นครพนมเปิดถนนสายอาหารไทย-เวียดนาม ชวนนักท่องเที่ยว ชม ชิม ช็อป

"เวียดนามทาวน์" แลนด์มาร์กแห่งใหม่ ศูนย์รวมสุดยอดอาหารเวียดนาม ดึงดูด นทท.ชม ชิม ช็อป พ่อเมืองเผยสงกรานต์ปีนี้ มีอุโมงค์น้ำยาวที่สุดในไทย

22 มีนาคม 2568 - ที่ถนนอาหาร พหุวัฒนธรรมไทย-เวียดนาม (Vietnam Town) ซึ่งตั้งสองฟากฝั่งของถนนธำรงประสิทธิ์ เขตเทศบาลเมืองนครพนม และอยู่ไม่ห่างจากพญาศรีสัตตนาคราช แลนด์มาร์กศักดิ์สิทธิ์ริมแม่น้ำโขง นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผวจ.นครพนม และ Mr.Dinh Hoang Linh กงสุลใหญ่ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประจำจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย นางธนวัน อุ่นเพชรวรากร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม นายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม หัวหน้าส่วนราชการ รวมทั้งสมาคมไทย-เวียดนาม ชมรมนักธุรกิจไทย-เวียดนาม ผู้ประกอบการร้านค้า และชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม ร่วมเปิดถนนสายอาหารไทย-เวียดนาม โดยมีอาหารตำรับเวียดนามขนานแท้ อาทิ ข้าวต้มเส้น หรือก๋วยจั๊บญวน หมูยอ ข้าวเกรียบ ขนมป่าน หมูอบเครื่องเทศ กาแฟ ข้าวต้มมัด ผักกาดดอง ขนมอบแห้ง หมวกกุบ ขนมปังยัดไส้ หรือข้าวจี่ และ เสื้อผ้าอ๋าวใหญ่ เป็นต้น

นายสุวิบูลย์ พงศ์จิรวัฒนา นายกสมาคมไทย-เวียดนาม จังหวัดนครพนม กล่าวว่าในนามของคณะผู้จัดทำโครงการถนนอาหาร ไทย-เวียดนาม หรือ Vietnam Town เพื่อส่งเสริมและพัฒนาทุนวัฒนธรรมท้องถิ่นในเขตเทศบาล อาทิเช่น อาหารเวียดนามสูตรดั้งเดิม ที่บรรพบุรุษนำมาเผยแพร่ บ่งบอกถึงสัญลักษณ์ อัตลักษณ์ของย่านถนนธำรงค์ประสิทธิ์ ที่มีประวัติศาสตร์ด้านพหุวัฒนธรรม ความเป็นมา รวมถึงความสัมพันธ์ที่ดี เพื่อให้เป็นแลนด์มาร์กอีกแห่ง ที่ดึงดูดและสร้างความประทับใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่สำคัญเพื่อพัฒนาเมืองนครพนมสู่หมุดหมายเมืองเศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy) เช่นเป็นเมืองเกษตรอัจฉริยะ และ เมืองท่องเที่ยวอัจฉริยะ เป็นต้น

ด้าน นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผวจ.นครพนม กล่าวว่าถือเป็นโอกาสดีที่นครพนม จะมีอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ ประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์ที่ดี ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เพื่อดึงดูดและสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว ตลอดจนเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนในเขตเทศบาลเมืองนครพนม นำไปสู่การพัฒนาเมืองนครพนมเป็นเมืองเศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy) เพื่อยกระดับเป็นนครการท่องเที่ยวแห่งภูมิภาคในอนาคตอันใกล้ต่อไป

นอกจากนี้ ผวจ.นครพนม ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า เทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 13-15 เมษายนที่จะถึงนี้ เทศบาลเมืองนครพนมได้ขยายอุโมงค์น้ำจากเดิมมีประมาณ 150 เมตร เพิ่มเป็น 500 เมตร หรือครึ่งกิโลเมตร ถือว่าเป็นอุโมงค์น้ำที่ยาวที่สุดในประเทศไทย เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวจากหลายภูมิภาค มาเที่ยวเล่นสาดน้ำสงกรานต์ ตลอดสายถนนสุนทรวิจิตร เลียบริมแม่น้ำโขง พร้อมชม ชิม ช็อป ที่มีความหลากหลายทั้งทางวัฒนธรรม 9 ชนเผ่า 2 เชื้อชาติ ตลอดจนอาหารถิ่นทั้งไทย จีน เวียดนาม และอีสาน

ทั้งนี้ ประวัติความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและเวียดนาม โดยเฉพาะพื้นที่ จ.นครพนม ที่มีมากว่า 100 ปี นับตั้งแต่ พ.ศ.2466 ที่ประธานโฮจิมินห์ ผู้นำชาวเวียดนามได้มาพำนัก และเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศเวียดนามให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น อาทิเช่น โครงการหมู่บ้านมิตรภาพไทย - เวียดนาม ณ พื้นที่บ้านนาจอก และปี พ.ศ.2503 ได้มีการก่อสร้างหอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างเพียง 3 เดือนด้วยเงินบริจาคของชมรมชาวเวียดนาม ที่อาศัยในประเทศไทยในขณะนั้น เพื่อรำลึกถึงบุญคุณของพระมหากษัตริย์ไทย รัฐบาลไทยและพี่น้องชาวไทยที่ได้ช่วยเหลือชาวเวียดนามอพยพ ซึ่งในปัจจุบันหอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัด

สำหรับโครงการก่อสร้างซุ้มประตูถนนวัฒนธรรม ไทย - เวียดนาม (Vietnam Town) ใช้งบประมาณเทศบาลเมืองนครพนม ตามเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2567 ของเทศบาลเมืองนครพนม แผนงานสร้างความเข้มแข็งของชุมชน จำนวนเงินงบประมาณทั้งสิ้น 490,000 บาท มีขนาดความกว้าง 11.80 เมตร ความสูงใต้คานซุ้มประตู 5.50 เมตร ความสูงถึงหลังคา 11.45 เมตร โดยมีพิธีวางศิลาฤกษ์ในวันที่ 11 ธันวาคม 2566 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นหนึ่งแลนด์มาร์กที่บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์ที่ดี ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และเกิดการขับเลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของย่านธำรงประสิทธิ์ (ชุมชนวัดโอกาส) และ ชุมชนใกล้เคียง ตลอดจนเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนในเขตเทศบาลเมืองนครพนม นำไปสู่การพัฒนาเมืองนครพนมสู่หมุดหมายเมืองเศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy) ต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

น้ำโขงวิกฤต ระดับน้ำเพิ่มสูง เอ่อทะลักท่วมบ้าน ขนย้ายสัตว์เลี้ยง-กระสอบข้าว หนีจ้าละหวั่น

สถานการณ์อุทกภัยจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และประเทศลาวตอนบน ทำให้ฝนตกหนักถึงหนักมาก เกิดน้ำไหลหลากในหลายพื้นที่ของ จ.นครพนม โดยมีรายงานว่า ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน ซึ่งเป็นจุดลำน้ำสงครามไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง มีระดับน้ำสูงขึ้นเกิดจากน้ำโขงหนุน ไม่สามารถไหลลงได้ จึงเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ชาวบ้านได้เคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยง เช่น โค กระบือ และสุกรไปอยู่ที่อื่นเป็นการชั่วคราว บางบ้านต้องขนกระสอบข้าวเปลือกหนีน้ำ

'นครพนม' ฝนตกหนักถล่มเมือง

ตั้งแต่เวลาประมาณตีห้า ได้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก ในพื้นที่เทศบาลเมืองนครพนม (ทม.นครพนม) โดยสถานีอุตุนิยมวิทยาวัดปริมาณน้ำฝนที่ตกได้ถึง 107.9 มม.(มิลลิเมตร)

สกัดจับหน้าโรงพัก สองหนุ่มควบกระบะบุโรทั่ง ขนเฮโรอีน-ไอซ์ มูลค่า 100 ล้าน

ว่าที่ร้อยตรีรวยรุ่ง ใครบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พล.ต.ต.ศักดิ์ชาย สาดมะเริง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม (ผบก.ภ.จว.นครพนม) พ.ต.ท.ณรายุทธ ไตรยสุทธิ์ รองผู้กำกับสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม

อึ้ง! 'ประธานสภา อบต.' ค้ายาบ้า จับได้คาริมโขง 4 แสนเม็ด

กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี (กกล.ฯ) โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2102 (ฉก.ทพ.21 ร้อย.ฉก.ทพ.2102) ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม

นครพนมอ่วม! อิทธิพลพายุโซนร้อน 'ไมสัก' ทำฝนถล่ม 12 อำเภอ ท่าอุเทนหนักสุด

พายุโซนร้อน “ไมสัก” พ่นพิษถล่ม ฝนถล่มหนักทะลักท่วมบ้านเรือน สิ่งของเครื่องใช้ลอยตามน้ำ สุดระทมเพิ่งถมที่เตรียมปลูกบ้าน น้ำซัดดินหายเกลี้ยง