12 ธ.ค.2566 - ผู้สื่อข่าวรายงานจาก สภ.เรณูนคร จ.นครพนม ว่า พล.ต.ต.ธวัชชัย ถุงเป้า ผบก.ภ.จว.นครพนม มอบหมายให้ พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ อรัณยกานนท์ รอง ผบก.ภ.จว.นครพนม ประสานงานร่วมกับ พ.ต.อ.ศักดิ์ดา นาคประสิทธิ์ ผกก.สภ.เรณูนคร ระดมทีมชุดสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบเก็บหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อติดตามกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทง นายพัชรพร นากลาง หรือน้องปู อายุ 17 ปี ชาวบ้านนาคอกควาย ต.ดงขวาง อ.เมือง จ.นครพนม เสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อประมาณตีหนึ่ง คืนวันที่ 10 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา
มูลเหตุเกิดหลังจากกลุ่มวัยรุ่นจำนวนมาก ไปเที่ยวงานประเพณีไหว้ปู่ถลาเมืองเว ซึ่งเป็นมเหศักดิ์หลักเมืองของชาติพันธุ์ผู้ไทย อ.เรณูนคร จ.นครพนม หลังหมอลำเลิกทำการแสดง ก็มีการยกพวกชกต่อยทำร้ายร่างกายกัน เชื่อว่าต้องการอวดศักดา แสดงความเป็นเจ้าถิ่น โดยชาวบ้านเห็นเหตุการณ์ระบุว่า มีกลุ่มวัยรุ่นหลายพวก ทำร้ายร่างกายแบบเหิมเกริมป่าเถื่อน มีทั้งใช้อาวุธมีดไล่ฟันกัน รวมถึงปาระเบิดขวด เสียงดังสนั่นหลายลูก ก่อนที่จะสลายตัว และมีคนพบว่าน้องปูถูกแทงได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณริมถนนทางเข้าตัวอำเภอเรณูนคร ห่างจากศาลเจ้าปู่ถลาจุดจัดงานประมาณ 200 เมตร จนกระทั่งเสียชีวิตเนื่องจากถูกแทงใต้ราวนมขวา 3 แห่ง คมมีดเข้าลึกถึงปอดและเสียเลือดจำนวนมาก แพทย์ไม่สามารถช่วยยื้อชีวิตไว้ได้ น้องปูนักศึกษาระดับ ปวช.2 วิทยาลัยเทคนิค ก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา
ล่าสุดได้มีพลเมืองดี รวมถึงผู้พบเห็นเหตุการณ์และชาวบ้าน ในพื้นที่เกิดเหตุ นำภาพคลิปเหตุการณ์จากกล่องวงจรปิดมาแฉ ถึงพฤติกรรมป่าเถื่อนของกลุ่มวัยรุ่นที่ร่วมกันก่อเหตุ ยกพวกทำร้ายร่างกายกัน เชื่อว่าเป็นกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ กับกลุ่มต่างถิ่นระหว่างหมู่บ้าน ในพื้นที่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม ที่เคยมีเรื่องบาดหมางกัน จึงถือโอกาสมาแก้แค้นในงานไหว้เจ้าปู่ถลา มีทั้งเสียงตะโกนด่าแสดงความเป็นเจ้าถิ่น รวมถึงใช้อาวุธมีดของมีคม ขับรถจักรยานยนต์ไล่ฟันกัน และปาระเบิดขวดดังสนั่นไฟลุกท่วมถนน สร้างความหวาดผวาให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมากก่อนที่ตำรวจจะออกมาระงับเหตุ กลุ่มวัยรุ่นกว่า 50 คนก็สลายตัวหนีไป
ทางด้าน นางสาวพุฒิพร นากลาง อายุ 40 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต ได้ประสานตำรวจเพื่อขอให้ส่งศพลูกชายไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช จ.ขอนแก่น เก็บหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อประกอบการดำเนินคดี และยังไม่ยอมเผาศพจนกว่าจะเก็บหลักฐานตามขั้นตอนของกฎหมายครบถ้วน พร้อมยอมรับว่าเป็นห่วงหลักฐานจะไม่เพียงพอเอาผิดคนร้ายที่ก่อเหตุ ยืนยันว่าลูกชายเป็นคนตั้งใจเรียน ชอบไปเที่ยวกับเพื่อนตามประสาวัยรุ่น แต่ไม่เคยมีเรื่อง หรือประวัติทำร้ายร่างกายกัน เชื่อว่าถูกลูกหลงจากการยกพวกตีกันของเพื่อนวัยรุ่น อยากให้ตำรวจเร่งสืบสวนติดตามจับกุมคนก่อเหตุมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด
ด้าน พ.ต.อ.ศักดิ์ดา นาคประสิทธิ์ ผกก.สภ.เรณูนคร เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้ระดมทีมสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบเก็บหลักฐานทั้งหมด รวมถึงติดตามหาหลักฐานคลิปจากกล้องวงจรปิดตามสถานที่ใกล้เคียง พบหลักฐานสำคัญบางจุด ในการแกะรอยหาเบาะแส แต่ยังไม่ยืนยันตัวคนร้าย อยู่ระหว่างการส่งศพผู้ตายไปชันสูตร พร้อมอาวุธมีดเปื้อนเลือดที่ตกในที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ยังมีหลักฐานสำคัญคือพยานบุคคลคือเพื่อนของผู้ตาย ที่มั่นใจว่าจำหน้าคนก่อเหตุได้ แต่ไม่รู้จักกัน ยอมรับมีเรื่องกันเพราะปัญหาวัยรุ่นต่างถิ่น แต่ยังไม่ยืนยันว่ามีเรื่องกับคนตาย มุ่งไปที่ต้นเหตุเจอลูกหลงเพราะไปกับเพื่อนที่ทะเลาะกันกับฝ่ายตรงข้าม เบื้องต้นมีผู้ต้องสงสัยกำลังสอบสวน รวบรวมหลักฐาน มัดตัวเอาผิดรวม 20 ราย แต่คาดว่าคนก่อเหตุมีเพียงคนเดียวที่ลงมือ อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนเร่งด่วน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รวบแล้ว! ลูกเลี้ยงทาสยา ฆ่าอดีตตำรวจ อ้างแค้นถูกไล่ออกจากบ้าน หนีซุกสวนยางจนหิวโซ
ตำรวจรวบ “นายส่ง” ลูกเลี้ยงวัย 54 ปี หลังใช้ไม้ฟาด “ดาบเซียน” อดีตตำรวจวัย 79 ปีเสียชีวิตคาบ้าน
คนนครพนมไม่ลืมรากเหง้า สืบสานประเพณี 'บุญข้าวประดับดิน'
คนนครพนมไม่ลืมรากเหง้า จูงลูกหลานร่วมบุญกตัญญู 'ข้าวประดับดิน' ประเพณีงดงามชาวอีสาน อุทิศส่วนกุศลแก่ญาติผู้ล่วงลับ รวมถึงผีเปรต
จานนี้มีสะดุ้ง! เทศกาลกินต่อหัวเสือ เปิบพิสดารหลากหลายเมนู นครพนมสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น
จานนี้มีสะดุ้ง หนึ่งเดียวในโลก เทศกาลงานกินต่อหัวเสือ อ.ปลาปาก เปิบพิสดารเมนูสารพัดต่อ
สตง. บุกตรวจศูนย์โอทอปนครพนม ของบซ่อม 10 ล้าน จวกใช้เงินสร้าง 30 ล้านยังกลายเป็นอาหารปลวก
ศูนย์สินค้าโอทอป อบจ.นครพนม ของบซ่อมแซมกว่า 10 ล้าน สตง.จวกเงินสร้าง 30 ล้านยังกลายเป็นอาหารปลวก ลั่นจะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำสอง
ฝันเป็นเถ้าแก่น้อย! โจ๋ 17 ขนไอซ์ 105 กก. ค่าจ้าง 1.3 แสน วกหาแฟนสาววัย 15 ก่อนถูกจับ
ตำรวจนครพนมรวบเยาวชนวัย 17 ปี พร้อมไอซ์ 105 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท รับงานขนยาแลกค่าจ้าง 1.3 แสนบ
น้ำโขงวิกฤต ระดับน้ำเพิ่มสูง เอ่อทะลักท่วมบ้าน ขนย้ายสัตว์เลี้ยง-กระสอบข้าว หนีจ้าละหวั่น
สถานการณ์อุทกภัยจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และประเทศลาวตอนบน ทำให้ฝนตกหนักถึงหนักมาก เกิดน้ำไหลหลากในหลายพื้นที่ของ จ.นครพนม โดยมีรายงานว่า ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน ซึ่งเป็นจุดลำน้ำสงครามไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง มีระดับน้ำสูงขึ้นเกิดจากน้ำโขงหนุน ไม่สามารถไหลลงได้ จึงเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ชาวบ้านได้เคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยง เช่น โค กระบือ และสุกรไปอยู่ที่อื่นเป็นการชั่วคราว บางบ้านต้องขนกระสอบข้าวเปลือกหนีน้ำ

