ๊บไป‘น่าน’
นายกฯ กลับถึงไทย 22 ส.ค. เช้า 23 ส.ค.บินไป จ.น่าน ติดตามสถานการณ์อุทกภัยทันที "ยศชนัน" ร่อนคำสั่งด่วนถึงผู้ว่าฯ 17 จังหวัดภาคเหนือ
เปิดฟังความเห็นกติกาใหม่ คุมแอปเรียกรถ-ส่งอาหาร ก่อนประกาศใช้ ก.ย.
รัฐบาลเปิดรับฟังความเห็นกติกาใหม่ คุมแอปเรียกรถ–ส่งอาหาร จับตาพ่วงงานแต่ลดค่ารอบ–GPS คลาดเคลื่อน–หน้าจอชวนเข้าใจผิด ยันต้องเป็นธรรมไม่เอาเปรียบ คาดประกาศใช้ได้ภายใน ก.ย.นี้
รัฐบาลจับมือออมสินหั่นดอกเบี้ย ช่วยครู 2.8 แสนบัญชี ปลดหนี้ไวขึ้น
ศธ.–สกสค.–ออมสิน ผนึกกำลังช่วยครูแก้หนี้ กว่า 2.8 แสนบัญชี ลดดอกเบี้ยเหลือ 3.50% พร้อมเดินหน้าส่งเสริมความรู้ทางการเงิน สร้างภูมิคุ้มกันครูกลับสู่วงจรหนี้ในระยะยาว
ผู้ป่วยน่านไม่ต้องวิตก! รบ.ยัน รพ.น่านแค่ย้ายจุดรับผู้ป่วยพร้อมส่งยาให้
รัฐบาลย้ำผู้ป่วยน่านไม่ถูกตัดขาดจากการรักษา รพ.น่านย้ายจุดรับผู้ป่วยฉุกเฉิน พร้อมออกหน่วยปฐมพยาบาลเคลื่อนที่ 2 จุด ด้าน รพ.น่าน 2 จัดส่งยาให้ผู้ป่วยนัดหมายแทนการเดินทาง
รบ.ใช้ดาวเทียมจิสด้าจำลองน้ำท่วมเมืองน่านประเมินพื้นที่เสี่ยง–วางแผนอพยพ
รัฐบาลใช้ข้อมูลดาวเทียม GISTDA จำลองน้ำท่วมเมืองน่าน ช่วยประเมินพื้นที่เสี่ยง–วางแผนอพยพล่วงหน้า
เอสเอ็มอีแบงก์ออกมาตรการช่วยน่าน! พักหนี้เงินต้น-ดอกเบี้ย 12 เดือน
SME D Bank ขานรับข้อสั่งการนายกฯ ออกมาตรการด่วนช่วยเหลือเอสเอ็มอี จ.น่าน ประสบอุทกภัย ให้สิทธิ์พัก ชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน

