ชาวบ้านยังผวา! พบโดรนปริศนาบินเหนือชุมชนกลางดึก หวั่นป่วนชายแดนซ้ำ
14 พฤศจิกายน 2568 - ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์รายงานว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 13 พ.ย. 68 ที่ผ่านมา สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาในพื้นที่ อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ยังคงตึงเครียดต่อเนื่อง ล่าสุดชาวบ้านในพื้นที่รายงานพบ โดรนต้องสงสัยบินต่ำเหนือชุมชนหลายแห่งตามแนวชายแดน โดยมีการบันทึกภาพไว้ได้ชัดเจน
นายณัฐพงษ์ วันฬา อายุ 43 ปี บ้านเลขที่ 288 หมู่ 4 ต.ตาตุม อ.สังขะ จ.สุรินทร์ อาสาสมัครประจำงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.ตาตุม และเจ้าหน้าที่กู้ชีพประจำพื้นที่ เปิดเผยว่า ขณะนั่งสแตนด์บายหน้าวัดบ้านขนาดมอญ ต.ตาตุม เห็นโดรนบินต่ำเหนือวัดดาราธิวาส โดยมีไฟสีแดงกระพริบชัดเจน จึงรีบใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกคลิปไว้
นายณัฐพงษ์เล่าว่า ช่วงเหตุปะทะระหว่างไทย–กัมพูชาในอดีต โดรนลักษณะนี้จะบินเข้ามาเกือบทุกคืนราวสองทุ่ม แต่ภายหลังสถานการณ์สงบ ก็ไม่พบอีกเลย จนกระทั่งช่วงนี้กลับมาพบอีกครั้งหลังรัฐบาลไทยมีท่าทีระงับปฏิญญาและเรียกร้องให้กัมพูชารับผิดชอบกรณีชายแดน “รอบนี้โดรนบินดึกมาก บินหลายลำติด ๆ กัน ตอนนี้คนชายแดนเริ่มชิน แต่ก็อยากให้รบให้จบ ๆ ไป เพราะตั้งแต่เด็กก็ต้องหลบอยู่ในบังเกอร์ ตอนนี้ก็ยังต้องระวังตัวอยู่ทุกคืน” นายณัฐพงษ์กล่าว
ด้าน นายนักปราชญ์ เหมอนันต์ อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 99/2 หมู่ 5 ต.เทพรักษา อ.สังขะ จ.สุรินทร์ อาสาสมัครมูลนิธิเจ้าพ่อตาดานสังขะ ซึ่งมาช่วยประจำจุดเฝ้าระวัง ตนนั้นเป็นคนตำบลเทพรักษา แต่ช่วยเฝ้าระวังทั้ง2ตำบล ต.เทพรักษา และ ต.ตาตุม กล่าวว่า ตนและเพื่อนอาสาสมัครจะมาสแตนด์บายเฝ้าระวังที่หน้าวัดดาราธิวาสทุกคืน “ช่วงนี้เห็นโดรนบินแทบทุกวัน บางวันมาถึง 6 ลำ ส่วนวันนี้จนเห็นโดรนบินเวลา 21.00 น. 2ลำและเวลา23.00 น. 1ลำ
ทั้งนี้ อาสาสมัครในพื้นที่ยืนยันว่าได้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประสานหน่วยงานความมั่นคงให้ตรวจสอบที่มาของโดรนดังกล่าวแล้ว ขณะที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังคงใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง ท่ามกลางความตึงเครียดที่เริ่มกลับมาอีกครั้งบริเวณชายแดนสุรินทร์–กัมพูชา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รบรอบสาม ไทย-เขมร มีแน่ ต้องไม่เลี้ยงไข้กัมพูชา
สถานการณ์"ไทยVSกัมพูชา"ยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากไทยเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS)
แม่ทัพภาค 2 มอบเหรียญ 'ยุทธบดินทร์-ศตวรรษ' เชิดชูทหารกล้าพิทักษ์อธิปไตย
พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางลงพื้นที่บริเวณปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เพื่อมอบวัตถุมงคลรุ่น “ยุทธบดินทร์-ศตวรรษ” จำนวน 20,000 เหรียญ (ชุดแรก) แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยของชาติ
ชำแหละกัมพูชายับ! ซัดประชาธิปไตยล้มเหลว จับตา 5 ความฝัน 'ฮุน เซน'
อดีตนายทหารด้านความมั่นคงวิจารณ์กัมพูชาอย่างเผ็ดร้อน ชี้เป็นตัวอย่างของประเทศที่ประชาธิปไตยล้มเหลว ทั้งปัญหาสิทธิเสรีภาพ สื่อมวลชน และอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมวิเคราะห์ 5 เป้าหมายสำคัญของ “ฮุน เซน” ตั้งแต่เสริมกำลังชายแดน ฟื้นสัมพันธ์ทักษิณ ไปจนถึงความหวังเห็นพรรคประชาชนขึ้นเป็นรัฐบาลไทย ก่อนประเมินว่าหลายเรื่องอาจสวนทางกับความเป็นจริง
'นายกฯหนู' ดึงข้อศอก 'ฮุน มาเนต' ย้ำจุดยืนไทย เจรจาได้แต่ห้ามบังคับ
'อนุทิน' เผยดึงข้อศอก 'ฮุน มาเนต' คุยปมชายแดน ย้ำไม่ต้องการขัดแย้งกัน พร้อมเจรจาตามกรอบ แต่บังคับเมื่อไหร่หยุดทันที ลั่นไม่พูดเรื่องเปิดด่าน คำต้องห้ามเดี๋ยวคนไทยโกรธตาย
เพจดังขุดตำนาน 'จารชนขายชาติ' ไทยเสียพระวิหาร ระวังประวัติศาสตร์อาจซ้ำรอย ปมเจรจาเขตแดนทางทะเล
เพจเฟซบุ๊ก Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า จารชนคนขายชาติในคดีพิพาทเขาพระวิหารปี 2505 กับสถานการณ์ปี2569 ที่เรากำลังจะสู้คดีทางทะเลกับเขมรในเวทีโลก มันจะมีจารชนและคนขายชาติแบบเหตุการณ์นั้นอีกหรือไม่? บางคนคงคิดว่าข้าราชการไทยที่กินขี้เขมรมันมีอยู่แค่ในทฤษฎีสมคบคิด แต่ผิดแล้วครับ เรื่อง
นักวิชาการกฎหมายระหว่างประเทศ เปิดข้อเท็จจริง-มุมมอง เกม UNCLOS ศึกเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา
ผศ. ดร.ธนภัทร ชาตินักรบ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ให้ข้อมูลผ่านเพจเฟซบุ๊ก "Take A Walk, Talk International Law ท่องโลกกว้างด้วยกฎหมายระหว่างประเทศ" ระบุว่า คณะรัฐมนตรีตั้งหัวหน้าและรองหัวหน้าคณะเจรจาและผู้ประนอมฝ่ายไทย เพื่อเข้าร่วมกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติที่น่าสนใจเกี่ยวกับการตั้งหัวหน้าและรองหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย รวมถึงผู้ประนอมฝ่ายไทย 2 ท่าน เพื่อเข้าร่วมกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS ซึ่งกัมพูชาได้ยื่นไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 โดยมีรายละเอียดโดยสรุปดังนี้

