หนังเค็มผลิตมาจากหนังควาย คือการถนอมอาหารตามแบบภูมิปัญญาชาวอีสาน มาหลายชั่วอายุคน เหมือนเป็นมรดกสืบทอดวัฒนธรรมการกิน ส่งจากรุ่นสู่รุ่นถึงปัจจุบัน โดยชาวอีสานมีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย รวมถึงอาหารก็จะกินอย่างง่ายๆ และเพื่อให้สอดคล้องกับธรรมชาติ ชาวอีสานจึงรู้จักแสวงหาอาหารในท้องถิ่น มาดัดแปลงเป็นเมนูประจำครัวเรือน หนังเค็มจึงเป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบที่คุ้นเคยกันดี ที่กินกันตั้งแต่รุ่นปู่ ย่า ตา ยาย และเป็นซิกเนเจอร์(Signature)ประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ใน จ.นครพนม มีหนังควายเค็มถือเป็นต้นตำรับ ต้องหลีกทางให้หนังเค็มพ่อประนอม ชนะเคน เจ้าของหนังเค็มที่ขึ้นชื่อของจังหวัด แม้พ่อประนอมจะเสียชีวิตไปแล้วในวัย 72 ปีเมื่อปีที่ผ่านมา แต่ยังมีทายาทสืบทอดคือลูกสาว นางสาวอุธาน ชนะเคน อายุ 44 ปี พร้อมสามีนายวัฒนา สมสิ้ว อายุ 49 ปี ร่วมสานต่ออาชีพดั้งเดิมที่พ่อทิ้งไว้เป็นมรดกสำคัญ และยังรักษามาตรฐานต้นตำรับ หนังเค็มพ่อประนอมจนมีชื่อเสียงโด่งดังเพิ่มขึ้น โดยเป็นที่ยอมรับของลูกค้ามายาวนานกว่า 30 ปี
ปัจจุบันสองสามีภรรยา ไม่เพียงส่งหนังเค็มขายทุกทิศทั่วไทย ยังเพิ่มช่องทางจำหน่ายผ่านออนไลน์ จึงมีออเดอร์(Order)สั่งจากเมืองนอก เช่น อเมริกา และ ออสเตรเลีย เพียงไม่กี่วันก็ส่งถึงมือผู้บริโภคในต่างแดนได้ลิ้มรสชาติ สร้างรายได้เดือนละกว่าแสนบาท
สำหรับหนังควายเค็ม ยี่ห้อพ่อประนอม ถือเป็นซิกเนเจอร์อีกชนิดหนึ่งของ จ.นครพนม มีจุดเด่น คือ ทำจากหนังควายที่คัดเกรด น้ำหนักเฉพาะหนังที่แล่แล้วประมาณ 40-50 กิโลกรัม ส่วนอายุควาย 7-8 ปีเป็นวัยที่ไม่แก่ไม่อ่อนเกินไป มีราคาซื้อขายกิโลกรัมละ 40-50 บาท ส่วนกรรมวิธีทำเป็นเส้นต้องผ่านการสับ เส้นต้องใหญ่หน่อยและได้มาตรฐานเสมอกัน เพื่อทนต่อการเผาไฟไม่หด ที่สำคัญส่วนผสมต้องไม่มีสารเจือปน นอกจากเกลือปรุงรส และรำอ่อนเท่านั้น เพื่อทำให้มีสีสวยงาม และมีกลิ่นหอมตอนย่างไฟ เดิมทีใช้วิธีตากแดด แต่มีปัญหาด้านความชื้น เพราะต้องใช้เวลานานหลายแดด ปัจจุบันหันมาใช้การรมควันไฟไล่ความชื้น ตัดปัญหาเรื่องกลิ่นเน่าเหม็น สามารถเก็บไว้ได้นาน โดยจะขายในราคามัดละประมาณ 100 บาท หนึ่งมัดมีหนังควายเค็ม 13 เส้น
สอบถาม นายวัฒนา สมสิ้ว อายุ 49 ปี ลูกเขยพ่อประนอม เปิดเผยว่าปัจจุบันไม่เพียงทำหนังควายเส้นเท่านั้น ยังตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า ทำหนังควายสำเร็จรูปพร้อมทาน โดยนำหนังเค็มมาจี่ไฟ วางหนังลงบนถ่านแดงๆ เผาจนหนังดำ จากนั้นเอามาทุบด้วยสากหรือค้อน ทุบลงไปบนหนัง ให้เอาส่วนที่ดำไหม้ออกไป ก่อนบรรจุเป็นแพคเกจละ 100 บาท และผู้บริโภคต้องนำไปแช่น้ำ เพื่อให้หนังนิ่มประมาณ 1 คืน ก่อนนำไปปรุงอาหารได้ทุกรูปแบบ โดยเฉพาะแกงขี้เหล็กใส่หนังเค็ม ถือเป็นสุดยอดเมนูอีสาน นอกจากนี้ยังปรุงเป็นยำหนังเค็ม ซุปหนังเค็ม แกงอ่อม เป็นต้น
นายวัฒนา สมสิ้ว เล่าต่อว่าล่าสุดยังได้พัฒนาเมนูใหม่ คือ หนังเค็มสำเร็จรูป ในชื่อบิ๊กบัพ คล้ายแคบหมู นำหนังเค็มมาเผาแล้วแช่น้ำให้นิ่ม ก่อนนำไปทอดบรรจุแพคเกจ ขายถุงละ 50 บาท และกำลังเป็นที่นิยมทั้งสองรูปแบบ คือ หนังเค็มสำเร็จรูปพร้อมทาน และแคบหนังเค็ม เพราะสะดวกในการกิน ส่งขายทั้งในและต่างประเทศจนผลิตแทบไม่ทัน
สำหรับช่วงที่หนังเค็มขายดีที่สุด จะเป็นฤดูหนาว เพราะเป็นวิถีชีวิตของชาวอีสาน ในช่วงอากาศหนาว จะออกผิงไฟคลายหนาวกันเป็นกลุ่มๆ และจะนำหนังเค็มมาจี่เผาไฟ ทุบหั่นเป็นชิ้นๆ เคี้ยวกินร้อนๆกับข้าวเหนียวข้างกองไฟ แก้หนาวได้ดี และได้ทั้งความหอม กรอบอร่อย แต่ถ้ากินตอนหนังเค็มเย็นจะเหนียวมาก ปัจจุบันได้ผลิตขายตลอดทั้งปี มีลูกค้าซื้อไปปรุงเมนูเด็ดอีสานหลากหลายรูปแบบ สามารถติดต่อซื้อได้ที่เพจ หนังเค็มพ่อประนอม หรือ หนังเค็มแขกนครพนม โทร.063-023-2246

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'นครพนม' ฝนตกหนักถล่มเมือง
ตั้งแต่เวลาประมาณตีห้า ได้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก ในพื้นที่เทศบาลเมืองนครพนม (ทม.นครพนม) โดยสถานีอุตุนิยมวิทยาวัดปริมาณน้ำฝนที่ตกได้ถึง 107.9 มม.(มิลลิเมตร)
สกัดจับหน้าโรงพัก สองหนุ่มควบกระบะบุโรทั่ง ขนเฮโรอีน-ไอซ์ มูลค่า 100 ล้าน
ว่าที่ร้อยตรีรวยรุ่ง ใครบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พล.ต.ต.ศักดิ์ชาย สาดมะเริง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม (ผบก.ภ.จว.นครพนม) พ.ต.ท.ณรายุทธ ไตรยสุทธิ์ รองผู้กำกับสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม
อึ้ง! 'ประธานสภา อบต.' ค้ายาบ้า จับได้คาริมโขง 4 แสนเม็ด
กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี (กกล.ฯ) โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2102 (ฉก.ทพ.21 ร้อย.ฉก.ทพ.2102) ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม
นครพนมอ่วม! อิทธิพลพายุโซนร้อน 'ไมสัก' ทำฝนถล่ม 12 อำเภอ ท่าอุเทนหนักสุด
พายุโซนร้อน “ไมสัก” พ่นพิษถล่ม ฝนถล่มหนักทะลักท่วมบ้านเรือน สิ่งของเครื่องใช้ลอยตามน้ำ สุดระทมเพิ่งถมที่เตรียมปลูกบ้าน น้ำซัดดินหายเกลี้ยง
“พล.ต.อ. อดุลย์” หนุนปลูกต้นไม้ริมโขงนครพนม มอบ 1 แสนบาทสร้างถนนสีเขียว พร้อมส่งเสริมสุขภาพชุมชน
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. ณ บริเวณหน้าบ้านพักข้างจวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ตนได้ร่วมสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่สีเขียวและคุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัดนครพนม

