
5 มี.ค.2568 - พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพะยอม รองผู้บังคับการด่านตรวจคนเข้าเมือง 3 (ตม.3) รักษาราชการแทนผู้กำกับด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก(ด่านแม่สอด) กล่าวถึงขั้นตอนการส่งชาวอินเดีย และชาวจีนอีกกว่า 1,000 คน ซึ่งระบุว่าเป็นเหยื่อสแกมเมอร์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในจังหวัดเมียวดี ที่ยังตกค้างกลับประเทศต้นทาง อาจเริ่มภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งจากกรณีที่กองกำลังกะเหรี่ยงพิทักษ์ชายแดน BGF ได้มีการระดมกำลังกวาดล้างชาวต่างชาติที่ตกเป็นเหยื่อของสแกมเมอร์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในจังหวัดเมียวดี สหภาพเมียนมา ตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก และมีชาวต่างชาติที่รอการส่งตัวกลับประเทศต้นทางอยู่ในหลายพื้นที่ของจังหวัดเมียวดี
ประกอบด้วย บ้านตงเหมย 259 คน เมือง KK ปาร์ค 2,300 คน บริษัทหวันหยาหรือ A.100 จำนวน 600 คน และที่ศูนย์บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยง BGF กว่า 1,000 คน ซึ่งจุดนี้มีการสร้างที่พักอาศัยเพิ่มเติมเพื่อให้ชาวต่างชาติมีที่พักพิงชั่วคราว
พ.ต.อ.เพลิน กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์กับมาตรการช่วยเหลือเหยื่อการค้ามนุษย์ แก๊งสแกมเมอร์ อาชญากรข้ามชาติ ที่รอกลับประเทศต้นทาง ว่า ตอนนี้มีการร่วมมือกันระหว่าง ตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจ สภ.แม่สอด , ทหาร- ตำรวจตระเวนชายแดน ฝ่ายปกครอง และทุกภาคส่วนในเรื่องของความมั่นคงในพื้นที่ ได้มีการตรวจเข้ม ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเข้าด้วยทางรถยนต์ หรือทางอากาศ โดยเครื่องบินจากสนามบินแม่สอด ตอนนี้จากผลการตรวจในช่วงที่ผ่านมา สำหรับบุคคลที่เข้ามาลดลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากมีการดำเนินการอย่างจริงจัง
สำหรับชาวต่างชาติที่เข้ามาแล้วไม่เข้าข่ายว่ามาท่องเที่ยว เราให้เดินทางกลับโดยสมัครใจ ถ้ามาทางเครื่องบิน มีตังค์ค่าตั๋วก็ให้บินกลับ แต่ถ้าไม่มีก็ให้เดินทางโดยทหารตำรวจจะทำการควบคุมพาไปขึ้นรถโดยสารจนกลับไป แต่มีบางรายที่มีความพยายามวนกลับมา เรามีข้อมูลและพยายามตรึงกำลังไม่ให้เข้ามายังเมืองแม่สอด ฉะนั้นรับประกันได้เลยว่าโอกาสที่จะเล็ดลอดเข้ามา โดยที่ไม่ผ่านการสัมภาษณ์หรือการตรวจเป็นไปได้ยาก
"ฝากถึงพี่น้องประชาชนหรือสื่อมวลชน หากพบเห็นบุคคลหรือชาวต่างชาติที่น่าสงสัย หากเข้ามาอยู่ภายในพื้นที่ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพราะที่แม่สอดทำงานบูรณาการเป็นหนึ่งเดียวกัน ของเราพร้อมปฏิบัติ"
พ.ต.อ.เพลิน กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมี อินเดีย ยอดเดิมครั้งแรกแจ้งไว้ 130 กว่าคน แต่ มีเพิ่มเป็น 175 คน แต่สำหรับอินเดีย ยังอยู่ในขั้นตอนการเตรียมการซะมากกว่า แต่ในเรื่องของการประสานข้ามมา ของเราโดยกระทรวงการต่างประเทศประสานกับทางฝั่งพม่าให้ส่งมา แล้วต้องมีไฟล์บินที่จะไป 3 ส่วนต้องพร้อมกัน คือ เมียนม่ารับรู้จำนวนที่ตรงกันนำมาส่งแล้วทางไทยเรารับ ทางอินเดียเตรียมการเดินทาง
"ซึ่งตอนนี้มีการปฏิบัติเป็น 2 แนวทางคือ ปฏิบัติแบบจีน เช่าเครื่องบินเหมาลำมาลงจอดที่สนามบินแม่สอดแล้วรับกลับไปเลย หรือไม่ก็แบบที่ 2 ของอินโดนีเซีย ที่ทำไปเมื่อวันก่อน ใช้การเดินทางเข้ามาแล้วเดินทางด้วยรถไปส่งออกขึ้นเครื่องบินที่ดอนเมือง ก็เป็น 2 แนวทางนำเรียนท่านกงสุลอินเดียที่มา และวิธีการปฏิบัติที่อินเดียไม่น่าจะพร้อมภายในอาทิตย์นี้ ซึ่งอาจจะเป็นอาทิตย์หน้า
ทั้งนี้ทั้งนั้นแจ้งกงสุลไปแล้วว่าให้ประสานกระทรวงการต่างประเทศเป็นหลัก จะได้รวดเร็วมากขึ้น ส่วนอีกอันหนึ่งเป็นของจีน ผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งเบื้องต้นว่าอาจจะมีเป็นรอบที่ 2 จำนวน 4 วันติด อาจจะเป็น พฤ-ศ-ส และอาทิตย์นี้ ถ้าทัน จำนวนจะอยู่ที่ประมาณ 1,400 คน ซึ่งมองแนวทางการปฏิบัติของจีนและอินโดนีเซีย ก็แก้ปัญหาไปได้ทั้งหมด ทำได้อย่างดี พร้อมที่จะปฏิบัติในส่วนของพื้นที่" พ.ต.อ.เพลิน กล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่าการส่งเหยื่อชาวอินเดียกลับประเทศต้นทาง คาดว่าอาจมีการเลื่อนไปเป็นสัปดาห์หน้า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์เวียดนาม เอี่ยวหลอกคนไทยสูญกว่า 12 ล้านบาท พบฟอกเงินซื้อทองคำ
ตำรวจไซเบอร์ขยายผลจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์เวียดนามฟอกเงินผ่านทองคำ แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าหลอกชายสูงอายุโอนเงินกว่า 1.7 ล้าน นำไปซื้อทองหลบเลี่ยงการติดตามเส้นเงินของเจ้าหน้าที่
นายกฯ เงาเท้งตื่น! อัดยับปลดล็อคกัญชาไร้การควบคุม
'เท้ง' อัดยับ 'อนุทิน-พรรคภูมิใจไทย' ปลดล็อคกัญชาจากยาเสพติด ไร้การควบคุม ทำปัญหาลุกลาม ประเทศไทยกลายเป็นฮับยาเสพติด-อาชญากรข้ามชาติ คนไทยเป็นทาสป่วยจิตเวช
ศาลธัญบุรีนัดตัดสินคดี แก๊งคอลเซ็นเตอร์ 5 ราย หลอกแม่ 'อัยการดาว' โอนเงิน 7 แสน
ศาลธัญบุรีนัดตัดสินคดี แก๊งเเฮรี่ คอลเซ็นเตอร์ หลอกแม่ "อัยการดาว" 11 ส.ค.หลังสืบพยานปากสุดท้ายเสร็จเมื่อกลางเดือน มิ.ย.
โมเดลไทยผงาด! ระบบ 'SHIELD' สกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์
โมเดลไทยผงาดเวทีโลก สำนักงานตำรวจแห่งชาติโชว์ความสำเร็จ 'IAC Warroom' ดันระบบ 'SHIELD' สกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์
รวบขาใหญ่ยากูซ่าคาสนามบิน หลอกโอนเงินกว่า 200 ล้านบาท ก่อนหนีซุกไทย
กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย กองกำกับการสืบสวนสอบสวน (บก.สส.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ ACSC ร่วมกันควบคุมตัว นายทาคาฟุมิ (MR.TAKAFUMI) อายุ 31 ปี สัญชาติญี่ปุ่น เป็นบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 12(7) มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อถือว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคมหรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุข

