ประชาชนในพื้นที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เผยยังใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความวิตกกังวล พร้อมเรียกร้องและสนับสนุนให้ มีการสร้างรั้วกำแพงปิดพรมแดน และงดความสัมพันธ์ทุกรูปแบบกับ กัมพูชา เชื่อสามารถแก้ปัญหาได้เป้นอย่างดี
20 สิงหาคม 2568 - ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ สอบถามความคิดเห็นกับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน ในพื้นที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แนวชายแดนไทยกัมพูชาที่เกิดขึ้น ซึ่งบรรยากาศการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน ไม่ค่อยคึกคักเท่าที่ควร และพบว่าร้านค้าหลายร้านก็ยังไม่ได้เปิดให้บริการตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ขึ้น โดยส่วนใหญ่ยังไม่มีความมั่นใจในสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ถึงแม้ในพื้นที่จะยังไม่มีการปะทะหรือสู้รบกันเกิดขึ้นอีกก็ตาม
โดยยังอยู่ด้วยความหวาดระแวง เพราะยังไม่มีความมั่นใจในสถานการณ์ว่าจะสงบหรือจบลงจริงหรือไม่ เนื่องจากเท่าที่ได้ติดตามจากข่าวสารทั่วไป พบว่า ฝ่ายกัมพูชายังคงยั่วยุ ก่อกวนฝ่ายไทยอยู่ตลอดเวลา ขนาดเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้พาคณะผู้ช่วยทูตอาเซียน 8 ประเทศ มาเป็นผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว หรือ IOT ลงพื้นที่บริเวณช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี ฝ่ายทหารกัมพูชายังเข้ามายั่วยุ โวยวายต่อหน้าทูตทหาร ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม
จึงขอให้ฝ่ายไทย โดยเฉพาะรัฐบาล ได้ดำเนินการก่อสร้างรั้วกั้นแนวเขตพรมแดน และปิดพรมแดนเข้า-ออกทุกช่องทาง และให้ตัดสัมพันธ์ กิจกรรม ความร่วมมือ และความช่วยเหลือทุกอย่างกับทางฝ่ายกัมพูชา เพื่อเป็นการตอบโต้และป้องกันแก้ไขปัญหาในระยะยาว เพื่อที่จะได้ทำมาค้าขายและใช้ชีวิตกันตามปกติสุข
นางทัศนีวรรณ แม่ค้าร้านก๋วยเตี๋ยวใน อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ บอกว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และยังไม่มีท่าทีว่าจะจบลงแบบไหน ยิ่งทำให้การดำรงชีวิตประจำวันและการค้าขายของคนในพื้นที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แนวชายแดนไทย-กัมพูชา การค้าขายก็ลำบาก และไม่กล้าซื้อของมาตุนไว้ หรือลงของมาขายเยอะเหมือนเมื่อก่อน เพราะยังไม่มีความมั่นใจในสถานการณ์ และไม่รู้ว่ามันจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นอีกไหม ไม่รู้ว่าสถานการณ์มันจะเลวร้าย จะดีขึ้นหรือยังไง อยากให้มีความชัดเจนของสถานการณ์มากกว่านี้ เพื่อที่ประชาชนจะได้ดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุข เพราะทุกวันนี้ยังอยู่ด้วยความหวาดระแวง และวิตกกังวล
แม่ค้าร้านก๋วยเตี๋ยวใน อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวการสนับสนุนสร้างรั้วกันเขตแดนไทย-กัมพูชาว่า พร้อมสนับสนุนเต็มที่ล้านเปอร์เซ็นต์ให้ให้ทำรั้วกำแพงไปเถอะ เพื่อลูกหลานในอนาคต เพราะในเมื่อเขมรไม่มีสัจจะ จะพูดอะไรออกมาสักอย่างล้วนไม่เป็นความจริง อีกอย่างเหมือนฝ่ายไทยเราพยายามรอมชอมมาโดยตลอด ส่วนเรื่องงบประมาณหากรัฐบาลไม่มีหรือมีไม่เพียงพอ เชื่อว่าประชาชนทุกคนพร้อมให้การสนับสนุน เพื่อให้สถานการณ์มันดีขึ้นทุกคนก็ยินดีจะสนับสนุน
นางจิระภิญญา แม่ค้ากาแฟน้ำชงใน อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ บอกว่า อยากให้สร้างเป็นรั้วกำแพงปูนที่มั่นคงเลยยิ่งดี เพื่อจะได้รู้ว่านี่คือแนวเขตแดนของประเทศไทย เพราะถ้ามีรั้วกันเขตแดนที่มั่นคง ก็จะสามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดนได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลักลอบนำเข้าสิ่งของผิดกฎหมาย แรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง และการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเรามีความมั่นคงยิ่งขึ้น ซึ่งเชื่อว่าประชาชนคนไทยทุกคน พร้อมที่จะให้การสนับสนุนเต็มที่ ทั้งกำลังทรัพย์และกำลังกาย
ขณะที่ แม่ค้าขายกล้วยแขกใน อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ บอกว่า อยากให้สร้างรั้วกั้นปิดเขตพรมแดนที่ชัดเจนไปเลย เพื่อที่จะได้แก้ปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้น ปิดกั้นไปเลยไม่ต้องให้คนกัมพูชาได้เข้ามาในพื้นที่ของประเทศไทย เพราะเข้ามาแล้วก็จะสร้างความวุ่นวายให้ประเทศเรา ทำให้ประชาชนคนไทยได้รับความเดือดร้อนไปหมด
ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ตนยังอยู่ด้วยความวิตกกังวล นอนหลับก็ไม่เต็มตื่น ต้องพะวงลุ้นวันต่อวันว่าในแต่ละวันจะเป็นอย่างไร ถ้าสร้างรั้วปิดประเทศได้ก็สร้างไปเลย ประชาชนอย่างพวกตนพร้อมสนับสนุน.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาล ยันไทยยังไม่ตกลงยินยอม ประนอมข้อพิพาททางทะเลตามกฎหมาย UNCLOS
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่มีสำนักข่าวกัมพูชาเผยแพร่รายงาน เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ระบุว่าฝ่ายไทยได้ตกลงเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)
ว่อนโซเชียล! ชาวกัมพูชาแชร์สนั่นภาพ 'รั้วชายแดน' ไทยเริ่มสร้างที่จันทบุรี ระยะทาง 1.3 กม.
แหล่งข่าวด้านความมั่นคง เปิดเผยว่า กองทัพไทยเดินหน้าก่อสร้างรั้วแนวชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณจุดผ่านแดนหลัก หลักเขตที่ 52-54 อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ระยะทางรวมประมาณ 1,310 เมตร เพื่อเสริมความมั่นคงตามแนวชายแดน และสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนในพื้นที่
'อนุทิน' ลั่นไม่มี MOU 44 อีกแล้ว ประชาชนสบายใจได้ เกาะกูดเป็นของประเทศไทย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าโดยปกติผมเป็นคนที่ทำงานใดๆแล้วไม่ประสงค์ที่จะต้องออกมาประโคมข่าวหรือสร้างความสำคัญให้กับตัวเองเพราะหน้าที่ในการเป็นนายกรัฐมนตรีก็คือต้องทำทุกอย่าง ทุกเรื่อง ทำยังไงก็ได้ที่ก่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่อประเทศไทยและพี่น้องประชาชนของผม
เพจดัง เตือนนายกฯอนุทิน คนไทยไม่ได้อยากเห็นแบบนี้ เรื่องระยำเขมรทำไว้ ยังจำได้ไม่ลืม
เพจเฟซบุ๊ก Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ โพสต์ภาพการหารือสามฝ่ายระหว่างไทย-กัมพูชา-ฟิลิปปินส์ ในการประชุมอาเซียน พร้อมข้อความว่า เปิดด่านเป็นอะไรนะครับ? ก่อนที่จะเปิดด่านหรือจะสร้างสัมพันธ์ที่ดีเขมร พวกเขมรต้องชดใช้ในสิ่งที่พวกมันก่อก่อนครับ
'อนุทิน' เผชิญหน้า 'ฮุน มาเนต' หารือสามฝ่าย ชี้เป็นก้าวสำคัญสร้างสันติภาพไทย-กัมพูชา
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมการประชุมหารือสามฝ่าย ร่วมกับสมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และนายแฟร์ดีนันด์ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เพื่อหารือสถานการณ์ไทย–กัมพูชา โดยฝ่ายฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียนเป็นผู้ริเริ่มจัดการประชุมครั้งนี้
พายุถล่ม อ.หนองกี่ พัดบ้านพังเกือบ 100 หลัง ฟ้าผ่าลุงวัย 63 ดับสลด เด็ก 4 คน รอดปาฏิหาริย์
เกิดพายุฝนฟ้าคะนองกระหน่ำอำเภอหนองกี่ จ.บุรีรัมย์อย่างหนัก พัดบ้านเรือนเสียหายเกือบ 100 หลัง ท่ามกลางความโกลาหลเกิดเหตุสลด ฟ้าผ่าลงกลางกระท่อมนา คร่าชีวิตลุง 63 ปี ต่อหน้าเพื่อนบ้านและเด็กอีก 4 คน ที่อยู่ในกระท่อม แต่รอดปาฏิหาริย์ ชาวบ้านที่รอดเผยนาทีรอดตาย

