“สมศักดิ์” พร้อม สส.เพื่อไทย กระโดดขึ้นรถโฟวิล ลุยน้ำท่วมสุโขทัย มอบอาหารน้ำดื่ม ให้กำลังใจผู้ประสบอุทกภัย พร้อมรับฟังปัญหา-สำรวจจุดเสียหาย พบถนนริมน้ำชุดรุด สัญจรไม่ได้ เร่งแก้ปัญหาประชาชนประกอบอาชีพประมงไม่ได้ ย้ำ ไม่ได้ปล่อยให้น้ำท่วมสุโขทัยทุกปี ชี้ รัฐบาลแพทองธาร อนุมัติงบ 3,500 ล้านบาท ป้องกันน้ำท่วมยมฝั่งขวาแล้ว
14 พฤศจิกายน 2568 - นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคเพื่อไทยพร้อมด้วย นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สส.สุโขทัย พรรคเพื่อไทย น.ส.ณัฐธิดา เทพสุทิน นายเขตพงศ์ กุลนาถศิริ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย น.ส.ณัคนางค์ กุลนาถศิริ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่จังหวัดสุโขทัย เพื่อรับฟังปัญหาและให้กำลังใจผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 4 จุด ในพื้นที่อำเภอเมืองสุโขทัย
โดยจุดแรก นายสมศักดิ์ พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ ตำบลปากพระ เพื่อรับฟังปัญหาพี่น้องประชาชน ที่ได้รับผลกระทบ โดยส่วนใหญ่สะท้อนว่า ไม่สามารถประกอบอาชีพทำนาได้ จึงประกอบอาชีพประมง ซึ่งอยากขอให้ช่วยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประกอบอาชีพได้ หลังมีบางส่วนถูกจับ เนื่องจากผิดกฎหมายประมง ซึ่งนายสมศักดิ์ ก็ได้ติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหาและบรรเทาผลกระทบให้กับพี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด
จากนั้น นายสมศักดิ์ ได้ลงพื้นที่ต่อในหมู่ 1 ตำบลปากพระ และหมู่ 5 ตำบลบ้านหลุม เพื่อสำรวจตลิ่งชำรุดพังเสียหายจากน้ำกัดเซาะ จึงอยากให้แก้ไขทำเขื่อนเรียงหินเพื่อความแข็งแรง ซึ่งสำรวจโดยกรมเจ้าท่า นายสมศักดิ์ จึงได้เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามแบบเร่งแก้ไขต่อไป และจุดสะพานเหล็กขาดหมู่ 5 ตำบลบ้านหลุม ส่งผลให้พี่น้องประชาชน ไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ต้องเดินทางอ้อม ในจุดนี้ อบจ.รับดำเนินการ
ก่อนจะลงพื้นที่หมู่ 2 ตำบลบ้านกล้วย พบปัญหาน้ำกัดเซาะใต้ถนนคอนกรีตเป็นโพรงลึกบริเวณหน้าบ้านเรือนประชาชน นายสมศักดิ์ ได้ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขให้แล้วเสร็จทันที จากนั้น นายสมศักดิ์ พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่บริเวณแยกคลองโพธิ์ โดยได้ขึ้นรถโฟวิล ของสมาคมกู้ภัยบางแก้วสุโขทัย เพื่อมอบอาหารและน้ำดื่มให้กับผู้ประสบอุทกภัยตามบ้านเรือน ต.บ้านกล้วย หมู่ 13 และมอบชุดถุงยังชีพที่ชุมชนคลองโพธิ์ เทศบาลเมืองสุโขทัย ทุกครัวเรือน ซึ่งเป็นจุดที่ระดับน้ำสูง ประชาชนสัญจรไปมายากลำบากมาก
โดยนายสมศักดิ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่วันนี้ เพราะได้รับแจ้งถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ตนรู้สึกไม่สบายใจ จึงลงพื้นที่มาด้วยตัวเอง เนื่องจากเป็นห่วงพี่น้องชาวสุโขทัย โดยวันนี้ ตนได้ลงพื้นที่หลายจุด อย่าง ตำบลยางซ้าย น้ำก็มามากขึ้นทุกปี เพราะมีคนตัดไม้มาก ซึ่งเวลาฝนตก ก็จะไม่มีที่เบรคน้ำ ทำให้น้ำมาเร็ว ส่งผลให้ตลิ่ง และถนนบริเวณโดยรอบได้รับความเสียหาย ตนจึงมีแนวคิดว่า จะเสนอนโยบายทำฝายบนภูเขา นอกจากจะกักเก็บน้ำ ชะลอน้ำแล้ว ยังทำให้ต้นไม้ชุ่มชื่นอีกด้วย
“ปัญหาน้ำท่วมสุโขทัย ขอให้ทุกคนมีความหวัง ผมไม่ได้ทิ้งปัญหา และไม่ได้ปล่อยให้น้ำท่วมซ้ำๆทุกปี ซึ่งที่ผ่านมา ก็ได้เสนอโครงการป้องกันน้ำท่วมยมฝั่งขวา โดยรัฐบาล อดีตนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ก็ได้อนุมัติงบประมาณกว่า 3,500 ล้านบาท เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้ ซึ่งขณะนี้ กำลังเร่งดำเนินโครงการอย่างเต็มที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำให้มากยิ่งขึ้น จะได้ช่วยลดผลกระทบกับพี่น้องประชาชน ให้ได้มากที่สุด” นายสมศักดิ์ กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อุตุฯ เตือนฝนถล่ม 34 จังหวัด รับมือท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน
ทั่วไทยเตรียมรับฝนกระหน่ำ น้ำท่วมฉับพลันบางพื้นที่
อุตุฯ รายงานอากาศ 7 วันข้างหน้า ตะวันออก – ใต้ – ภาคกลาง เตรียมรับมือฝนตกหนัก และอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน
รัฐบาลเปิดทางผู้บริหารโรงเรียนสั่งหยุดเรียนทันทีลุยรับมือเชิงรุกน้ำท่วม
รัฐบาลให้อำนาจผู้บริหารโรงเรียนสั่งหยุดเรียนได้ทันที ลุยรับมือเชิงรุกน้ำท่วมปี 69 ยึดความปลอดภัยเด็กเป็นอันดับหนึ่ง
อุตุฯ เตือนฝนตกหนัก 48 จังหวัด รับมือท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในภาคเหนือ ด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก
'อนุชา' ควง 'อภิสิทธิ์' ขอเสียงคนกรุง ลั่นทำให้คนรัก ปชป. กลับมา
‘อนุชา’ ควง ‘อภิสิทธิ์’ หาเสียงเขตสวนหลวง ขอเบอร์ 5 ทั้งสองใบ ชูตลาดสะอาด-จัดการคนจรจัด พร้อมแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ ลั่นจะทำให้คนรักประชาธิปัตย์กลับมา
'สทนช.' เตือน 6 จังหวัด 'ภาคตะวันออก-ใต้' พื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำป่าไหลหลาก
สทนช. ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์และติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด

