สลด! ด.ญ. 10 ขวบ จมน้ำดับ เล่นกับเพื่อนจนออกนอกตลิ่ง น้ำพัดจมดิ่งติดตอม่อ

17 ส.ค.2567 - สมาคมกู้ภัยสายธารสะพานบุญ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากหัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลสามผง อ.ศรีสงคราม ว่า มีเหตุเด็กจมน้ำสูญหายบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำสงคราม ซึ่งอยู่หลังวัดหลวงพ่อพระเนาว์ บ้านศรีเวินชัย หมู่ 6 ต.สามผง จึงประสานชุดประดาน้ำกู้ภัยสว่างศรีวิไลฯจุดเซกา จ.บึงกาฬ ร่วมตรวจสอบพื้นที่ซึ่งเป็นสะพานคอนกรีต สร้างข้ามลำน้ำสงครามไปยังบ้านขามเปี้ยน้อย ต.บ้านข่า อ.ศรีสงคราม มีชาวบ้านยืนมุงดูอยู่เต็ม พร้อมกับเสียงพูดคุยถึงเหตุการณ์ดังกล่าว

เบื้องต้นทราบว่ามีเด็กนักเรียนหญิง จำนวน 3 คน อายุ 10 ปีเท่ากัน หลังโรงเรียนเลิกได้ชวนกันมาเล่นน้ำบริเวณดังกล่าว และด้วยความไร้เดียงสาจึงไม่รู้ว่า ลำน้ำสงครามมีความเชี่ยวกราก ที่ไม่ควรลงไปเล่นในช่วงฤดูน้ำหลาก โดยเด็กทั้งสามเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน จนตัวเองออกจากฝั่งไปประมาณ 20 เมตร จึงถูกกระแสน้ำพัด จังหวะเดียวกันมีพลเมืองดีอยู่บริเวณนั้นเห็นเหตุการณ์ จึงโดดลงไปช่วยขึ้นจากน้ำได้ 2 คน หนึ่งในนั้นชีพจรไม่มีแล้ว แต่สามารถปั๊มหัวใจกู้ชีพจรกลับคืนมาได้ จึงรีบนำส่ง รพ.ศรีสงคราม อย่างเร่งด่วน ส่วนเด็กหญิงอีกคนถูกกระแสน้ำพัดจมหาย ทราบต่อมาว่าชื่อน้องเจน (นามสมมติ) อายุ 10 ขวบ นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนประจำหมู่บ้าน ชุดประดาน้ำจึงได้ลงจมหาร่างตรงจุดที่พยานชี้ ใช้เวลาไม่กี่นาที ก็พบร่างน้องเจนติดอยู่ที่ตอม่อสะพาน ในสภาพคว่ำหน้า ที่มีความลึกประมาณ 6 เมตร

ระหว่างนำร่างน้องเจน เด็กหญิงผู้เคราะห์ขึ้นมายังฝั่ง นางสว่างอายุ 61 ปี ผู้เป็นยายถึงกับเข่าทรุดแทบเป็นลม โผเข้ากอดร่างที่ไร้วิญญาณของหลานสาว ร่ำไห้ปริ่มจะขาดใจ พร้อมกับเล่าชะตาชีวิตของหลานผู้อาภัพ ว่า พ่อแม่แยกทางกันจึงนำน้องเจนมาฝากให้ตนเลี้ยง แม้จะเป็นภาระแต่ก็เลี้ยงดูหลานสาวเป็นอย่างดีตามอัตภาพ โดยปกติหลานก็จะช่วยงานบ้าน พอเสร็จก็จะออกไปเล่นกับเพื่อนตามประสาเด็ก ไม่คิดว่าจะมาเล่นน้ำกัน ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต แพทย์ลงความเห็นว่าขาดอากาศหายใจ หลังชันสูตรนางสว่างก็ได้นำร่างของน้องเจนไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี ท่ามกลางความเศร้าสลดแก่ผู้พบเห็น ที่ยายอุ้มศพหลานไว้ในอ้อมอกร่ำไห้

ทางด้าน นายมานัต อาจมังกร ผู้อำนวยการสมาคมสายธารสะพานบุญ สาขานครพนม เปิดเผยว่าหลังรับแจ้งขอความช่วยเหลือจากเทศบาลตำบลสามผง ก็ประสานกับกู้ภัยสว่างศรีวิไลฯ อ.เซา จ.บึงกาฬ ให้จัดชุดประดาน้ำมาสมทบ ใช้เวลาไม่นานก็พบร่างน้องติดอยู่ตอม่อสะพาน ในความลึกที่ระดับ 6 เมตร โดยทางญาติไม่ติดใจการสาเหตุการเสียชีวิต

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

น้ำมันแพงพ่นพิษ กระทบตลาดนัดไทย-ลาว รายได้หดหาย ค่าเรือโดยสารปรับเพิ่ม

มีบรรยากาศบริเวณจุดผ่อนปรนตลาดนัดไทย-ลาว อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ที่มีทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดี ซึ่งมีทั้งพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนจากทั้งสองฝั่งไทยลาว เดินทางมาจับจ่ายกันอย่างคับคั่ง แม้ภาพรวมจะดูคึกคักด้วยสินค้าท้องถิ่น อาทิ ปลาน้ำโขง แมลง ไข่มดแดง และพืชผักพื้นบ้าน แต่หลังรอยยิ้มกลับแฝงไปด้วยความกังวลจากวิกฤตราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ยึดน้ำมันดีเซล-เบนซิน 36 แกลลอน เตรียมขนลงเรือข้ามโขง ลักลอบส่งนอกประเทศ

น.อ.ปุณณรัตน์ ถมคำ รักษาราชการหัวหน้าสถานีเรือธาตุพนม (รรก.หน.สน.เรือธาตุพนม) หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม (นรข.เขตฯ) พร้อมกำลังชุดลาดตระเวนริมแม่น้ำโขง ออกเฝ้าตรวจบริเวณจุดผ่อนปรนตลาดการค้าไทย-ลาว อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พบคนกลุ่มหนึ่งพยายามนำน้ำมันเชื้อเพลิงใส่แกลลอนเล็ก เพื่อเตรียมขนลงเรือข้ามฝั่งไปยังประเทศ สปป.ลาว เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการตรวจสอบทันที กลุ่มคนดังกล่าวอาศัยช่วงประชาชนมาจับจ่ายสินค้าเป็นจำนวนมากหลบหนีไป

จับสึกยกวัด! 5 พระ-เณรมั่วสุมเสพยาบ้า ซ่อนอุปกรณ์ในบาตรเพียบ

จากกรณีมีชาวบ้านนาดีหมู่ 13 และ หมู่ 14 ต.หนองซน อ.นาทม จ.นครพนม ยื่นหนังสือร้องทุกข์ถึงศูนย์ดำรงธรรม อ.นาทม ว่า ขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมพระเณรลูกวัดป่าศิลาราม ซึ่งอาจจะพัวพันกับยาเสพติด โดยไม่ยอมออกบิณฑบาตอันเป็นกิจวัตรของพระภิกษุสงฆ์และสามเณร เพื่อเผยแผ่ศาสนาและโปรดสัตว์ตามวินัยพุทธกาล

'ตชด.-ทหาร' จับแก๊งขนยาบ้าก่อนส่งเข้ากรุง ยึดได้ 3.96 ล้านเม็ด

ตรวจพบรถยนต์กระบะต้องสงสัย ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว มีความเคลื่อนไหวในพื้นที่ ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จึงได้ไล่ติดตามมาจนถึงบ้านเช่าหลังดังกล่าว และได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น สามารถจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย

ผู้ว่าฯนครพนม ลงพื้นที่ช่วยซ่อมบ้านผู้ป่วยติดเตียง เหตุพายุฤดูร้อนถล่ม อ.เรณูนคร

หลังจากเกิดพายุฤดูร้อน ในพื้นที่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม ส่งผลให้บ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ ต.โคกหินแฮ่ ต.นางาม ต.โพนทอง ต.เรณูใต้ และ ต.เรณู รวม 5 ตำบล ได้รับความเสียหายรวม 85 หลัง คอกสัตว์ 3 หลัง ยุ้งข้าว 2 หลัง และเสาไฟฟ้าหักโค่น 2 ต้น โชคดีไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว