นาวิกโยธินตราด กู้ทำลายหัวกระสุนปืนใหญ่ 122 มม. กลางถนนสุขุมวิท หลังกัมพูชายิงตกค้าง
16 ธันวาคม 2568 - เมื่อเวลา 10.00 น. หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด พร้อมด้วยชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ได้เดินทางเข้าตรวจสอบพื้นที่บริเวณถนนสุขุมวิท (ขาออก) ตำบลชำราก อำเภอเมือง จังหวัดตราด เพื่อดำเนินการกู้และทำลายหัวกระสุนปืนใหญ่ที่ถูกยิงมาจากฝั่งกัมพูชาและตกค้างอยู่เมื่อวันเย็นวันที่ 10 ธันวาคม 2568
ในการปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องนำรถแบ็กโฮเข้าขุดเจาะผิวจราจร บริเวณจุดที่กระสุนตก โดยต้องขุดลึกลงไปกว่า 3 เมตร จึงพบหัวกระสุนปืนใหญ่ขนาด 122 มิลลิเมตร ฝังอยู่ใต้ดิน จากนั้นชุด EOD ได้ประเมินสถานการณ์และตัดสินใจทำลายวัตถุระเบิด ณ จุดที่พบทันที โดยใช้ระเบิดทีเอ็นที (TNT) น้ำหนัก 2 ปอนด์
เพื่อความปลอดภัยสูงสุด เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดกั้นการจราจรบนถนนสุขุมวิททั้งสองฝั่ง และกันผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกนอกรัศมีอันตราย 200 เมตร ก่อนทำการจุดชนวนระเบิด ภายหลังเสียงระเบิดสงบลง เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ยืนยันว่า วัตถุระเบิดถูกทำลายจนหมดสิ้นสมบูรณ์และปลอดภัยแล้ว
อย่างไรก็ตาม บริเวณจุดที่ทำลายยังไม่สามารถเปิดให้สัญจรได้ โดยจะต้องประสานงานให้แขวงทางหลวงตราดเข้าดำเนินการซ่อมแซมผิวจราจรในลำดับต่อไป
ห่างออกไปประมาณ 150 เมตร ถนนสุขุมวิท ฝั่งขาเข้าเมืองตราด ทางแขวงทางหลวงตราดได้เข้าซ่อมแซมถนนแล้ว หลังจากกระสุนปืนใหญ่ ขนาด 122 มิลลิเมตร ตกใส่พื้นถนนในวันเดียวกัน เบื้องต้นเพื่อให้พอสัญจรไปมาได้ แต่ยังไม่สามารถลาดยางคืนสภาพเดิมได้เต็มรูปแบบ
สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ตำบลชำราก ล่าสุดมีรายงานว่ามีกระสุนปืนใหญ่และกระสุนปืน ค. จากฝั่งกัมพูชา ตกข้ามฝั่งเข้ามาในพื้นที่แล้วรวมทั้งสิ้น 15 ลูก โดยส่วนใหญ่ตกในบริเวณถนนและสวนผลไม้ของชาวบ้าน ซึ่งโชคดีที่ยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อบ้านเรือน หรือทำให้มีประชาชนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สีหศักดิ์' จัดหนักเขมรกลางเวที UNCLOS ใส่ร้ายไทยไม่หยุด มุ่งแต่จะเอาทรัพยากร
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย ให้สัมภาษณ์ หลังกล่าวถ้อยแถลงการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับ
'คนบ้านกรวด' ผวาประชุม UNCLOS ทำสถานการณ์ไทย-เขมร ตึงเครียดซ้ำ
ชาวบ้านชายแดน อำเภอบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ กังวลประชุมเขตแดนทางทะเลไทย-เขมร อาจทำให้สถานการณ์ชายแดนกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เผยยังได้ยินเสียงปืนเล็กจากฝั่งกัมพูชาที่ยิงยั่วยุต่อเนื่อง ลั่นคนในพื้นที่ไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งหรือปะทะซ้ำอีก เพราะกระทบความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพ
ตอบโต้รายวัน! ผอ.JIC สวนกัมพูชากล่าวหาไทยยิงก่อน
พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะ ผู้อำนวยการ ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา(ผอ.JICไทย ) กล่าวถึงกรณีกระทรวงกลาโหมกัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน พร้อมกล่าวหาฝ่ายไทยเป็นผู้โจมตีกัมพูชาโดยปราศจากการยั่วยุว่า การโต้แย้งด้วยถ้อยคำเพียงอย่างเดียวไม่อาจใช้ชี้ขาดว่าใครเป็นฝ่ายถูกหรือผิด สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบลำดับเหตุการณ์ หลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ และสถานการณ์แวดล้อมก่อนเกิดการปะทะอย่างครบถ้วน
ผอ.JIC ซัด 'ฮุนเซน' ไม่รักษาข้อตกลงหยุดยิง หลังอ้างเป็นแค่กระดาษไม่รับประกันสันติภาพยั่งยืน
พล.อ.อ. ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (ผอ.JIC) ระบุถึงกรณีถ้อยแถลงของ ฮุน เซน เสนอคณะผู้สังเกตการณ์รัฐสภาหยุดยิง เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ชายแดนขยายตัวว่า
'พล.ท.วันชนะ' เดือด! ฟาด 'ฮุนเซน-ฮุนมาเนต' จำใส่กบาลไว้ ทำข้อตกลงให้ครบก่อนค่อยมาคุย
พล.ท.วันชนะ สวัสดี ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (สน.ปร.มน.) และ รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กสุดเดือดถึงปมชายแดนไทยกัมพูชาว่า ก่อนที่จะคิดไปไกลว่าจะคุย JBCทั้ง3คนนี้ประกอบด้วย ฮุนเซน และฮุนมาเนต รวมไปถึ
ไทยโต้กัมพูชาประท้วง 'อนุทิน' ลงพื้นที่ช่องอานม้า ถามใครให้อำนาจชี้เขตแดนฝ่ายเดียว
พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารไทย-กัมพูชา (ผอ.JIC) กล่าวถึงข้อกล่าวอ้างของกัมพูชา กรณีระบุว่านายกรัฐมนตรีไทยเดินทางเข้าไปใน “ดินแดนอธิปไตยของกัมพูชา” และเรียกการเดินทางดังกล่าวว่าunauthorised visit โดยตั้งคำถามกลับว่า

