ม.นครพนม หนุนวิสาหกิจชุมชนแปรรูป 'ลูกอ๊อด' พัฒนาแบบครบวงจรส่งตลาดอาเซียน

ม.นครพนม (มนพ.) ส่งเสริมองค์ความรู้และเทคโนโลยีการแปรรูปผลิตภัณฑ์จาก “ลูกอ๊อดและกบ” ยกระดับอาชีพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเกษตรกร ภายใต้โครงการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากลูกอ๊อด หรือคนอีสานเรียกว่าลูกฮวก และกบ ครอบคลุมการพัฒนาแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ

14 พฤศจิกายน 2568 - นางภัทราวดี วงษ์วาศ นักวิจัยสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยนครพนม เปิดเผยว่า โครงการนี้เริ่มจากความต้องการของเกษตรกรกลุ่มผู้เพาะเลี้ยงกบในพื้นที่อำเภอธาตุพนม ที่ประสบปัญหาผลผลิตลูกอ๊อดล้นตลาดในบางฤดูกาล ส่งผลให้ราคาตกต่ำ จึงเข้ามาปรึกษากับมหาวิทยาลัยนครพนม เพื่อหาทางออกด้วยการ “แปรรูปเพิ่มมูลค่า” ให้กับผลผลิต

“นักวิจัยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้บูรณาการความร่วมมือผ่านแพลตฟอร์มเพิ่มศักยภาพธุรกิจชุมชน (Building Community Enterprise: BCE) ภายใต้คลินิกเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม เพื่อสนับสนุนงบประมาณและองค์ความรู้ให้แก่กลุ่มวิสาหกิจฯ ต่อเนื่องตลอด 3 ปี โดยนอกจากการส่งเสริมด้านการแปรรูปแล้ว ยังครอบคลุมถึงการเลี้ยง การตลาด และการพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้การเพาะเลี้ยงลูกอ๊อดและกบครบวงจร เพื่อเป็นต้นแบบให้กับชุมชนอื่น ๆ” นางภัทราวดี กล่าว.

โดยผลิตภัณฑ์แปรรูปจากลูกอ๊อดและกบ ปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากลูกอ๊อด เช่น “ห่อหมกฮวกอบแห้ง” และ “ผงโรยข้าวลูกอ๊อดผสมไข่ผำ” เป็นการผสมผสานวัตถุดิบท้องถิ่นเข้ากับคุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งมีโปรตีนสูงจากลูกอ๊อด เหมาะสำหรับผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย

สำหรับผลิตภัณฑ์จากกบ เช่น ไส้กรอกอีสานกบ ไส้อั่วกบ และ น้ำพริกกบ ล้วนได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค โดยล่าสุดยังมีการทดลองพัฒนา น้ำพริกลูกอ๊อด เพื่อขอรับการสนับสนุนในโครงการต่อไป

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยนครพนม ได้ช่วยถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับกลุ่มผู้ผลิตในท้องถิ่น เช่น การผลิตห่อหมก ฮวกอบแห้ง ใช้เทคโนโลยีไม่ซับซ้อน แต่มีต้นทุนต่ำ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้สูง โดยปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของกลุ่มได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP และ อย. แล้ว สามารถเลือกซื้อสินค้าจาก Shoppe/Lazada/TikTok ภายใต้แบรนด์ Baan Hao (บ้านเฮา) และอยู่ระหว่างการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ โดยเฉพาะความร่วมมือกับ มินิบิ๊กซี สปป.ลาว เพื่อรองรับการจำหน่ายสินค้าสู่ตลาดอาเซียน

ราคาผลิตภัณฑ์หลังการแปรรูป สามารถเพิ่มมูลค่าอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมลูกอ๊อดสดจำหน่ายกิโลกรัมละไม่เกิน 200 บาท แต่เมื่อนำมาแปรรูปเพิ่มราคาเป็น 1,000-3,000 บาทต่อกิโลกรัม ขึ้นอยู่กับชนิดของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ลูกอ๊อดสดยังสามารถเก็บรักษาได้นานถึง 2–3 วัน หากแช่น้ำแข็งหรือใส่ในช่องฟรีสจะเก็บได้นานถึง 1 ปี

นายสันติ สุนีย์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกบนานครพนม เจ้าของสันติฟาร์มฮวก เปิดเผยว่าสืบทอดอาชีพเลี้ยงกบจากครอบครัวที่ทำมากว่า 30 ปี และได้พัฒนาเป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ตั้งแต่ปี 2563 โดยเน้นการเลี้ยง การแปรรูป และการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อแก้ไขปัญหาการล้นตลาด และราคาตกต่ำของลูกอ๊อดในอดีต

“เมื่อก่อนชาวบ้านไม่มีตลาดรองรับ ราคาลูกอ๊อดตกต่ำ บางช่วงเหลือเพียง 3 กิโลกรัม 100 บาท เราจึงรวมกลุ่มกันตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน เพื่อกำหนดมาตรฐานราคาและหาช่องทางเพิ่มมูลค่า ต่อมา ม.นครพนม เข้ามาช่วยต่อยอดด้านเทคโนโลยีการแปรรูป การตลาด และการพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์ ทำให้เราสามารถขายลูกอ๊อดแปรรูปได้ราคาสูงขึ้นถึง 1 เท่าตัว และยังสร้างงานให้กับผู้สูงอายุในชุมชน” นายสันติ กล่าว.

ปัจจุบัน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกบนานครพนม ยกระดับขึ้นเป็นกลุ่มแปลงใหญ่กบนานครพนม มีสมาชิกกว่า 30 ราย และยังมีเครือข่ายกลุ่มแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรอยู่ที่บ้านดอนแดงหมู่ 8 ต.ธาตุพนมเหนือ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม จำนวน 65 ราย ที่ร่วมจ้างงานบีบไส้ลูกอ๊อดและแปรรูปผลิตภัณฑ์ โดยได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยนครพนมครบวงจร

ตั้งแต่การเลี้ยงกบที่ได้มาตรฐาน (ต้นน้ำ) การแปรรูป (กลางน้ำ) จนถึงการตลาดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน GMP และ อย. (ปลายน้ำ) ผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP 5 ดาว และยังได้ยกระดับเป็นสินค้าเกษตรมูลค่าสูงของจังหวัดนครพนม รวมถึงการนำระบบ Smart Farm และ IoT เข้ามาใช้ในการเพาะเลี้ยง เพื่อให้ผลผลิตมีคุณภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมากยิ่งขึ้น

การส่งเสริมดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของ มหาวิทยาลัยนครพนม ที่มุ่งเน้น “การพัฒนางานวิจัยเพื่อชุมชน สร้างอาชีพที่มั่นคง และยกระดับสินค้าเกษตรของท้องถิ่นสู่ตลาดภูมิภาคและสากลได้อย่างยั่งยืน

ข้อมูลด้านโภชนาการ ระบุว่าลูกอ๊อดดิบ 100 กรัม จะมีโปรตีนประมาณ 11.42 กรัม นอกจากโปรตีนแล้วยังมีสารอาหารอื่นๆ ด้วย เช่น ไขมัน วิตามินเอ และแร่ธาตุต่างๆ ที่สำคัญ เช่น ฟอสฟอรัส ไอโอดีน เป็นต้น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'นครพนม' ฝนตกหนักถล่มเมือง

ตั้งแต่เวลาประมาณตีห้า ได้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก ในพื้นที่เทศบาลเมืองนครพนม (ทม.นครพนม) โดยสถานีอุตุนิยมวิทยาวัดปริมาณน้ำฝนที่ตกได้ถึง 107.9 มม.(มิลลิเมตร)

สกัดจับหน้าโรงพัก สองหนุ่มควบกระบะบุโรทั่ง ขนเฮโรอีน-ไอซ์ มูลค่า 100 ล้าน

ว่าที่ร้อยตรีรวยรุ่ง ใครบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พล.ต.ต.ศักดิ์ชาย สาดมะเริง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม (ผบก.ภ.จว.นครพนม) พ.ต.ท.ณรายุทธ ไตรยสุทธิ์ รองผู้กำกับสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม

อึ้ง! 'ประธานสภา อบต.' ค้ายาบ้า จับได้คาริมโขง 4 แสนเม็ด

กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี (กกล.ฯ) โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2102 (ฉก.ทพ.21 ร้อย.ฉก.ทพ.2102) ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม

นครพนมอ่วม! อิทธิพลพายุโซนร้อน 'ไมสัก' ทำฝนถล่ม 12 อำเภอ ท่าอุเทนหนักสุด

พายุโซนร้อน “ไมสัก” พ่นพิษถล่ม ฝนถล่มหนักทะลักท่วมบ้านเรือน สิ่งของเครื่องใช้ลอยตามน้ำ สุดระทมเพิ่งถมที่เตรียมปลูกบ้าน น้ำซัดดินหายเกลี้ยง

“พล.ต.อ. อดุลย์” หนุนปลูกต้นไม้ริมโขงนครพนม มอบ 1 แสนบาทสร้างถนนสีเขียว พร้อมส่งเสริมสุขภาพชุมชน

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. ณ บริเวณหน้าบ้านพักข้างจวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ตนได้ร่วมสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่สีเขียวและคุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัดนครพนม