31 มีนาคม 2568 - ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ ชาวบ้านในนามกลุ่มโอโซนรักบ้านเกิด อำเภอชำนิ กว่า 150 คน ร่วมกันเดินขบวนเพื่อยื่นหนังสือคัดค้านการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลขนาด 20,000 ตันอ้อยต่อวัน และโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด 54 เมกะวัตต์ ซึ่งตั้งอยู่ตำบลหนองปล่อง อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีนายอำเภอชำนิมารับหนังสือ ขณะเดียวกันกลุ่มผู้คัดค้านยังได้ยื่นถึงผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดบุรีรัมย์ อุตสาหกรรมจังหวัดบุรีรัมย์ พลังงานจังหวัดบุรีรัมย์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดบุรีรัมย์ นายกเทศบาลตำบลหนองปล่อง เพราะไม่เห็นด้วยกับกระบวนการรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1
นายสมพงษ์ สงกูล กรรมการกลุ่มโอโซนรักบ้านเกิด กล่าวว่า ชาวบ้านเข้ายื่นหนังสือกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากได้มีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 ณ ศาลาประชาคมอำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งทางชาวบ้านที่คัดค้านมีข้อกังวลถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นคือ 1.พื้นที่ตั้งโรงงานน้ำตาลโรงงานไฟฟ้าชีวมวลไม่เหมาะสมเนื่องจากอยู่ติดกับลำห้วยลำประเทียที่ชาวบ้านได้พึ่งพาอาศัย และหวั่นเกรงถึงผลกระทบจากมลพิษทางอากาศ ที่จะส่งผลถึงชุมชน วัด โรงเรียน รพ.สต. 2.เกิดการแย่งชิงทรัพยากรน้ำทั้งใต้ดินและเหนือผิวดิน 3.ปัญหาการจราจร 4.มลพิษในรัศมี 5 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ในหลายตำบล
นายไพฑูรย์ ศรีเนาว์รัตน์ ชาวบ้านที่ร่วมคัดค้าน กล่าวว่า ชาวบ้านหลายพื้นที่ในรัศมี 5 กิโลเมตรที่อาจจะได้รับผลกระทบนั้นยังไม่เคยรับรู้ข้อมูลมาก่อนเลย ทั้งๆที่หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องควรให้ข้อมูลกับประชาชนถึงข้อเสียที่จะเกิดผลกระทบต่อทรัพยากรและวิถีชีวิตชุมชน เพื่อให้พี่น้องในพื้นที่ได้นำไปตัดสินใจ
ทั้งนี้เนื้อหาในหนังสือที่ชาวบ้านยื่นถึงผู้ว่าฯและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระบุว่า 1.ให้ยุติการดำเนินการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น2.ให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องจัดเวทีให้ข้อมูลกับชุมชนที่อยู่ในรัศมี 5 กิโลเมตร ครอบคลุมในประเด็นผลกระทบที่จะเกิดขึ้นให้รอบด้าน เพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่นำไปประกอบการตัดสินใจ 3.ให้บริษัทไม่ต้องสร้างโรงงานน้ำตาล แต่เปิดลานรับซื้อเพิ่มขึ้นมา 4.ให้หน่วยงานรัฐแต่งตั้งกรรมการเพื่อศึกษาศักยภาพของชุมชน เพื่อกำหนดแผนพัฒนาชุมชนตามความเหมาะสม ความถนัดในแต่ละพื้นที่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คนบุรีรัมย์เสียงแตก! นโยบายปิดไฟถนน
ชาวบุรีรัมย์เสียงแตกนโยบายปิดไฟถนน ดีเดย์ 1 พ.ค.69 ชาวบ้านบางส่วนหวั่นเสี่ยงอุบัติเหตุ และช่องว่างก่ออาชญากรรม แต่บางกลุ่มเห็นด้วย เผยไม่กระทบการดำรงชีวิต อุบัติเหตุเกิดจากความประมาทมากกว่า
เหตุจากกากอ้อย! ปภ.แจ้งไฟไหม้โรงงานน้ำตาลพิมายโคราช คุมเพลิงอยู่ในวงจำกัดได้แล้ว
อัปเดตสถานการณ์ไฟไหม้โรงงานน้ำตาลพิมาย จ.นครราชสีมา ล่าสุดเวลา 15.00 น. ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 5 นครราชสีมา
ระทึก ไฟไหม้โรงงานน้ำตาลพิมาย เร่งอพยพปชช.
โคราช เพลิงไหม้โรงงานน้ำตาลพิมายอย่างรุนแรง ขณะนี้ยังควบคุมเพลิงไม่ได้ เร่งอพยพเด็ก และผู้สูงอายุหนีควันพิษ
ผู้ประกอบการสับไม้ ส่งโรงผลิตไฟฟ้าชีวมวล สู้น้ำมันแพงไม่ไหว หยุดวิ่งแล้วหลายคัน
ผู้ประกอบการรับซื้อไม้เบญจพรรณและไม้ยางพารา จากเกษตรกรที่บุรีรัมย์ เพื่อสับส่งโรงงานผลิตไฟฟ้าชีวมวลที่ใช้น้ำมันดีเซลวันละกว่า 300 ลิตร ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤตน้ำมันแพงแตะลิตรละ 40 บาท รถบรรทุกไม้ส่งโรงงานหยุดวิ่งหลายคัน แบกรับต้นทุนไม่ไหว วอนรัฐบาลเร่งแก้ปัญหา เพราะหากไปต่อไม่ได้จนถึงขั้นต้องหยุดกิจการ ก็จะกระทบกับเกษตรกรไม่มีที่ขายไม้
สดุดีทหารกล้า! ครอบครัวจัดขบวนแห่รูปปั้น 'ร.ต.ธีรยุทธ กระจ่างทอง' ตั้งบ้านหลังใหม่
ผู้นำชุมชน ครอบครัวและชาวบ้าน ร่วมจัดขบวนแห่รูปปั้น “ร้อยตรีธีรยุทธ กระจ่างทอง” ทหารกล้าผู้สละชีพปกป้องอธิปไตยชายแดนไทย-กัมพูชา นำไปตั้งที่บ้านเกิด ต.ตาจง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ เพื่อยกย่อง รำลึก สดุดีความกล้าหาญ และเป็นสัญลักษณ์ความภาคภูมิใจของครอบครัว
เมียร่ำไห้ สงสารผัวยังไม่กลับไทย ยอมเสี่ยงทำงานในอิสราเอล หาเงินใช้หนี้
เมียแรงงานชาวบุรีรัมย์ ถึงกับน้ำร้องไห้เพราะเป็นห่วงและสงสารสามี ยอมเสี่ยงชีวิตทำงานท่ามกลางสงครามอิสราเอล-อิหร่าน เพื่อหาเงินใช้หนี้กว่า 8 แสน ส่งเสียเลี้ยงแม่ชราและลูกเมีย มีเพียงชายผ้าถุงแม่ที่พกติดตัวหวังคุ้มภัย

