ลูกชายคนเดียววัย 32 ปี ป่วยจิตเวช จ้วงแทงแม่ 12 แผล เจ็บสาหัส พ่อสะเทือนใจเห็นแต่ข่าวไม่คิดว่าจะเกิดกับครอบครัวตัวเอง
23 พ.ค.2567 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกิดเหตุสลดลูกชายวัย 32 ปี และเป็นลูกคนเดียวของครอบครัว ป่วยจิตเวช ทะเลาะกับแม่คว้ามืดจ้วงแทงไม่ยั้งกว่า 10 แผล ก่อนถูกรวบตัวได้แล้วส่งไปบำบัด โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 13.56 น. วันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.ต.หญิง นันทิยา รักดี สว.(สอบสวน) สภ.ท่าแซะ ได้รับแจ้งเหตุลูกชายมีอาการคลุ้มคลั่งใช้อาวุธมีดแทงผู้เป็นแม่บาดเจ็บสาหัส ที่บ้านเลขที่ 32 หมู่ 4 ตำบลรับร่อ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร
ที่เกิดเหตุอยู่ในซอยอีแบ้ เป็นบ้านปูนชั้นเดียวอยู่ติดกับถนนคอนกรีต พบผู้บาดเจ็บทราบชื่อ นางสุนันทา ประเคนแก้ว อายุ 66 ปี ถูกแทงด้วยมีดพกสั้นปลายแหลม เข้าตามตัวหลายจุดรวม 12 แผล บาดเจ็บสาหัส หน่วยกู้ชีพรีบนำส่งโรงพยาบาลท่าแซะ
ส่วนผู้ก่อเหตุมีอาการคลุ้มคลั่ง ได้ถูกชาวบ้าน ญาติพี่น้อง และตำรวจชุมชน ช่วยกันควบคุมตัวไว้ได้ ก่อนส่งไปที่โรงพยาบาลท่าแซะ เนื่องจากได้บาดเจ็บจากอาการคลุ้มคลั่งอาละวาด ทราบชื่อคือ นายพิชานนท์ ประเคนแก้ว อายุ 32 ปี
ความคืบหน้ากรณีดังกล่าวผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ สภ.ท่าแซะ เพื่อสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ข้อมูลว่า เป็นเหตุที่เกิดขึ้นระหว่างบุคคลในครอบครัว ลูกชายเกิดอาการคลุ้มคลั่ง มีอาการทางจิตเวช ได้มีปากเสียงกับแม่แล้วใช้อาวุธมีดสั้นจ้วงแทงผู้เป็นแม่หลายแผลจนบาดเจ็บสาหัส แต่ไม่ถูกจุดสำคัญ และถูกควบคุมตัวไว้ได้ในที่เกิดเหตุ โดยทั้งสองแม่ลูกถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลท่าแซะ ส่วนลูกชายตอนนี้ครอบครัวได้ส่งไปบำบัดรักษาอาการจิตเวชที่สถานบำบัดเอกชนแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราชแล้ว ส่วนคดีความเบื้องต้นได้แจ้งข้อหาทำร่ายร่างกายไว้ก่อน แล้วจะสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
เบื้องต้นจากการตรวจหาสารเสพติดในร่างกายผู้ก่อเหตุพบมีเพียงสารเสพติดจากกัญชาเพียงอย่างเดียว
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านหลังเกิดเหตุ ซึ่งมีบ้านอาศัยอยู่ใกล้เคียงกันหลายหลัง ส่วนใหญ่เป็นเครือญาติใกล้ชิดพี่น้องกันเกือบทั้งหมด พบกับนายศักดิ์ อายุ 62 ปี ซึ่งเป็นบิดาของผู้ก่อเหตุและได้เปิดเผยว่าตอนนี้ภรรยาตนยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล มีบาดแผลถูกแทงตามร่างกายหลายจุดรวม 12 แผล ส่วนลูกชายที่ก่อเหตุแทงแม่เป็นลูกคนเดียวของครอบครัว ถูกนำตัวส่งไปบำบัดอาการที่สถานบำบัดเอกชนแห่งหนึ่งใน จ.นครศรีธรรมราช ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว
ผู้เป็นพ่อกล่าวอีกว่า ปกติลูกชายเป็นคนใจเย็น ไม่เคยมีพฤติกรรมความรุนแรงอะไรมาก่อน แต่หนนี้อาจจะเกิดจากความเครียด เนื่องจากลูกชายเพิ่งจะไปทำงานเป็นเป็นลูกจ้างอัตราตราจ้างของหน่วยงานรัฐแห่งหนึ่งที่ศูนย์ราชการชุมพรได้ไม่นาน วันเกิดเหตุได้มาบอกกับแม่ว่าลูกจะลาออกจากงานดังกล่าว และจะมาช่วยพ่อกับแม่ทำสวน เมื่อถามว่าจะลาออกทำไมลูกชายก็ตอบว่า เพื่อนที่ทำงานไม่มีใครพูดกับตนเองเลยทำให้รู้สึกเครียด ซึ่งผู้เป็นแม่ก็พูดปลอบใจว่าให้ทำต่อไป อย่าลาออกเดี๋ยวก็ดีเอง จนทำให้ลูกชายอาจจะเกิดความเครียดแล้วคลุ้มคลั่งใช้มีดจ้วงแทงแม่จนบาดเจ็บดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าลูกชายมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่ ผู้เป็นพ่อบอกว่า เมื่อก่อนลูกชายเคยเสพกัญชา แล้วก็เลิกไปสักพักใหญ่ และเพิ่งจะหันกลับมาเสพกัญชาอีก และจะชอบไปมั่วสุมกับเพื่อนๆที่บ้านหลังหนึ่งในซอย 5 ถนนกรมหลวงชุมพร เขตเทศบาลเมืองชุมพร จากนั้นพฤติกรรมลูกชายเริ่มเปลี่ยนไปจากเดิม ตนจึงอยากสะท้อนไปถึงรัฐบาลว่าควรมีมาตรการการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังเสียที ตนรู้สึกสะเทือนใจมากเคยดูแต่ข่าวไม่คิดว่าจะเกิดกับครอบคครัวตัวเอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างที่กำลังสัมภาษณ์พูดคุยกันอยู่นั้น ได้มีผู้หญิงอายุประมาณ 65 ปี ได้เดินออกมาจากบ้านที่อยู่เยื้องๆกับฝั่งตรงข้าม ทราบว่าเป็นญาติของฝ่ายแม่ของผู้ก่อเหตุ ได้เข้ามาห้ามลุงศักดิ์ผู้เป็นพ่อของผู้ก่อนเหตุว่า ให้หยุดไม่ต้องให้สัมภาษณ์นักข่าว ตอนนี้สื่อออนไลน์นำเหตุการณ์ไปโพสต์กันมากแล้วจนผู้เป็นแม่ของผู้ก่อเหตุสะเทือนใจเสียใจมาก ไม่อยากให้สะเทือนใจไปมากกว่านี้ ไม่ต้องเอาไปออกข่าวอีกแล้ว จนลุงศักดิ์ต้องรีบเดินเข้าบ้านไปในที่สุด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'วันนอร์' ชี้ 'ยาเสพติด-สินค้าเถื่อน' อาจมีส่วนทำไฟใต้ไม่สงบ หนุนรัฐพูดคุยควบคู่ปราบปราม
‘วันนอร์’ ชี้ ดับไฟใต้ต้องพูดคุยควบคู่ปราบปราม ระบุ ประกาศใช้กฎอัยการนราธิวาส เป็นเรื่องฝ่ายปฏิบัติประเมิน บอกยาเสพติด-สินค้าเถื่อน อาจมีส่วนทำให้ไม่สงบ
ศาลสหรัฐฯ จะเริ่มพิจารณาคดีของ ‘มาดูโร’ ในเดือนมิถุนายน 2027
สหรัฐอเมริกาจะเริ่มการพิจารณาคดีของ นิโกลัส มาดูโร ในวันที่ 1 มิถุนายน 2027 ศาลรัฐบาลกลางในนิวยอร์กกำหนดวันดังกล่าวเมื่อวันพุธ ต่อหน้าอดีตประธานาธิบดีของเวเนซุเอลา มาดูโร วัย 63 ปี อาจต้องโทษจำคุกตลอดชีวิตในข้อหา “ก่อการร้ายยาเสพติด”
ทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดผ่านเฟซบุ๊ก ยึดยาเค-คอลลาเจนเมาเพียบ
พ.ต.อ.วงศกร วันชัย ผกก.สืบสวน ภ.จว.ขอนแก่น พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธนากร พาเบ้า สว.กก.สืบสวน ภ.จว.ขอนแก่น นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.ขอนแก่น ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาอายุ 18 ปี จำนวน 4 คน พร้อมยาเคหรือคีตามีนคอลลาเจน อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ เครื่องกระสุนปืน และโทรศัพท์มือถือ หลังสืบสวนพบพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายยา
ดีเอสไอ ยื่นขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน 2 ชาวลาว ลอบขนเฮโรอีนข้ามชาติพัวพันคดีแอร์สาว
ดีเอสไอ เตรียมรวบรวมหลักฐานสำคัญยื่นอัยการสูงสุด ขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน "สองพ่อลูกชาวลาว" คดีสั่งการขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ใช้ริมฝั่งแม่น้ำโขงในไทย ลอบส่งพัสดุซุกเฮโรอีนจากลาว เตรียมส่งปลายทางออสเตรเลีย-ไต้หวัน หลังเร่งสอบปากคำพยานสำคัญ-ขยายผล


