
10 มี.ค. 2566 – ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครพนมรายงานว่า จากกรณีนายอนันต์ชัย ไชยเดช แม่ทัพทนายกองทัพธรรม พร้อมนายเอื้อ มูลสิงห์ ทนายกองทัพธรรมจังหวัดนครพนม/ไวยาวัจกร วัดพระธาตุพนม รับมอบหมายจากพระเทพวรมนุนี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวน สภ.ธาตุพนม เมื่อเดือนกรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา โดยกล่าวโทษนายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือหมอปลา พร้อมพวกคือทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ และ นางสาววรรณวิสา ประทุมวัน ข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
สืบเนื่องเมื่อกลางเดือนมิถุนายน 2565 นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือหมอปลา พร้อมพวก ออกมาร้องเรียนผ่านสื่อ รวมถึงเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวหาว่าพระเทพวรมุนี อดีตเป็นเจ้าอาวาสวัดมรุกขนคร ปัจจุบันเป็นเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมฯ ค้างค่าจ้างก่อสร้างถาวรวัตถุของวัดมรุกขนคร ต.ดอนนางหงส์ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เป็นเงินจำนวน 1.2 ล้านบาท โดยเหตุเกิดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2539
โดยก่อนนี้มีสื่อบางสำนักสำนึกผิด ออกมาแสดงความบริสุทธิ์ใจขอขมาต่อเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม และเผยแพร่ชี้แจงข้อเท็จจริงผ่านสื่อ ว่าไม่เป็นจริงตามคำกล่าวอ้างของกลุ่มพวกหมอปลา เนื่องจากเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ไม่มีส่วนได้เสีย และไม่มีอำนาจหน้าที่จะไปรับผิดชอบเกี่ยวกับค่าเสียหายดังกล่าว เป็นการกุเรื่อง สร้างความเสื่อมเสีย และไม่ยอมดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ใช้วิธีการร้องเรียน เจตนาเพื่อสร้างความเสื่อมเสีย
ภายหลัง ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช แม่ทัพทนายกองทัพธรรม พร้อมนายเอื้อ มูลสิงห์ ทนายกองทัพธรรมจังหวัดนครพนมและไวยาวัจกร วัดพระธาตุพนมฯ ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนฯ โดยรวบรวมพยานหลักฐานเสนออัยการฟ้องต่อศาลจังหวัดนครพนม ในฐานความผิดทั้งทางอาญา ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา รวมถึงเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง เป็นเงินมากกว่า 50 ล้านบาท ตามคดีหมายเลขดำที่ พ.1102/2565 ศาลจังหวัดนครพนม ข้อหาฐานความผิด ละเมิด ให้จำเลยทั้งสามโฆษณาคำพิพากษา และคำขอโทษในสื่อทุกแขนง จำนวน 46 สื่อ เป็นเวลา 7 วัน
กระทั่งมีการนัดสืบพยานที่ศาลจังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2566 นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือหมอปลา ได้มอบหมายให้ทนายมาเจรจาไกล่เกลี่ยและยอมรับผิด พร้อมขอขมาตามเงื่อนไข ซึ่งได้ทำข้อตกลงยินยอมที่จะมากราบขอขมาพระเทพวรมุนี ที่วัดพระธาตุพนมฯ ต่อหน้าสื่อมวลชน จำนวน 46 สำนัก ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2566 ที่จะถึงนี้ พร้อมมีการแถลงต่อศาลจังหวัดนครพนม ตามข้อตกลงในการเจรจาไกล่เกลี่ย ซึ่งหากจำเลยไม่มาตามนัดจะถูกนำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งทางอาญาและทางแพ่งต่อไป
สำหรับคดีดังกล่าว นายอนันต์ชัย ได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานร่วมกับ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครพนม พบว่า การก่อสร้างพัฒนาวัดมรุกขนคร เกิดขึ้นเมื่อประมาณปี 2539 ขณะนั้นพระเทพวรมุนี ยังไม่เป็นเจ้าอาวาสวัดมรุกขนครด้วยซ้ำ แต่บุคคลที่ร้องเรียนกล่าวอ้างว่าเป็นหลานสาวของผู้รับเหมาชื่อนายบุญเกิด (สงวนนามสกุล) อ้างว่าระหว่างการดำเนินการก่อสร้างได้มีการบอกเลิกสัญญา กระทั่งนายบุญเกิดเสียชีวิต ก็ยังไม่มีการจ่ายค่าก่อสร้างให้ ตนในฐานะหลานสาวของนายบุญเกิด จึงขอเรียกร้องให้เร่งดำเนินการจ่ายค่าจ้างจำนวนกว่า 1.2 ล้านบาท พร้อมมีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อมวลชนบางสำนัก โดยไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นการบิดเบือน สร้างความเสื่อมเสียให้แก่เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมฯ
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า การดำเนินก่อสร้างไม่เกี่ยวกับพระเทพวรมุนี แต่เป็นข้อตกลงกับบุคคลผู้นำชุมชนหมู่บ้าน คณะกรรมการวัด ถือเป็นคณะบุคคลที่ดูแลการก่อสร้าง พร้อมมีการบอกเลิกสัญญา เนื่องจากผู้รับจ้าง ทำงานล่าช้า และไม่มีการทำสัญญาจ้างงาน รวมถึงผู้อ้างว่าเป็นผู้เสียหาย ไม่มีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายภายใน 2 ปี ถือว่าขาดสิทธิ์ตามกฎหมาย
โดยการออกมาร้องเรียนของนางสาววรรณวิสา ประทุมวัน ถือเป็นความไม่บริสุทธิ์ใจ มีเจตนาให้พระเทพวรมุนี ที่เป็นที่เคารพของชาวนครพนม มีคุณงามความดี เกิดความเสื่อมเสีย และทำให้วัดเสียหาย จึงเป็นที่มาของการดำเนินคดีเอาผิดกับบุคคลดังกล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไร้เงาป้าดา! 'อ.ธงทอง' กราบเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลฯ เร่งเปลี่ยนชื่อโฉนดที่ดิน
'อ.ธงทอง' นำ พศ. พบเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ย้ำชัดวัดขึ้นทะเบียนถูกต้องและประกาศในราชกิจจานุเบกษาต้องแก้ไขให้ถูกต้อง ชี้หลวงพ่อรอมา 30 ปีแล้ว เผย 'ป้าดา' ยังไม่ติดต่อมา
'เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลฯ' ลั่นไม่กลัวตาย แต่ผวาแบล็กเมล์เรื่องผู้หญิง
'เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม' ลั่นไม่กลัวตาย แต่ผวาแบล็กเมล์เรื่องผู้หญิง เผยเคยมีสาวลึกลับมาเคาะประตูเรียกตอนตี 4 ยันจะไม่ย้ายไปไหนเด็ดขาด
จับ 'มะปราง' อินฟลูฯเซ็กซี่ แปะลิงก์พนันบอล ศาลสั่งกักขัง 4 เดือน
ตำรวจไซเบอร์รวบอินฟลูเซ็กซี่ 'มะปราง สุธิดา' แปะลิงก์เว็บพนันอ้างช็อตเงิน ไม่รอด ศาลสั่งจำคุก 8 เดือน สารภาพลดเหลือกักขัง 4 เดือน
น้ำโขงวิกฤต ระดับน้ำเพิ่มสูง เอ่อทะลักท่วมบ้าน ขนย้ายสัตว์เลี้ยง-กระสอบข้าว หนีจ้าละหวั่น
สถานการณ์อุทกภัยจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และประเทศลาวตอนบน ทำให้ฝนตกหนักถึงหนักมาก เกิดน้ำไหลหลากในหลายพื้นที่ของ จ.นครพนม โดยมีรายงานว่า ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน ซึ่งเป็นจุดลำน้ำสงครามไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง มีระดับน้ำสูงขึ้นเกิดจากน้ำโขงหนุน ไม่สามารถไหลลงได้ จึงเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ชาวบ้านได้เคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยง เช่น โค กระบือ และสุกรไปอยู่ที่อื่นเป็นการชั่วคราว บางบ้านต้องขนกระสอบข้าวเปลือกหนีน้ำ
'นครพนม' ฝนตกหนักถล่มเมือง
ตั้งแต่เวลาประมาณตีห้า ได้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก ในพื้นที่เทศบาลเมืองนครพนม (ทม.นครพนม) โดยสถานีอุตุนิยมวิทยาวัดปริมาณน้ำฝนที่ตกได้ถึง 107.9 มม.(มิลลิเมตร)
สกัดจับหน้าโรงพัก สองหนุ่มควบกระบะบุโรทั่ง ขนเฮโรอีน-ไอซ์ มูลค่า 100 ล้าน
ว่าที่ร้อยตรีรวยรุ่ง ใครบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พล.ต.ต.ศักดิ์ชาย สาดมะเริง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม (ผบก.ภ.จว.นครพนม) พ.ต.ท.ณรายุทธ ไตรยสุทธิ์ รองผู้กำกับสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม

