
ไรเดอร์ขอนแก่นรวมตัวสไตค์งานเรียกร้องขึ้นค่ารอบวิ่งรับส่งอาหารที่ลดลงต่อเนื่อง แจงยิบความดือดร้อนจากผลกระทบค่าตอบแทนที่ไม่เหมาะสม จ่อยกระดับหากไม่มีการปรับ โดยจะรวบรวมสมาชิกหยุดวิ่งทั้งเมือง
19 ต.ค.2568 – ที่บริเวณสวนรัชดานุสรณ์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น ได้มีกลุ่มผู้ให้บริการรับส่งอาหารเดลิเวอรี่ค่ายดัง (GRAB) นัดร่วมตัวกันเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ โดยขับขี่รถจักรยานยนต์บีบแตรเรียกให้เพื่อนร่วมอาชีพในค่ายเดียวกันเข้าร่วมการหยุดงาน หลังถูกปรับอัตราค่าตอบแทนต่อรอบลงต่อเนื่องเหลือเพียงประมาณ 21 บาท โดยได้ขับขี่รถจักรยานยนต์แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ไปรอบเมือง
ซึ่งมีกลุ่มไรเดอร์หลายคนต่างเข้าร่วมเพื่อเรียกร้องในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก พร้อมอ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้ทาง บริษัท ต้นสังกัด (บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด) ปรับอัตราค่าตอบแทนของ ไรเดอร์ ให้มีความเมาะสม ซึ่งไรเดอร์ที่ออกมาเรียกร้องนั้นได้เตรียมยกระดับหากทางบริษัทต้นสังกัดยังนิ่งเฉยและไม่มีการปรับอัตราค่าบริการตามที่กลุ่มไรเดอร์ต้องการด้วยการสไตรค์งานต่อเนื่องพร้อมทั้งรวบรวมสมาชิกเข้าร่วมให้คลอบคลุมทั้งเมือง
นายภูริชญ์ ผาหัวดง อายุ 24 ปี กล่าวว่า แถลงการณ์ข้อเรียกร้องทั้งหมด 7 ข้อ โดยระบุว่า ในนามตัวแทนของไรเดอร์จังหวัดขอนแก่น ขอขอบคุณทางแอบพลิเคชันผู้ให้บริการที่สร้างงานสร้างอาชีพทำมาหากินอย่างสุจริตตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แต่เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันมีการปรับอตราค่าตอบแทนของไรเดอร์ลดลงอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับค่าครองชีพและค่าน้ำมันที่สูงขึ้น ทำให้การวิ่งงานของไรเดอร์นั้นได้ค่าตอบแทนที่น้อยลงและไม่เหมาะสมกับต้นทุนประกอบอาชีพ จึงได้มีการออกแถลงการณ์ไปถึงผู้บริหารแอบพลิเคชันดังกล่าวให้พิจารณาปรับปรุง 7 ข้อ ซึ่งประกอบไปด้วย ค่ารอบต้องไม่ต่ำกว่า 25 บาท งานพ่วงสองออเดอร์ต้องไม่ต่ำกว่า 44 บาท,ยกเลิกการจองรอบ ,งานที่รอเกิน 30 นาทีต้องมีค่ามาตรการชดเชยให้ไรเดอร์
,อินเซนทีฟปรับระดับให้ถี่ขึ้น,งานจัดส่งในพื้นที่ตึกชั้นที่สองขึ้นไปควรมีมาตรการให้ค่าตอบแทนเพิ่มเติม,รัศมีรับงาน 3 กิโลเมตรถ้าเกินต้องบวกค่าไปรับไก่ทั้งงาน รับส่งอาหาร และ รับส่งผู้โดยสาร หรือส่งของ ทุกช่วงเวลาและช่องทางติดต่อ CC ที่สะดวกขึ้น
“หากการแถลงการณ์ข้อเรียกร้องในครั้งนี้ไม่ได้รับการตอบรับหรือไม่ได้รับการปรับปรุงจากต้นสังกัดเราจะยกระดับการสไตรค์งาน และรวบรวมสมาชิกให้เพิ่มขึ้นเป็นระยะเรื่อยไปจนกว่าจะมีการตอบรับหรือปรับแก้ตามข้อเรียกร้องและเพื่อแสดงให้ประจักษ์ในการตอบรับในการแก้ไขข้อเรียกร้องจากเราต้นสังกัดต้องชี้แจงเป็นรายลักษณ์อักษรส่งเป็นอีเมลและเบอร์โทรที่หมายเลขโทรศัพท์ 0954636607 และอีเมลล์ [email protected]“
นายภูริชญ์ กล่าวต่อว่า ปัญหาหลักๆคือการลดค่ารอบ ซึ่งช่วงต้นปีที่ผ่านมาจะมีการจองรอบ Grab เข้ามาหลังจากมีการเปลี่ยนผู้บริหารและมีการเปลี่ยนระบบซึ่งบางครั้งก็จองได้บางครั้งก็จองไม่ได้ เหมือนระบบให้จองได้แต่มีจำนวนจำกัด ทำให้ไรเดอร์บางคนจองรอบไม่ทันก็ไม่ได้งาน และปัญหาที่ตามมาคือค่ารอบในการจองรอบน้อยลงซึ่งทางบริษัทอ้างว่าการจองรอบจะทำให้เราส่งในระยะทางที่ใกล้ขึ้นแต่ในความเป็นจริงนั้นไม่ใช่ซึ่งการจองรอบนั้นในโซนที่มีการจองระยะทางจะวงรัศมีไกลมากไม่ได้ทำให้ส่งใกล้ขึ้นตามที่บริษัท อ้างแต่อย่างใดทั้งยังมีการลดค่ารอบที่น้อยอยู่แล้วจาก 21 บาท เหลือเพียง 18 บาท
นายภูริชญ์ ระบุ ส่วนหากมีงานซ้อนสองงานตนเองเคยได้เพียง 27 บาทซึ่งเป็นอัตราค่าตอบแทนที่น้อยมาก เพราะเราวิ่งระยะทางเท่าเดิมแต่ได้เงินน้อยลง ส่วนงานรับส่งผู้โดยสารหรือสิ่งของก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน ซึ่งทางบริษัทได้ออกแคมเปญมาเป็นการเรียกรถในราคาถูก จากปกติค่ารอบในการวิ่งงานรับส่งผู้โดยสารหรือสิ่งของจะได้ค่ารอบ 20 บาทกลายเป็นได้รอบละ 17 บาท และค่ารอบนั้นมีการปรับลดลงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มต้นที่ตนเองทำช่วงแรกๆได้ค่ารอบอยู่ที่ 45 บาท จนถึงตอนนี้ค่ารอบได้ 21 บาทและต้องจองรอบก็ต้องลดลดลงอีกเหลือ 18 บาท ซึ่งส่วนตัวมองว่าระบบเดิมนั้นดีกว่า
“เท่าที่คุยกันในกลุ่มไรเดอร์ด้วยกันมองว่าค่าตอบแทนเหล่านี้ไม่ได้ครอบคลุมตามความเหมาะสมซึ่งมีทั้งค่าน้ำมันและค่าซ่อมรถ วันไหนที่วิ่งงานซ้อนสองงาน ค่าตอบแทน 27 บาทขั้นต่ำก็เฉลี่ยได้งานละ 13.50 บาท ซึ่งหากถามว่าเราวิ่ง 3 กิโลเมตรในงานที่ได้ 13.50 บาทมันคุ้มหรือไม่เพราะหากคิเต้นทุนทั้งค่าน้ำมันตีไป 3-4 บาท ค่าเสื่อมสภาพรถ ได้รับค่าตอบแทนจริงก็เหลือไม่ถึง 10 บาทในการวิ่งต่อรอบ จนรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบเกินไป จึงได้นัดรวมตัวหยุดงานกันวันนี้ แต่ละคนจะรายได้ไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับการวิ่งรับงาน ส่วนตัวรายได้ลดลงเพราะต้องทำงานหนักขึ้นทำงานนานขึ้น ในค่าตอบแทนที่เท่าเดิม และน้ำมันก็เติมเยอะขึ้นเช่นกัน”นายภูริชญ์ ระบุ
ด้าน น.ส.อัญชลี พุฒซ้าย อายุ 39 ปี กล่าวว่า ขับมา 5 ปีแล้วตอนนี้มีการทำระบบจองรอบเข้ามาเพื่อลดค่ารอบของไรเดอร์ลง เพราะการจองรอบไม่สามารถที่จะเลือกงานได้เลยไม่ว่าจะได้กี่บาทก็ต้องไป และต้องวิ่งกลับไปอยู่ในโซนที่ตัวเองรับงานจึงจะมีงานเข้าจะแตกต่างจากกทม.และบางครั้งจองรอบไปไม่ได้งานก็มีแต่ก็ต้องไปตามที่มีงานเข้ามาในระบบ และค่ารอบที่ลดลงต่างจากเมื่อก่อนมากปกติเคยวิ่งระยะทางเท่านี้ได้เงินเท่านี้แต่ตอนนี้ลดลงทำให้รายได้ต่อวันลดลงเกินครึ่ง ส่วนน้ำมันต้องเติมมากขึ้น
“ส่วนตัวอย่าเรียกร้องเรื่องค่ารอบให้อยู่ในระดับมาตรฐานเดิมคือ 25 ก็จะสามารถอยู่ได้ ไม่อยากให้ลงต่ำกว่านี้ และคนที่จะมาขับแกร็บก็อยากให้มีการจำกัดให้เหมาะสมกับพื้นที่เพราะตอนนี้เยอะเกิน คนที่ทำเป็นอาชีพหลักเป็นอาชีพประจำก็แทบอยู่ไม่ได้ อย่างตนเองขับมาห้าปีต้องขับรับส่งทุกวันแต่รายได้ลดลงต่อเนื่องจนเกิดผลกระทบต่อการใช้ชีวิต” เธอระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชาวบ้านลั่นให้เวรกรรมตัดสิน 'ป้าดา' ทำมินิฮาร์ทหลังรับทราบข้อหาคดีที่ดินวัดป่าอดุลยาราม
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่วัดป่าอดุลยาราม เพื่อสอบถามความรู้สึกของชาวบ้านที่ติดตามข้อพิพาทระหว่างวัดป่าอดุลยาราม กับทายาทของนายเฮียง พิมพ์ศรี หลังเจ้าพนักงานที่ดินได้สลักชื่อในโฉนดเป็นวัดป่าอดุลยาราม เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งนางชมมณี น้อยจันทร์ หรือป้าดา
ไม่เบี้ยว! 'ป้าดา' ควง 'ป้าไข' ให้การตำรวจ คดีบุกรุกวัดป่าอดุลฯ
ที่ สภ.เมืองขอนแก่น น.ส.ชมมณี น้อยจันทร์ หรือ “ป้าดา” ทายาทนายเฮียง พิมพ์ศรี และนางบัวไข สรสมุทร หรือ “ป้าไข” ผู้จัดการมรดกนายเฮียง พิมพ์ศรี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก
โล่งอก! เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เปิดใจรักษาโฉนด 36 ปี วัดมีเกราะป้องกัน 100%
พระครูอดุลสารนิเทศ ระบุ 36 ปีที่ผ่านมาเฝ้ารักษาโฉนด ต้องเก็บรักษาไว้ทั้งตรงนั้นตรงนี้ พร้อมย้ำยังเปิดวัดต้อนรับทุกคนรวมถึงญาติฝ่ายคู่กรณีเข้ามาทำบุญได้ตามปกติ
เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ขอบิณฑบาตทีมทนายไม่ดำเนินคดี 'ลุงแหวน' ที่ปรึกษาป้าดา
เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เปิดใจหลังชื่อวัดปรากฏในโฉนดอย่างเป็นทางการ พร้อมขออโหสิกรรมผู้ที่เคยกล่าวดูหมิ่น และขอบิณฑบาตรทีมทนายไม่ดำเนินคดีนายวรเดช ช่างบุ หรือ “ลุงแหวน ธานอส” ด้านลูกสาว ไวยาวัจกรคนแรกของวัด เปิดใจอยากบอกพ่อว่า “วันนี้เราทำสำเร็จแล้ว”
เสียงสะท้อนร้านค้าขอนแก่น! วอนต่ออายุ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2 จนถึงสิ้นปีนี้
พ่อค้า-แม่ค้า ขอนแก่น หนุน "อนุทิน" ต่ออายุไทยช่วยไทยพลัสไปจนถึง ธ.ค.เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทยทั้งประเทศ
เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ยอมรับกังวลโฉนดยังไม่เป็นชื่อวัด อยากให้เรื่องจบเร็วๆจะได้หมดห่วง
ที่วัดป่าอดุลยาราม ชุมชนกังสดาล เขตเทศบาลนครขอนแก่น บรรยากาศโดยทั่วไปเริ่มเข้าสู่ภาวะสงบและเป็นปกติ พระสงฆ์และลูกศิษย์ยังคงปฏิบัติกิจของสงฆ์ตามปกติ โดยมีญาติโยมเดินทางเข้ามาทำบุญและถวายเทียนพรรษาและจตุปัจจัยไทยทานอย่างต่อเนื่อง โดยมีเจ้าหน้าที่ชุดมวลชนสัมพันธ์ สภ.เมืองขอนแก่น คอยดูแลความเรียบร้อยภายในพื้นที่อย่างเข้มงวด

