หายปริศนากว่า 1 เดือน ญาติบุกทวงถามคดี 'เสี่ยบ่อนไก่' ไม่คืบหน้า หลังพบจอดรถทิ้งริมโขง

11 มี.ค.2567 - เมื่อเวลา 10.30 น. นายสำราญ สมหวัง อายุ 74 ปี พร้อมญาติพี่น้องเดินทาง สำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร ตำบลนาชะอัง อ.เมือง จ.ชุมพร เพื่อทวงถามความคืบหน้าคดีดังกล่าวต่อ พล.ต.ต.ภานุเดช ณ พัทลุง ผบก.ภ.จว.ชุมพร เกี่ยวกับคดีที่ นายขนบ สมหวัง อายุ 56 ปี หรือ “นายหัวสมาร์ท” น้องชายและเป็นเจ้าของสนามชนไก่ ได้หายตัวไปพร้อมรถยนต์ ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 และภายหลังตำรวจทางหลวงพบยนต์ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน กท.3424 ชุมพร ของนายขนบผู้สูญหาย จอดทิ้งไว้ในป่าละเมาะริมแม่น้ำโขง ตำบลหนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม แต่ยังไม่พบตัวนายขนบ หรือ “นายหัวสมาร์ท” จนถึงวันนี้นาน 1 เดือน 11 วันแล้ว ยังไม่ม่รู้น้องชายว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร และไม่รู้จะพึ่งพาใครนอกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถ้าเรื่องยังเงียบจำเป็นต้องเดินทางเรียกร้องต่อเพื่อให้เจอน้องชาย

พล.ต.ต.ภานุเดช ณ พัทลุง ผบก.ภ.จว.ชุมพร ได้พูดคุยกับกลุ่มญาติพี่น้องของนายขนบเจ้าของสนามชนไก่ ผู้สูญหายเพื่อชี้แจงข้อสงสัยและทำความเข้าใจกับญาติๆว่า ตำรวจยังติดตามคดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการสืบสวนสอบสวนสืบสวนสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ผู้เกี่ยวข้องกับคดีอย่างน้อย 5 คน ทราบว่าต่างคนต่างแบ่งหน้าที่กันทำ แต่สำหรับตัวนายขนบหรือ “นายหัวสมาร์ท” ผู้สูญหายทางตำรวจยังไม่รู้ว่าอยู่ที่ใด และยังมีชีวิตอยู่หรือไม่เนื่องจากว่าไม่พบศพ ฉะนั้นตำรวจต้องสืบสวนสอบสวนกันต่อไป ส่วนในเรื่องของรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ ซึ่งเป็นวัตถุของกลางในคดี ได้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องไปทั้งหมดแล้ว

พล.ต.ต.ภานุเดช ณ พัทลุง ผบก.ภ.จว.ชุมพร กล่าวต่อว่าส่วนความคืบหน้าในเรื่องของการตามหาตัวคนหายนั้น ทางผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องได้สั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาลงทำงานในลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งความคืบหน้าก็จะรายงานให้ญาติๆผู้สูญหายทราบต่อไป

“ เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ไม่พบว่ามีส่วนเกี่ยวพันส่วนตัวกับผู้สูญหาย แต่มีเรื่องความเกี่ยวเนื่องกับการครอบครองรถในห่วงเวลานั้น และสถานที่ต่าง ๆนั้น ก็ปรากฏตามพยานหลักฐาน ส่วนที่ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมจะติดต่อกับผู้สูญหายหรือไม่นั้น จากการตรวจสอบยังไม่มี”

“ ขณะนี้ยังไม่ชี้ชัดได้ 100 เปอร์เซ็นต์ว่า ผู้สูญหายได้หายตัวไปด้วยสาเหตุใด เนื่องจากไม่ยังไม่พบตัว และคำให้การของภรรยาที่ให้ข้อมูลการหายตัวไปของนายขนบซึ่งมีอยู่ในสำนวนแล้ว ส่วนว่าจะรับฟังได้ขนาดไหนต้องมาวิเคราะห์อีกที ขณะนี้จับตัวผู้ต้องหาได้แล้ว ราย มีผู้หญิงที่เกี่ยวข้องคดี 1 ราย เป็นชาย 4 ราย ซึ่งทั้งหมดอยู่ในกลุ่มของผู้รับซื้อขายรถ” พล.ต.ต.ภานุเดชกล่าว

ด้าน นายสำราญ สมหวัง กล่าวว่าหลังได้รับคำชี้แจงตนเองรู้สึกดีใจ และใจชื้นขึ้นมาอีกนิดที่ตำรวจยังติดตามคดีอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้ตนเองคิดว่าเรื่องคงเงียบหาย แต่หลังจากได้รับคำชี้แจงแล้วเชื่อประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ว่าตำรวจจะติดตามตัวคนร้ายปิดคดีได้ในเร็ววัน จึงขอขอบคุณตำรวจทุกคนที่ยังติดตามคดีนี้ ส่วนปมเหตุส่วนตัวตนเชื่อว่ามาจากเรื่องปัญหาครอบครัว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นครพนมอ่วม! อิทธิพลพายุโซนร้อน 'ไมสัก' ทำฝนถล่ม 12 อำเภอ ท่าอุเทนหนักสุด

พายุโซนร้อน “ไมสัก” พ่นพิษถล่ม ฝนถล่มหนักทะลักท่วมบ้านเรือน สิ่งของเครื่องใช้ลอยตามน้ำ สุดระทมเพิ่งถมที่เตรียมปลูกบ้าน น้ำซัดดินหายเกลี้ยง

“พล.ต.อ. อดุลย์” หนุนปลูกต้นไม้ริมโขงนครพนม มอบ 1 แสนบาทสร้างถนนสีเขียว พร้อมส่งเสริมสุขภาพชุมชน

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. ณ บริเวณหน้าบ้านพักข้างจวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ตนได้ร่วมสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่สีเขียวและคุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัดนครพนม

ตชด.237 ไล่ล่าข้าม 4 จังหวัด รวบ 2 ผู้ต้องหาพร้อมยาบ้า 2 แสนเม็ด ยึดไอซ์อีก 199 กก.

ตชด.237 เปิดปฏิบัติการสกัดเครือข่ายค้ายาเสพติดตามแนวชายแดน ไล่ล่าข้าม 4 จังหวัด ก่อนรวบผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมยาบ้า 200,000 เม็ด ขณะอีกคดีคนร้ายไหวตัวทัน ทิ้งยาไอซ์ 199 กิโลกรัมริมบ่อขยะในพื้นที่ จ.นครพนม เร่งขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการ